ตอนบ่ายหลังจากที่ออกไปตามสืบเรื่องของสาวผมบลอนด์ให้กับเพื่อนซี้ ภคินก็กลับเข้าออฟฟิศและเจอว่าชาคริตนั่งทำงานอยู่ในห้อง เขาจึงโผล่หน้าเข้าไปทักทายในห้องทำงาน
“อ้าวเฮ้ยไอ้คินไปไหนมาวะ? เข้ามาคุยกันก่อนสิ” ชาคริตเงยหน้าขึ้นมามองทนายของบริษัทแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มลงไปอ่านเอกสารสัญญาการซื้อขายรถต่อ
“กูก็ไปตามสืบเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้มึงมาน่ะสิ”
“แล้วได้เรื่องอะไรไหม เจอคนสวยของกูหรือเปล่า?” ชาคริตละสายตาจากเอกสารตรงหน้าทันที พร้อมกับเงยหน้าเบิกตากว้างขึ้นด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยมหลังจากที่ตั้งตารอมาหลายวัน
“ไม่เจอ แต่นักสืบของกูได้ข้อมูลของเพื่อนผู้หญิงคนนั้นมา เธอชื่อเจนนารีเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิไอคอนบิวตี้” ภคินยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลวางลงบนโต๊ะและในทันทีเพื่อนของเขาก็รีบเอื้อมมือมาคว้าไปเปิดดู ซึ่งข้างในซองมีแค่รูปและประวัติคร่าว ๆ ของแพทย์หญิงเจนนารีเท่านั้น
“ดิไอคอนบิวตี้ งั้นเหรอ ทำไมชื่อคุ้น ๆ จังวะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน” ชาคริตบ่นพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินมาจากไหน
“เฮ้ย! นี่มันโรงพยาบาลที่ยัยหมอฟ้าซีดเป็นเจ้าของอยู่นี่หว่า”
“หมอฟ้าซีด?” ภคินขมวดคิ้วจ้องหน้าเพื่อนด้วยความสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังกล่าวถึงใครอยู่
“ก็ยัยหมอเฉิ่มที่แม่กูจะให้แต่งงานด้วยไง คนสวยของกูทำงานอยู่ที่นั่นด้วยเหรอ?”
“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน กูยังไม่เจอทั้งหมอเจนนารี หมอฟ้าซีดหรือคนสวยของมึงเลยสักคน”
“อ้าวแล้วทำไมมึงไม่เข้าไปถามเขาวะ?”
“ก็เขาไม่ยอมให้กูเข้าไปถามน่ะสิ” ภคินถอนหายใจเมื่อนึกถึงสายตาของพนักงานในโรงพยาบาลศัลยกรรม ทุกคนคงคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิตหรือไม่ก็คิดว่าเขาจะไปก่อกวนแน่ ๆ ชายหนุ่มรู้สึกอับอายจนไม่มีหน้ากลับไปที่นั่นอีกแล้ว
“ปกติเรื่องสืบหาคนมึงถนัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมครั้งนี้ถึงได้ชักช้านักวะ?” ชาคริตกล่าวเชิงตำหนิทนายความของบริษัท ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ว่าคดีความหรือสืบเรื่องอะไร ภคินไม่เคยพลาดหรือทำให้ผิดหวังสักครั้ง
“เคสนี้มันไม่ง่ายเลยนะเว้ย ผู้หญิงคนนั้นเหมือนไม่มีตัวตนอยู่จริง ๆ ถ้าจะตามตัวไม่ใช่เรื่องง่าย” ภคินและนักสืบของเขาเอารูปจากคลิปไปเทียบใบหน้าในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่พบว่าเธอมีใบหน้าคล้ายคลึงกับใครเลย
“กูว่ามึงลืม ๆ ผู้หญิงคนนั้นไปซะเถอะ ไหน ๆ ก็มีว่าที่เจ้าสาวแล้ว อีกหน่อยมึงก็ต้องแต่งงาน จะตามหาตัวผู้หญิงคนนั้นอีกเพื่ออะไรวะ?”
“ไม่ลืมโว้ย!" ชาคริตพูดเสียงดังกว่าเดิมจนเกือบจะเป็นการตะโกนใส่คนที่นั่งตรงข้าม
"แล้วกูก็ขอสาบานเลยชาตินี้ ถ้าต้องแต่งงานกับยัยหมอเฉิ่มนั่น กูยอมไปบวชเป็นพระซะยังจะดีกว่าอีก”
“เฮ้ยขนาดนั้นเลยเหรอวะ กูว่าอยู่ ๆ ไป มึงอาจจะชอบเขาขึ้นมาก็ได้นะเว้ย”
“ชอบไม่ลงจริง ๆ ว่ะ หน้าซีดยังกะศพ ตอนเอากันกูว่ากูคงหมดอารมณ์ตั้งแต่ยังไม่ทันแก้ผ้า”
“มึงก็อย่าคิดถึงแต่เรื่องรูปร่างหน้าตาภายนอกนักเลย ถ้าเกิดแม่สาวผมบลอนด์นี่เป็นพวกนิสัยเสียขึ้นมา มึงยังจะชอบเขาอยู่ไหม?”
“กูไม่สน มึงรีบกลับไปหาคนสวยของกูเลย”
“ไม่ไปแล้วโว้ย กูจะให้นักสืบทำเรื่องนี้ต่อ กูจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ของมึงอีกแล้ว” ทนายหนุ่มพูดแล้วก็ลุกจากเก้าอี้ออกไปจากห้องดื้อ ๆ เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปยุ่งพัวพันกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของชาคริตอีก
สองทุ่มหมอฟ้าใสเดินออกมาจากห้องผ่าตัด เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องพักแพทย์แล้วก็เดินโซซัดโซเซไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าเหนื่อยกายยังไม่เท่ากับเหนื่อยใจ คุณหมอคนเก่งผู้โด่งดังเรื่องการศัลยกรรมตกแต่ง กำลังเครียดหนักเพราะพยายามเค้นสมองหาวิธีเพื่อจะไปพูดกับบิดามารดาเรื่องการยกเลิกการหมั้นหมายกับผู้ชายที่เธอไม่ได้ชอบ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเกลียดจนไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกเลย
“อ้าว ยังอยู่อีกเหรอ ฉันนึกว่าแกกลับบ้านไปแล้วซะอีก” เสียงพูดดังมาจากหน้าประตูก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้ามาภายในห้องแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“แล้วนี่เป็นอะไร ทำไมมานอนหมดสภาพแบบนี้”
“เพิ่งเสร็จเคสน่ะ เหนื่อยเฮ้อ…” ฟ้าใสนอนหลับตาพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจึงพูดต่อ
“เจนนี่ช่วยคิดหน่อยสิ ฉันควรไปบอกคุณพ่อกับคุณแม่ยังไงดี ฉันไม่อยากแต่งงานกับอีตาหื่นนั่น”
“ทำไมถึงไม่อยากแต่งล่ะ คืนนั้นฉันเห็นคุณชาคริต เขามองแกตาไม่กะพริบเลยนะ ฉันว่าเขาต้องตกหลุมรักแกแน่ ๆ” เจนนารีเพียงพูดกระเซ้าเย้าแหย่ แต่ทำให้คนที่นอนหลับตาอยู่ถึงกับลืมตาขึ้นหันมาค้อนให้วงใหญ่
“เจนนี่ ห้ามแกพูดแบบนี้อีกนะ ฟังแล้วขนลุก อึ้ย…” ตั้งแต่ถูกเขาทิ้งไว้กลางทางเมื่อช่วงกลางวัน ฟ้าใสก็ได้ปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับเขาเด็ดขาด ยิ่งนึกถึงคนที่คอยเก๊กหล่อและท่าทางกวนประสาทก็ยิ่งรู้สึกโมโหและที่แย่ที่สุดคือวันนี้เธอกลับมาไม่ทันเคสที่นัดเอาไว้ตอนบ่ายสองเพราะมัวเสียเวลาโบกแท็กซี่กลับมาที่โรงพยาบาล จนคนไข้เคสเสริมเต้านมยกเลิกแถมยังโดนคอมเพลนอีก
“แกรู้มั้ยว่าอีตาหื่นนั่นพูดอะไรกับฉันบ้าง…ฮึ เขาหาว่าฉันไม่มีใครเอา แล้วอยากจะจับเขาแต่งงาน หาว่าสไตล์แบบฉันนี่ผู้ชายคนไหนก็ไม่ชอบบ้างล่ะ แล้วที่น่าโมโหที่สุด เขาบอกอยู่ใกล้ฉันแล้วหายใจไม่ออก แกคิดดูสิว่าเขาน่ะร้ายกาจขนาดไหน คนแบบนี้เหรอที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้แต่งงานด้วย” ฟ้าใสพูดด้วยอารมณ์เดือดจัด
“คุณชาคริตพูดขนาดนี้เลยเหรอ?” เจนนารีพยายามกลั้นหัวเราะจนหน้าแดงเมื่อได้ฟังสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจของเพื่อนรัก
“เจนนี่แกไม่ต้องมาขำเลย ฉันซีเรียสนะ”
“โทษทีนะฟ้า…” เจนนารีขำพรืดออกมาเมื่อกลั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
“นี่คุณชาคริต เขาตาถั่วหรือมีอะไรบังตาอยู่กันนะ ทำไมถึงดูไม่ออกว่าแกกับผู้หญิงในผับคืนนั้น คือคนคนเดียวกัน แล้วนี่ถ้ารู้ความจริงขึ้นมาจะเป็นยังไง ฉันว่าคงหน้าหงายล้มตึงแน่ ๆ ฮ่า ๆ ๆ” คุณหมอผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งเรื่องศัลยกรรมจมูกหัวเราะชอบใจหนักกว่าเดิม
“แกเห็นความทุกข์ของเพื่อนเป็นเรื่องสนุกเหรอ เจนนี่” หมอฟ้าใสมองเพื่อนรักด้วยสายตาขุ่นเคืองพร้อมทำหน้าง้ำ
“โอ๋ ๆ อย่างงอนสิ ฉันก็แค่ขำที่เขาจำแกไม่ได้” หมอเจนนารีหยุดหัวเราะแล้วพยายามพูดเสียงให้จริงจังขึ้น
“แต่ถือว่าแผนของฉันได้ผลอยู่นะ อย่างน้อยก็ทำให้เขาเมินแกได้แหละ คราวนี้ก็เหลือแค่ ไม่เขาก็แกใครจะเป็นคนชิงปฏิเสธก่อน”
“หมายความว่า บางทีฉันอาจไม่ต้องพูดอะไรกับคุณพ่อคุณแม่เลย แต่รอให้เขาปฏิเสธเองก็ได้ใช่ไหม?” แววตาของหมอฟ้าใสเริ่มมีความหวังขึ้นมาใหม่
“เป็นฝ่ายรับใช่ว่าจะเสียเปรียบเสมอไป ถ้าเราไม่ถนัดรุกก็อยู่เฉย ๆ รอดูท่าทีเขาไปก่อนก็ได้”
“นั่นสินะ…”
ขณะที่สองสาวกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา ก่อนที่ประตูจะเลื่อนเปิดออกโดยผู้มาใหม่ เขาโผล่หน้าเข้ามาพร้อมกับคำทักทาย
“สวัสดีครับสาว ๆ”
“พี่อาทิตย์!”
ร่างบางที่กำลังนอนเหยียดยาวอยู่เมื่อครู่ รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งปล่อยเท้าลงบนพื้นทันทีและนั่งในท่าสำรวมเมื่อมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย หมอฟ้าใสรีบหันมายกมือไหว้รุ่นพี่ที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือน
“ไม่เป็นไร ๆ น้องฟ้าถ้าเหนื่อยก็นอนพักไปเถอะครับ" ‘อาทิตย์’แพทย์รุ่นพี่ร่วมสถาบันของสองสาวกล่าวพร้อมกับยืนอมยิ้มอยู่หน้าประตู
“สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์มาได้ไงคะเนี่ย?” หมอเจนนารีพูดพลางมองมือของหมอรุ่นพี่ซึ่งหอบถุงใบใหญ่ติดมือมาด้วย
"ถ้าพี่ไม่มีธุระก็ห้ามมาหาเลยใช่ไหม? "
“โถ่ ใครจะกล้าห้ามคุณหมอเซเลบแห่งวงการไฮโซละคะ”
“พี่อาทิตย์เชิญนั่งก่อนสิคะ” ฟ้าใสกล่าวเชิญพร้อมพยักพเยิดหน้าให้เพื่อนรักมานั่งข้างกัน ทว่าเจนนารีกลับไม่ยอมขยับตัวแถมยังนั่งเป็นทองไม่รู้ร้อนเสียอีก เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้นั่งลงข้าง ๆ ทำให้เธอต้องรีบขยับไปนั่งชิดขอบโซฟาด้านหนึ่ง
"พี่ซื้อซาลาเปากับขนมจีบร้านที่น้องฟ้าชอบมาฝากด้วยนะ" อาทิตย์พูดพร้อมกับจ้องมองดวงหน้าเนียนขาวผุดผ่อง แม้จะไม่ได้ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางแต่เธอก็ยังดูสวยและน่ารักเสมอในสายตาของเขา
"ซื้อมาฝากน้องฟ้าแต่น้องเจนขอชิมสักชิ้นสองชิ้นได้ไหมคะ พี่อาทิตย์" เจนนารีพูดแซวสายตาก็มองไปที่กล่องแต่ล่ะใบ
"ได้สิ น้องเจนทานได้เลยนะ พี่ซื้อมาเผื่อคนอื่นด้วย" อาทิตย์พูดพร้อมกับเปิดกล่องซาลาเปาแล้วเลื่อนไปให้รุ่นน้องที่นั่งตรงข้ามอย่างใจดี
"ขอบคุณค่ะ วันนี้ลาภปากจริง ๆ เจนกำลังหิวอยู่พอดีเลยค่ะ" เจนนารีเอื้อมมือไปหยิบซาลาขึ้นมากัดหนึ่งคำด้วยท่าทางหิวโซ
"ขอบคุณมากนะคะพี่อาทิตย์ ที่จริงไม่ต้องซื้อมาเยอะขนาดนี้ก็ได้นะคะ” ฟ้าใสพูดด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ
“น้องฟ้าไม่ต้องเกรงใจนะ ไม่ได้เจอกันนานพี่คิดถึงก็เลยอยากซื้ออะไรติดไม้ติดมือมาให้”
“พี่อาทิตย์สบายดีนะคะ”
“ครับสบายดี ขอโทษนะที่พี่ไม่ได้ติดต่อไปหาน้องฟ้าใสเลย ช่วงนี้พี่ยุ่งมากมีเคสผ่าตัดทุกวันไม่มีเวลาว่างเลย”
“คุณพ่อเล่าให้ฟ้าฟังแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้พี่อาทิตย์เป็นศัลยแพทย์หัวใจมือหนึ่งของโรงพยาบาล คุณพ่อยังเอ่ยปากชมบ่อย ๆ เลยนะคะ ว่าพี่อาทิตย์เก่งกว่าคุณพ่อซะอีก”
“อาจารย์ชมเกินไปแล้ว ที่จริงพี่ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้จากอาจารย์อีกเยอะ ไม่กล้าเอาตัวเองไปเทียบกับศัลยแพทย์หัวใจมือหนึ่งตัวจริงหรอก” อาทิตย์พูดถ่อมตัวพลางหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ความจริงเขารู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างมากเมื่อถูกอาจารย์แพทย์ซึ่งเป็นเจ้านายของเขากล่าวชื่นชม
"แล้วทำไมวันนี้ถึงว่างมาได้ล่ะคะ คงไม่ใช่แค่เอาขนมมาฝากอย่างเดียวใช่ไหมคะ? " เจนนารีถามแทรกขึ้นมาทั้งที่ปากยังเคี้ยวซาลาเปาอยู่
"ธุระก็พอจะมีครับ แต่จริง ๆ พี่อยากมาเจอน้องฟ้ามากกว่านะ" อาทิตย์พูดพร้อมกับส่งสายตาหวานให้คนที่นั่งข้าง ถึงเธอยังดูเย็นชากับเขาเหมือนเดิม แต่ใครจะไปรู้ว่าถ้ารุกหนัก ๆ รุ่นน้องของเขาอาจจะหวั่นไหวขึ้นมาบ้างก็ได้
"เรื่องที่พี่มาหาวันนี้ คือพี่อยากให้น้องฟ้าช่วยรับน้องเพตราเข้าทำงานที่นี่จะได้ไหมครับ?”
“แต่ได้ข่าวว่าหมอเพตราเพิ่งถูกฟ้องไปเมื่อสามเดือนที่แล้วไม่ใช่เหรอคะ?” เจนนารีพูดแทรกขึ้นมา พร้อมกับวางซาลาเปาในมือลงในกล่องเช่นเดิม แล้วเปลี่ยนมาจ้องหน้ารุ่นพี่ประธานสมาคมนักศึกษาแพทย์อย่างไม่พอใจ
"แล้วพี่อาทิตย์ก็น่าจะยังไม่ลืมว่ายัยเพตราทำอะไรไว้กับเพื่อนของเจน" ความตึงเครียดจากสายตาของเจนนารีทำเอาผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามต้องเกร็งขึ้นมาทันที
"น้องเจนครับ เรื่องนั้นมันผ่านมานานแล้วนะและอีกอย่างมันก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด" อาทิตย์พยายามอธิบายสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
"เรื่องเข้าใจผิด?” หมอเจนนารีพูดเสียงดังขึ้นอย่างลืมตัวเพราะรู้สึกโกรธแทนเพื่อนรัก
“แต่เพื่อนเจนต้องมารับกรรมนี่น่ะเหรอ หรือตอนนี้พี่อาทิตย์กับยัยเพตราคบกันอยู่เหรอคะ? "
"พี่กับน้องเพตราเราไม่ได้คบกัน พี่แค่เห็นใจอยากช่วยรุ่นน้องที่กำลังลำบากอยู่ก็แค่นั้น ไม่มีเหตุผลอย่างอื่นแน่นอน" อาทิตย์รีบปฏิเสธเสียงแข็งเพราะกลัวว่าหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ จะเข้าใจผิด
"แล้วทำไมต้องมาให้เพื่อนเจนช่วยล่ะคะ โรงพยาบาลอื่นคลินิกอื่นมีตั้งเยอะ เรื่องอะไรต้องเอาตัวปัญหามาฝากไว้ที่นี่ด้วย? " เจนนารียังไม่ลดละในการปฏิเสธรับตัวปัญหา
"เจนนี่ พอแล้ว" ฟ้าใสพูดปรามเพื่อนหลังจากที่นั่งฟังทั้งสองโต้เถียงกันอยู่นาน
เมื่อพูดถึงเรื่องราวในอดีตก็เหมือนสะกิดโดนแผลเก่าให้รู้สึกเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง ฟ้าใสถึงกับหน้าเสีย ใจสั่น เหงื่อแตกและหายใจแรงขึ้น แต่เธอก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ หากไม่อาจรอดพ้นสายตาของเพื่อนรักไปได้
“ฟ้า แกโอเคไหม?” เจนนารีโน้มตัวมาจับมือเย็นแต่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของฟ้าใส หญิงสาวรับรู้ได้ทันทีว่าอาการแพนิคที่หายไปหลายปีของเพื่อนรักได้กลับมาอีกครั้ง
“น้องฟ้าพี่ขอโทษนะครับ พี่ไม่ได้อยากทำให้น้องฟ้ารู้สึกไม่ดีเลยนะ พี่แค่อยากช่วยรุ่นน้องคนหนึ่งเท่านั้น” อาทิตย์พูดพลางยกมือขึ้นไปแตะที่ไหล่ของคนนั่งข้างด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่อาทิตย์ แต่ฟ้าคงช่วยเรื่องนี้ไม่ได้ ขอโทษด้วยนะคะ ฟ้าขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฟ้าใสก็รีบลุกจากโซฟาเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที
“น้องฟ้าครับ…” อาทิตย์ตะโกนเรียกตามหลังแต่เธอก็ไม่ยอมหันกลับมาหาเขาอีก
“พี่อาทิตย์กลับไปก่อนเถอะค่ะ เจนว่าฟ้าคงไม่ไหวแล้ว” เจนนารีพูดทั้งที่สายตามองตามหลังเพื่อนที่เดินหายเข้าห้องน้ำไป เธอเข้าใจดีว่าเพื่อนรักรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่ว่ารุ่นพี่คนนี้จะไม่คู่ควรแต่เพราะฟ้าใสไม่เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนเลยต่างหาก