ระหว่างนั่งประชุม ชาคริตก็เกิดรู้สึกเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ขึ้นมา ตอนนี้ในหัวของเขาเอาแต่นึกย้อนไปถึงวันที่ได้พบกับสาวสวยปริศนาคนนั้น นี่ก็ผ่านไปสัปดาห์กว่าแล้ว ทว่ายังไม่มีข่าวคราวของเธอเลย เขาไม่เคยรู้สึกกระวนกระวายใจถึงผู้หญิงคนไหนมาก่อน คลิปที่เธอเต้นยั่วบนเวทีถูกเปิดดูซ้ำหลายรอบ ยิ่งทำให้รู้สึกถวิลหาเรือนร่างเพรียวระหง ใบหน้าสวยงดงามราวนางฟ้านางสวรรค์ กลิ่นน้ำหอมของเธอยังติดอยู่ที่ปลายจมูก เขายังจดจำสัมผัสแผ่วเบาเพียงชั่ววินาทีนั้นได้
พอคิดถึงตรงนี้ร่างกายของเขาก็เริ่มปั่นป่วนร้อนรุ่มขึ้นมาด้วยแรงปรารถนา ไฟราคะกำลังคุกรุ่นอยู่ข้างใน เป้ากางเกงตึงคับแน่นขึ้นมา อ่า… เพียงแค่คิดถึงเธอก็ทำให้ความเป็นชายของเขาแข็งเกร็งขึ้นมาได้ ชาคริตหลับตาพยายามสงบสติอารมณ์อย่างที่จิตแพทย์เคยบำบัดเขา ไม่รู้ว่าอาการเสพติดเซ็กซ์กลับมาอีกหรือเปล่าเพราะช่วงนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจอยากทำอะไร แม้แต่การเข้าฟิตเนสออกกำลังกายก็งดไปทั้งอาทิตย์
ขณะที่กำลังจอดรถในโรงเก็บรถส่วนตัวของคอนโด เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขามองไปที่หน้าจอและคนที่โทรมาก็คือคุณหญิงกานดา มารดาของเขานั่นเอง ชาคริตถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกดรับสาย
“ว่าไงครับ แม่”
“ชาคริต วันเสาร์นี้แกว่างหรือเปล่า?”
“แม่จะให้ผมไปไหนอีกครับ?” ชาคริตพูดดักคอมารดาอย่างรู้ทัน ลองคุณหญิงกานดาโทรมาถามแบบนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนัดดูตัวผู้หญิงอีกเช่นเคย คราวนี้จะเป็นใคร? เขาหวังแค่ไม่ใช่ยัยหมอฟ้าซีดเฉิ่มแสนเชยนั่นก็พอ แต่…
“แกลืมหนูฟ้าใส ว่าที่คู่หมั้นไปแล้วเหรอ?”
“คู่หมั้น! นี่ผมต้องแต่งงานกับยัยเฉิ่มนั่นจริง ๆ เหรอ แม่… ผมไม่เอาด้วยนะ” ชาคริตรีบปฏิเสธเสียงแข็ง แค่คิดถึงตอนที่มีเซ็กซ์กันแล้วอีกฝ่ายนอนตัวแข็งทื่อเหมือนกับท่อนไม้ เพียงคิดเท่านั้นเขาก็หมดอารมณ์แล้ว
“แกต้องแต่ง! ฉันกับพ่อแก เราคุยและตกลงกันแล้วว่าวันเสาร์นี้จะไปพูดเรื่องสู่ขอหนูฟ้าใสให้แก”
“แต่ผมกับยัยเฉิ่มนั่น เราเพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับ อีกอย่างฝั่งนั้นเขาจะยอมเหรอ?” ชาคริตพยายามหาข้ออ้าง
“ชาคริต แกควรพูดถึงว่าที่ภรรยาแกให้ดีกว่านี้ ยัยเฉิ่มอะไร ออกจะสวยเรียบร้อย ดูเป็นผู้ดีสมกับที่จะเป็นลูกสะใภ้ฉันที่สุด ดีกว่านังพวกผู้หญิงแพศยาที่คอยสูบเงินแก แล้วหนูฟ้าใสน่ะ เขาเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พ่อแม่พูดอะไรก็เชื่อฟังหมดแหละ ไม่เหมือนลูกชายฉันหร๊อก ทำอะไรก็ไม่เคยได้ดั่งใจคอยสร้างแต่ปัญหา ทำแต่เรื่องเดือดเนื้อร้อนใจให้พ่อกับแม่ตลอด” คุณหญิงกานดาพูดเสียงสูงประชดประชันร่ายยาวชุดใหญ่จนลูกชายทนฟังไม่ไหว
“พอแล้วครับแม่ ตกลงวันเสาร์นี้ ผมไปก็ได้ จะให้ไปที่ไหนกี่โมงก็บอกมาทางไลน์ละกันครับ” ชาคริตกดวางสายก่อนที่มารดาจะทันได้พูดอะไรอีก
ชายหนุ่มเข้าไปในลิฟต์ กดไปบนปุ่ม39 ชั้นบนสุดของคอนโด ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดของชั้นนี้คือเพนเฮาส์ของเขานั่นเอง เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เขาก็ก้าวเท้าเข้ามาในห้องกลิ่นหอมของอาหารก็โชยเข้าจมูก จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้ารีบวิ่งออกมาจากทางห้องครัว
“สวัสดีค่ะคุณชาคริต ขอโทษด้วยนะคะ ป้าไม่คิดว่าคุณจะกลับมาเร็ว เลยยังเตรียมอาหารไม่เสร็จ” ป้าอุษาเป็นแม่บ้านที่คุณหญิงกานดาส่งมาสอดแนมลูกชายเพราะกลัวว่าเขาจะแอบพาผู้หญิงมาซุกไว้
โดยหน้าที่หลักของป้าอุษา มีหน้าที่ทำอาหารและทำความสะอาดห้อง จะมาสัปดาห์ล่ะครั้งสองครั้งหรือตามแต่ที่เจ้านายหนุ่มจะเรียกมารับใช้ แต่หลายปีที่ผ่านมาป้าอุษาก็ยังไม่เคยเห็นว่าลูกชายของเจ้านายจะพาผู้หญิงคนไหนขึ้นคอนโดเลยสักครั้ง แม้จะพยายามตรวจสอบดูข้าวของเครื่องใช้หรือเส้นผมผู้หญิงสักเส้นก็ไม่เคยมีและเรื่องนี้ก็ทำให้คุณหญิงกานดาพอใจเป็นอย่างมาก
“คุณชาคริตหิวหรือยังคะ จะทานอะไรรองท้องก่อนไหมคะ?”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนก็ได้” พูดจบชาคริตก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นสองบนห้องนอนของเขา
ชายหนุ่มวางกระเป๋าเอกสารและโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงาน แล้วเดินกลับมาที่เตียง เขาถอดเสื้อผ้าออกทุกชิ้นโยนลงบนเตียงแล้วเดินเปลือยไปยังห้องน้ำ ทว่าเขาต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ข้างในนั้น
“เฮ้ย!” ชายหนุ่มร้องขึ้นด้วยความตกใจ ไม่ต่างจากอีกฝ่ายที่หันมาเห็นร่างเปลือยของเขาก็ร้องขึ้นด้วยเช่นกัน
“ว้าย!”
“นี่เธอเป็นใคร! เข้ามาในนี้ได้ยังไง!” เสียงของเขาดุตวาดจริงจัง แต่แล้วในหัวก็พลันนึกบางอย่างขึ้นได้ …เด็กสาวคนนี้คือหลานสาวของป้าอุษาแม่บ้านนั่นเอง
“ขอโทษค่ะ คุณชาคริต คือหนูกำลังทำความสะอาดห้องน้ำอยู่ค่ะ” มะลิทำท่าตกใจอ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่าเจ้านายหนุ่มไม่ได้สวมเสื้อผ้าหรือแม้แต่กางเกงใน ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าล่อนจ้อน สาวน้อยไล้สายตาลงไปจับจ้องแท่งเนื้อตรงกลางหว่างขาของเขาพลางกลืนน้ำลายลงคอและเกิดความรู้สึกเสียววูบวาบที่หน้าท้อง
“โทษที” ชาคริตรีบคว้าผ้าเช็ดตัวบนชั้นลงมาพันรอบเอว เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกอีกฝ่ายจ้องตาเป็นมัน
“เดี๋ยวฉันจะออกไปรอข้างนอก”
“คุณชาคริตค่ะ! คือหนูเหลือแค่เช็ดกระจกอีกนิดเดียว เดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ” มะลิพยายามพูดรั้งเจ้านายหนุ่มเอาไว้ เพราะไม่อยากให้เขาไป เธออุตส่าห์มาดักรอเขาตั้งนาน ถ้าปล่อยออกไปตอนนี้ก็โง่เต็มทีและนี่ก็เป็นโอกาสที่เธอรอมานานตั้งแต่เห็นเขาครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน
“รอสักครู่นะคะ” สาวน้อยพูดพลางปรายตามองแผงอกเปลือยที่มีไร้ขนจาง ๆ กล้ามแขนเนื้อแน่น ๆ แล้วแอบเลียริมฝีปากเบา ๆ
‘โอ้ว ว้าว โคตรเซ็กซี่ ถ้าได้สักทีรับรองจะตั้งใจเรียนเลย’ สาวน้อยร้องอุทานอยู่ในใจ
มะลิยกแขนสองข้างเอื้อมมือขึ้นไปเช็ดกระจก ทำให้เสื้อครอบตัวสั้นลอยขึ้นสูง เผยให้เห็นเนื้อหน้าท้องเนียนและเต้านมเปลือยเปล่าไร้บลาปกปิด แต่แปะสติกเกอร์ตรงจุกห***มเอาไว้เพียงเท่านั้น สาวน้อยจงใจทำเช่นนั้นก็เพื่อหวังจะอ่อยเจ้านายหนุ่ม หากแผนการเด็ก ๆ แบบนี้ชาคริตเจอมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ มองแค่แวบเดียวก็ดูออกแล้ว ว่าเด็กกำลังยั่วอยากให้เขาทำอะไร
ชายหนุ่มยืนกอดอกเอาไหล่พิงขอบประตูห้องน้ำ มองเรือนร่างของเด็กสาวแล้วยกมือลูบคาง หน้าอกของเธอใหญ่เกินเด็กสิบแปด สะโพกกลมกลึงกำลังส่ายร่อนตามจังหวะของมือที่ถู ๆ ไถ ๆ ไปบนกระจกเงา กางเกงขาสั้นรัดติ้วจนเห็นร่องสวาทชัดเจน
‘เด็กสาว ๆ ก็น่ากินอยู่หรอกนะ’ ชาคริตคิดอยู่ในใจ
แล้วความเป็นชายใต้ผ้าขนหนูก็กำลังแข็งขยายใหญ่ขึ้น เมื่อถูกกระตุ้นก็ไม่แปลกที่จะเกิดอารมณ์กระสันสวาท เกิดความรู้สึกหมั้นเขี้ยวอยากฟาดเด็กขึ้นมา แต่เขาก็พยายามบอกตัวเองว่าเธอเพิ่งจะสิบแปดและเด็กเกินไป แถมป้าของเธอยังอยู่ข้างล่างนั่นอีก ศีลธรรมกับความต้องการของร่างกายกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก
“เสร็จแล้วค่ะ” มะลิร้องขึ้นพร้อมกับหันมาส่งยิ้มหวานให้เจ้านายหนุ่ม ทันใดนั้นพอหมุนตัวออกจากอ่างล้างหน้าเท้าเธอเกิดดันลื่น
“ว้าย…” สาวน้อยทำท่าจะหงายหลัง ชาคริตจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปใช้มือพยุงหลังเธอเอาไว้ ร่างของมะลิจึงตกอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่คิดเอาไว้ สาวน้อยวัยใสไม่จริงยิ้มกว้างอยู่ในใจ ในที่สุดผู้ชายที่เธอแอบหมายตาเอาไว้ก็กำลังตกหลุมพราง
“จูบหนูหน่อยสิคะ” มะลิกระซิบบอกด้วยเสียงกระเส่า เธอจ้องริมฝีปากของชาคริตแล้วเปลือกตาเธอก็หลุบลงต่ำ เผยอปากขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับยกแขนขึ้นคล้องคอเขา
“นี่ยัยเด็กแก่แดด รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา?” ชาคริตพูดพลางจับไหล่พยุงให้สาวน้อยยืนตัวตรง
“คะ?” มะลิลืมตาขึ้น แววตารู้สึกสับสนงุนงงเมื่อไม่ถูกจูบอย่างที่คิดเอาไว้
“ออกไปได้แล้ว ฉันจะอาบน้ำ” ชาคริตออกปากไล่ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเป็นพวกดื้อด้านไม่ใช่เล่น
“คุณชาคริตให้หนูได้รับใช้เถอะนะคะ หนูอยากทำให้” ไม่พูดเปล่า มะลิก็เอื้อมมือไปแหวกผ้าขนหนูของเจ้านายหนุ่มพร้อมจับดุ้นที่กำลังแข็งเกร็งเต็มมือ มันร้อนและกำลังกระตุกอยู่ในฝ่ามือของเธอ สาวน้อยรีบทรุดตัวคุกเข่าลงไปตรงหว่างขาของเขาแล้วดึงผ้าขนหนูที่พันรอบเอวออก เจ้าแท่งเนื้อกำลังผงาดแข็งเกร็งและชูชันอยู่ตรงหน้าเธอ
“อย่าจับ!” ชาคริตตวาดเสียงเข้ม พร้อมกับยกมือขึ้นมาจับข้อมือของมะลิที่กำลังรูดแท่งเนื้อของเขาเอาไว้
"แต่มันกำลังแข็งมากเลยนะคะ ปล่อยไว้แบบนี้จะดีเหรอคะ?” มะลิช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านาย
“ให้หนูลองทำก่อนไหมคะ ถ้าไม่ถูกใจ คุณชาคริต ค่อยไล่หนูออกไปก็ได้ นะคะ" ทั้งเสียงและสายตาออดอ้อนเว้าวอน จนทำให้อีกฝ่ายแทบจะอ่อนระทวย ใจอ่อนคล้อยตามให้ได้ ชาคริตนิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่งเพราะกำลังชั่งใจอยู่ …
ก๊อกๆ ..เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกสติของชายหนุ่มให้คืนกลับมา ชั่ววินาทีนั้นชาคริตเกือบเผลอใจไปกับแรงยั่วยวนของเด็กสาว แต่เมื่อได้สติก็รีบถอยตัวออกมาทันที แม้อีกฝ่ายจะพยายามยื้อเอาไว้ก็ตาม
เจ้านายหนุ่มก้มลงไปมองหน้าหลานสาวของแม่บ้านด้วยแววตาดุดัน และเขาพร้อมจะเอาเรื่องหากเธอไม่ยอมปล่อยมือจากท่อนเอ็นอุ่นของเขา สาวน้อยแต่มารยาไม่น้อยตามอายุหลุบตาลง แล้วค่อยๆ คลายมือออกจากแท่งเนื้ออย่างไม่เต็มใจนัก
มะลิลุกขึ้นยืนแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากห้องน้ำ ทว่าสายตาของสาวน้อยยังแอบเหล่มองร่างสูงที่กำลังพันผ้าเช็ดตัวรอบเอวให้กระชับขึ้น เธอรู้สึกเสียดายทั้งที่เขาเคลิ้มตามแล้วเชียว หากไม่ใช่เพราะเสียงเคาะประตู ป่านนี้เธอคงได้กินไอติมอุ่นของหนุ่มหล่อที่แอบใฝ่ฝันมานานไปแล้ว
เมื่อประตูห้องนอนเปิดออก ป้าอุษาก็เดินเข้ามาด้วยความรีบร้อนท่าทางลุกลี้ลุกลน ตรงปรี่เข้ามากระชากแขนหลานสาวจนแขนแทบจะหลุด
“โอ๊ยป้า ฉันเจ็บนะ!” มะลิร้องขึ้นพร้อมกับหันไปหาคนร่างสูง เพื่อหวังว่าเขาจะช่วยเธอได้
“อีมะลิ กูบอกมึงแล้วใช่ไหม ห้ามเข้ามาในห้องนี้” ป้าอุษาเอ็ดหลานสาวพร้อมหันมายกมือไหว้เจ้านายหนุ่มที่กำลังยืนกอดอกมองอยู่หน้าประตูห้องน้ำ
“ขอโทษด้วยนะคะ คุณชาคริต มะลิมันรบกวนอะไรคุณหรือเปล่าคะ”
“รบกวนครับ ครั้งนี้ผมจะไม่ถือโทษเอาเรื่องอะไร แต่คราวหน้าอย่าให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายในห้องผมอีก แล้วเธอก็ห้ามมาที่นี่อีกเด็ดขาด!” ชาคริตพูดเสียงกระด้างพร้อมกับชี้หน้าเด็กสาว จากนั้นก็หมุนตัวเข้าห้องน้ำปิดประตูลงและเข้าไปอาบน้ำ
ห้องนอนอันเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เขาหวงนักหนา แม้แต่มารดาก็ไม่เคยเข้ามายุ่งวุ่นวาย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชาคริตรู้สึกโกรธและไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่อยากเอาเรื่องเพราะยังรู้สึกเกรงใจและเห็นแก่หน้าป้าอุษาคนรับใช้เก่าแก่ของมารดา
เย็นวันนั้นชายหนุ่มไม่ได้ทานอาหารที่แม่บ้านทำไว้ให้ แต่ออกไปหาอย่างอื่นกินแทน เพราะเมื่อร่างกายถูกกระตุ้นแล้วก็ยากที่จะทำให้สงบลงได้ง่ายๆ เขากลับไปที่ผับเดิมเพราะหวังว่าจะได้เจอสาวผมบลอนด์อีกครั้ง แต่คืนนี้ก็ไม่เห็นแม้เงาของเธอผู้นั้น มันทำให้เขารู้สึกเศร้าและเหงาหงอยหัวใจ เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน… นานแค่ไหนแล้วที่หัวใจไม่ได้ว้าวุ่นเช่นนี้