@มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
“เจ้าขา”
“ลงมาได้สักทีนะ” เจ้าขาเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์เมื่อได้เสียงเรียกจากเพื่อนสนิทร่วมคณะของเธอ “เรียนเสร็จแล้วเหรอ”
“มานั่งรอนานรึยัง?”
“ไม่นานหรอก แค่ยี่สิบนาทีเอง”
“โทษทีอาจารย์ปล่อยเลท มึงหิวรึยัง”
“นิดหน่อย แล้วทำไมยัยอิงไม่มาพร้อมแก” หญิงสาวถามพร้อมกับกวาดสายตามองหาเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งไปด้วย
“ไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวก็ตามมา” น่านฟ้าพยักหน้าไปทางอาคารเรียนพลางหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ม้าหินฝั่งตรงข้ามของเจ้าขา “มึงไปฝึกงานอาทิตย์แรกเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ดีนะ พี่ๆ เขาก็เอ็นดูฉันแหละ แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่ตั้งตัวอยากเป็นศัตรูกับฉันตั้งแต่เห็นหน้า” เจ้าขาทำหน้าเซ็งเมื่อนึกถึงหน้ารุ่นพี่สาววัยใกล้เคียงกันในบริษัท แต่ถึงอย่างนั้นก็ภูมิใจที่เธอได้รับเข้าฝึกงานบริษัทสื่อโทรทัศน์ที่ใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ แถมประธานบริษัทยังเป็นคนเข้มงวดมากจนเธอเผลอทำใจว่าอาจจะไม่ได้ฝึกงานที่นี่ด้วยซ้ำ
“งั้นไปคืนนี้ฉลองกันหน่อยไหม”
“เอาสิ เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงไม่อั้นเลย”
เพราะตั้งแต่ที่เธอไปฝึกงานก็แทบจะไม่ได้เจอหน้าเพื่อนทั้งสองคนเลย เพราะเพื่อนของเธอชิงฝึกงานกันตั้งแต่ปีสามทำให้เธอต้องไปฝึกงานเพียงคนเดียว แต่นั่นก็เป็นความต้องการของเธอเอง เนื่องจากตอนปีสามเธอยังไม่พร้อมและบริษัทที่เลยหมายตายังไม่เปิดรับนักศึกษาให้เข้าไปฝึกงานเลย
“งั้นฉันว่าฉันกลับไปเปลี่ยนชุดรอไปเที่ยวกับพวกแกคืนนี้ดีกว่า ฝากแกบอกยัยอิงทีนะ”
“มึงไม่ไปกินข้าวกับพวกกูก่อนเหรอ”
“เจอกันทีเดียวดีกว่า เดี๋ยวคืนนี้ฉันขี้เกียจ” ว่าจบ เจ้าขาก็หยัดกายลุกจากเก้าอี้ม้านั่งแล้วกล่าวคำร่ำลากับน่านฟ้าอีกครั้ง “ฉันไปก่อนนะ สองทุ่มเจอกัน”
@คลับหรู
“ไงสาวน้อย” เสียงทักทายมาพร้อมกับหญิงสาวใบหน้าสะสวยในชุดเดรสสีแดงเพลิงแสนเซ็กซี่ เธอหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามแล้วส่งยิ้มใจดีให้กับเจ้าขา
“พี่ไอ” เจ้าขาไม่ได้แปลกใจที่เจอไอริสที่นี่ เพราะเธอเป็นเจ้าของคลับแห่งนี้และเป็นพี่ข้างบ้านที่สนิทกับเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วย “หนูนึกว่าพี่ไอจะไม่เข้าคลับ เพราะไม่เห็นรถพี่”
“ตอนแรกพี่ว่าจะไม่เข้าเหมือนกัน แต่วันนี้เพื่อนพี่มาดื่มกันเลยต้องเสนอหน้ามาเจอพวกมันหน่อย” ไอริสบอกเหตุผล ก่อนจะพูดต่อ “แล้วเจ้าขามาเที่ยวคนเดียวเหรอ”
“เปล่าค่ะ แต่เพื่อนหนูยังไม่มากันเลย”
“สนใจขึ้นไปดื่มข้างบนกับพี่ก่อนไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ อีกสักพักเพื่อนหนูก็คงมาแล้ว”
“ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกพนักงานได้เลยนะ ทุกคนรู้ว่าเจ้าขาเป็นน้องพี่”
“ขอบคุณนะคะ”
“งั้นพี่ขึ้นไปทำงานก่อนนะ ไว้ว่างๆ จะลงมานั่งชนแก้วเป็นเพื่อน” ไอริสยื่นมือไปขยี้ผมน้องสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะหยัดกายลุกเดินออกไปโดยมีสายตาของเจ้าขามองตามไปจนสุดสายตา
เจ้าของร่างเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาซึ่งมันบอกเวลาทุ่มห้าสิบนาที ก่อนจะวางมันลงบนหน้าตักแล้วมองไปทางประตูทางเข้าคลับเพื่อดูว่าเพื่อนรักทั้งสองคนมาถึงแล้วหรือยัง จนกระทั่งสายตาของเธอสะดุดเข้ากับเจ้าของดวงตาสีอำพันมีเสน่ห์น่าค้นหา ใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่แบบฉบับชาวยุโรป
เขาคือออสติน เจ้าของสถานีโทรทัศน์อันดับหนึ่งของประเทศ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของบริษัทสื่อและความบันเทิงครบวงจรที่เธอกำลังฝึกงานอยู่ด้วย
เจ้าขามองคนตัวสูงอย่างให้ความสนใจและชื่นชม เพราะตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เธอเข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขา เธอยังไม่เคยพบหน้าเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวและไม่คิดว่าจะได้พบเขาที่นี่
เขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการบันเทิงมีฉายาว่า ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ และเป็นไอดอลที่เธอชื่นชมความเก่งกาจทั้งที่อายุยังน้อย
แรงสั่นจากโทรศัพท์ทำให้เจ้าขาละสายตาจากออสติน ก่อนที่เธอจะหยิบมันขึ้นมารับสายเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์คือแม่ของเธอ
“ค่ะคุณแม่”
(เจ้าขาว่างอยู่รึเปล่าลูก)
“คุณแม่มีอะไรรึเปล่าคะ” เจ้าขาถามด้วยความสงสัย เพราะน้ำเสียงของผู้เป็นแม่ดูร้อนรนจนผิดปกติ
(หนูกลับมาที่บ้านตอนนี้ได้ไหมลูก พ่อมีเรื่องอยากจะคุยกับหนู)
“ได้ค่ะ หนูจะไปเดี๋ยวนี้เลย” เจ้าขาตอบตกลงอย่างไม่ลังเลพลางหยิบธนบัตรสีเทาจำนวนหนึ่งวางลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะผลุนผลันลุกเดินออกมาอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร่งรีบทำให้เธอชนเข้ากับใครคนหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
ปึก!
“ขะ…ขอโทษค่ะ” หญิงสาวก้มหัวพร้อมกับกล่าวคำขอโทษ จากนั้นจึงวิ่งออกมาจากคลับทันที ไม่ทันได้มองว่าคนที่เธอวิ่งชนคือออสตินผู้เป็นเจ้านายของเธอ
“จะให้ผมไปตามกลับมาไหมครับนาย”
“ไม่ต้อง” ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวอย่างเย็นชา เขาหลุบตามองบัตรพนักงานที่ตกอยู่บนพื้นด้วยสายตาราบเรียบก่อนจะก้มหยิบมันขึ้นมา
“พนักงานบริษัทเราเหรอครับ”
“เด็กฝึกงาน” มาเฟียหนุ่มตอบสั้นๆ แล้วมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวผ่านบัตรพนักงานในมือ จากนั้นจึงเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อสูทและก้าวขาเดินขึ้นมาบนชั้นสองของไนต์คลับ หลังจากออกคำสั่งกับลูกน้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว “พรุ่งนี้ตามมาพบกู”