อ้อนวอนมาเฟีย

1737 Words
“ขอโทษนะน้ำหอม...พี่ไม่น่าอยากกินขนมร้านนั้นเลย...ไม่งั้นก็คงไม่มาเจอเรื่องแบบนี้”จูเน่ขอโทษขอโพยน้องสาวของสามี ที่ต้องกลับมาทนแรงกดดันของครอบครัว ทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งที่เธอควรจะรับผิดชอบเลยด้วยซ้ำ “ไม่เป็นไรหรอกซ้อ...หอมเองก็ไม่ได้มีค่าอะไรให้ใครรักอยู่แล้ว...แค่เอาตัวเองไปเป็นนางบำเรอแทนครอบครัว...ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”ร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ จนจูเน่เองก็อดสงสารไม่ได้ เธอเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ครอบครัวนี้ทำกับน้ำหอมเลยสักนิด แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเลือกคู่ผิดด้วยเหมือนกัน แต่ในเมื่อได้เข้ามาอยู่แล้ว จนมีลูกแล้ว มันก็ต้องยอมรับชะตากรรมที่ตนเลือกอย่างเลี่ยงไม่ได้ “แกลองคิดดูนะน้ำหอม ถ้าแกไม่ไปเป็นเมียของมาเฟียนั่น เราก็ต้องตายกันหมด แกไม่สงสารหลานหรือไง ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกก็จะตายแล้ว คิดดีๆแล้วกัน...อีกอย่าง..แกไปเป็นเมียมัน...มีแต่ได้กับได้...ชีวิตแกสุขสบายเห็นๆ...แกทั้งสาวทั้งสวย...ยังไงไอ้หนุ่มนั่นมันก็ต้องสนใจแกอยู่แล้ว”หยกทองกล่าวขึ้น “ใช่ แค่เอาตัวเข้าแลก จะอะไรนักหนา แกทำเพื่อครอบครัวไม่ได้หรือไง เดี๋ยวพวกฉันหาเงินได้ ก็ไปเอาตัวแกกลับ” “ม้าทำแบบนี้กับหอมได้ไงคะ...ม้าไม่สงสารน้องเลยเหรอ...ความผิดมันขึ้นอยู่กับลูกชายม้านะ...ทำไมม้าเอาแต่กดดันน้อง” “เป็นแค่สะใภ้ก็หุบปาก หรือเธอมีทางเลือกอื่นงั้นสิ งั้นก็ไปหาเงินสิบล้านมาใช้แทนนายมันสิ หาได้ไหม ถ้าเธอหาไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด มีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นแหละที่เราจะรอดตายกันหมด”คำพูดของจูเน่ไม่สามารถดึงสติให้ผู้เป็นแม่คิดได้เลยแม้แต่น้อย เพราะในสายตาเธอแล้ว เธอมันก็เป็นแค่ลูกชัง มีลูกผู้หญิงก็เหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ เกิดมาก็มีแต่เสียกับเสียอยู่แล้ว ไม่ได้มีหน้ามีตา หรือสืบเชื้อวงศ์ตระกูลได้เหมือนอย่างลูกชาย แม้ว่าจะไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ยังไงเธอและสามีก็จะบังคับให้น้ำหอมแต่งงานกับเสี่ยรวยๆอยู่แล้ว แต่นี่มาเฟียนั่นมันยังหนุ่มยังแน่น ออดอ้อนเอาใจให้มันหลงรักยังไงอนาคตก็สบายอยู่แล้ว “มะ...ไม่เป็นไรซ้อ...หอมชินแล้ว...งั้น...ไม่มีอะไรแล้ว...หอม...กลับหอก่อนนะ...แล้วยังไงหอมจะหาทางช่วยอีกที“ว่าแล้วน้ำหอมก็ลุกขึ้นแล้วเดินคอตกออกจากบ้านไป โดยที่มีสายตาของจูเน่มองเธอเดินออกไปสุดสายตา หมับ! “น้ำหอม...เฮียขอโทษ...แต่ช่วยเฮียเถอะนะ...ถือว่าช่วยลูกกับเมียเฮีย”เจ้านายที่วิ่งตามน้องสาวออกมานอกบ้าน คว้ามือน้องสาวเอาไว้ด้วยความรู้สึกผิด แต่ในเมื่อมันไม่มีทางเลือกอื่นเลย มีเพียงแค่วิธีนี้ที่จะรักษาชีวิตของทุกคนเอาไว้ได้ ก็จำต้องยอมเห็นแก่ตัว “เฮียเคยเห็นหอมเป็นน้องบ้างไหมคะ”ช้อนสายตามองพี่ชายด้วยความผิดหวัง พร้อมกับดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าว น้อยใจที่พ่อแม่ไม่รัก แถมยังถูกกดดันให้เอาตัวเองเข้าแลกโดยที่ไม่คิดถึงความรู้สึกของเธอเลย ทำไม เธอแค่เกิดมาเป็นลูกผู้หญิง มันผิดมากเหรอ ทำไมแค่เสี้ยวเศษความรักเธอถึงไม่เคยได้รับ แล้วผลักใสให้เธอไปรับผิดชอบทุกอย่างแทนพี่ ทั้งที่เธอก็ไม่ใช่คนก่อเลย ใจร้ายกันเกินไปไหม “...”คำถามของน้องสาวทำเอาร่างสูงสะอึกและจุกอกอยู่ไม่น้อย ใช่ เขาเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่อง หาแต่ปัญหาเข้าบ้าน ทุกครั้งคนที่สร้างปัญหาแบบเขาก็ไม่เคยถูกตำหนิเลย จะมีก็แต่น้ำหอม น้องสาวของเขาที่จะเป็นคนถูกตำหนิแทน และไม่ว่าจะกี่ครั้งที่พี่ของเธอสร้างหนี้ เป็นเธอเองที่มักจะเป็นคนที่หาเงินมาใช้ให้ แต่พอเธอมีปัญหาบ้าง แค่ต้องการเรียนให้จบเพื่อทำความฝันให้สำเร็จ กลับถูกมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควร แถมยังพูดอีกว่าแกจะเรียนสูงไปทำไม เป็นผู้หญิงแค่หาผัวรวยให้เขาเลี้ยงแค่นี้ก็พอ มันจุกอยู่นะ เป็นลูกผู้หญิงแล้วทำไม ไม่มีสิทธิ์มีความรู้งั้นเหรอ? 7วันต่อมา... แน่นอนว่าเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้น เธอไม่มีปัญญาหามาได้ทันหรอก สุดท้ายแล้วสิ่งที่เธอเลี่ยงไม่ได้ที่สุด ก็คงไม่พ้นเอาตัวเองมาเสนอให้เขาถึงที่แบบนี้ @คฤหาสน์เธียรวราพัฒนดล “นายครับ...ผู้หญิงบ้านนั้นมาขอพบนายครับ” “บอกให้กลับไป ถ้าไม่มีเงินมาชดใช้ เย็นนี้ก็เตรียมตัวลงหลุมกันได้เลย”เอ่ยตอบแล้วพ่นควันบุหรี่ออกมาจากปากและจมูก พร้อมกับในมือที่บี้ก้นบุหรี่ลงไปในที่จานรอง “ครับ”โค้งศีรษะตอบรับแล้วเดินกลับออกไป ส่วนเขาก็เอนกายพิงหลังไปกับพนักพิงโซฟาด้วยความผ่อนคลาย “คุณ...เข้าไปไม่ได้นะครับ...หากนายโกรธ...มันจะเป็นเรื่องใหญ่เอานะครับ”เสียงมือขวาของมาเฟียผู้มีอิทธิพลร้องห้าม ทว่าน้ำหอมกลับไม่คิดที่จะฟัง แถมยังวิ่งเข้ามาให้ห้องของเขาอย่างถือวิสาสะ ตามด้วยปิดประตูและล็อกห้องในเวลาต่อมา “ธ...เธอ...”ดวงตาคู่คมมองร่างเล็กที่บังอาจกล้าเข้ามาถึงในห้องนอนเขา พร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดมุ่น ไม่คิดว่าเธอจะบ้าบิ่นเข้ามาไม่กลัวตายขนาดนี้ หมับ พรึ่บ!! คนตัวเล็กที่สวมใส่ชุดนักศึกษาพุ่งมากอดแข้งกอดขาแล้วอ้อนวอนเขา หวังให้เขาเมตตาและรับเธอเป็นนางบำเรอเพื่อช่วยครอบครัวตน “คุณคะ...ช่วยรับหนูเป็นนางบำเรอเถอะนะคะ...นะคะคุณ”ไม่พูดเปล่าแต่มือเล็กแสนนุ่มนิ่มนั้นเอื้อมไปกุมมือหนาของเขาไว้ พร้อมกับดวงตาเป็นประกายหวังให้เขาเห็นใจ “นะคะคุณ...ได้โปรด...รับหนูมาขัดดอกเถอะนะคะ...หนูยอมคุณทุกอย่างเลย...ไม่ว่าคุณจะมีเมียเล็กเมียน้อย หรือผู้หญิงกี่คนหนูจะไม่ยุ่งวุ่นวายเลย...ขอแค่ไว้ชีวิตครอบครัวหนูเถอะนะคะ...นะคะคุณ...” “ออกไป...”เสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นไม่คิดที่จะสนใจในสิ่งที่เธอร้องขอแม้สักนิด “ไม่! หนูไม่ออก...คุณรู้ไหมว่ากว่าหนูจะหาบ้านคุณเจอ...กว่าจะมาถึงนี่ได้หนูต้องเสียเงินค่าแท๊กซี่ไปเท่าไหร่...หนูทำงานทั้งวันเลยนะคะกับค่าแท๊กซี่วันนี้น่ะ...แล้วคุณจะมาไล่หนูออกไปแบบนี้ได้ยังไง”นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย เด็กนี่มันจะมาทวงค่าแท๊กซี่จากเขาหรือไง ไม่เคยพบเคยเจอ จะตายอยู่แล้วยังไม่คิดจะกลัวตายอีก บ้าบิ่นเกินไปแล้วร่างสูงพูดกับตัวเองในใจ “รู้ไหม...ว่าฉันเกลียดอะไรมากที่สุด” “หนูจะรู้ได้ไงล่ะคะ...หนูไม่รู้จักคุณนะ”ชะงักไปเล็กน้อยกับคำต่อปากต่อคำของเธอ ยัยบ้านี่ไม่กลัวลูกปืนกรอกปากหรือไงวะ “ฉันเกลียดผู้หญิงที่ถึงเนื้อถึงตัวฉันมากที่สุด” “ทำไมคะ...คุณเป็นเกย์เหรอ...อ๊ะ...อื้อ...”คำว่าเกย์ที่เธอถามด้วยความใสซื่อ ทว่ามันกลับทำร่างสูงฉุนหนักจนเผลอเอื้อมบีบไปที่ลำคอเล็กทันที “ปากกล้าดี...” “อื้อ...อึก...ปะ...ปล่อยหนูก่อน...เรา...เรามาทำข้อตกลงกันหน่อยไหมคะ”ขนาดถูกบีบคอขนาดนี้ ก็ยังพยายามจะหว่านล้อมเขาอีก นี่เธอเป็นผู้หญิงยังไงกันเนี่ย จะว่าน่าสนใจไหน มันก็น่าสนใจแหละ แต่เพราะอดีตที่แสนเจ็บปวดของเขามันทำให้เขาเกลียดผู้หญิงจนเข้าไส้ และยิ่งเธอจะเข้ามาอยู่ในฐานะนางบำเรอแล้วล่ะก็ ก็ยิ่งพาลทำให้ภาพในอดีตที่มันคอยหลอกหลอนเขามาตลอด5ปีฉายซ้ำเข้ามาในหัว จนเผลอบีบลำคอระหงนั้นจนแทบแหลกคามือ “อื้อ...คะ...คุณ...หนูหาย...จะ..ใจ...มะ...ออก...” พรึ่บ!! มือเล็กที่ระรัวตีไปที่มือใหญ่ของเขา พร้อมกับร้องด้วยเสียงเฮือกสุดท้ายเตือนสติเขา จนเขาต้องรีบปล่อย “ออกไปซะถ้าไม่อยากตาย” “ไม่ออก...ถ้าคุณไม่เอาหนู...งั้นหนูขอเวลาอีกหน่อยได้ไหมคะ...หนึ่งอาทิตย์...หนูหาเงินไม่ทันหรอก” “1อาทิตย์”เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “มันน้อยไป คุณไม่สงสารหนูเหรอ...หนูหาเงินคนเดียวนะ อีกอย่างไม่ใช่หนี้หนูสักหน่อย”ยัยเด็กนี่นิ ทำเขาทึ่งไปหลายรอบเลยนะ แต่สุดท้ายก็ยอมยืดระยะเวลาให้เธอ “1เดือน!” “3เดือนได้ไหมคะ...” “นี่เธอ!!...” “นะคะ...3เดือนนะคะคุณ...สัญญาเลยหนูจะหามาให้คุณทุกบาทเลย...ถ้าหาไม่ได้...คุณจะทำอะไรก็ได้หนูยอมหมดเลย...คุณลองคิดดูสิคะ...ถ้าคุณให้เวลาหนูไปหาเงิน คุณจะได้เงินคืน...แต่ถ้าคุณฆ่าครอบครัวหนู...คุณจะไม่ได้อะไรเลย...เผลอๆ...คุณจะต้องเสียเงินค่าทำศพให้พวกหนูอีกนะคะ...พ่อ...แม่...พี่ชาย...พี่สะใภ้...หลานในท้อง...แล้วก็หนู...โห...หลายคนเลยนะคะเนี่ย...ตีเป็นค่าทำศพต่ำๆคนละ...” “พอ!! สามเดือนก็สามเดือน...”ไม่รู้ว่าจะพล่ามน้ำลายไปถึงเมื่อไหร่ รำคาญชะมัดเลย สุดท้ายก็จำต้องยอมให้เธอขอยืดเวลาออกไปถึงสามเดือน โดยที่เขาเองก็ตอบรับไปแบบงงๆทั้งที่ปกติก็ไม่เคยคิดที่จะใจดีกับใครเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมถึงคิดให้โอกาสยัยเด็กนี่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD