คำสั่งเเม่

1254 Words
“พรุ่งนี้ ฉันจะให้คนไปรับเธอที่หอพัก...เตรียมตัวดีๆ”ทันทีที่ร่างเล็กจรดปลายปากกาเซ็นตกลงในใบสัญญานั้น จริยาก็ลุกขึ้น ไม่วายเอ่ยบอกเธอให้เตรียมตัวรับศึกหนักอย่างลูกชายเธอ แต่เธอเชื่อว่าคนนี้ต้องเอาลูกชายเธออยู่หมัดแน่ๆเธอมั่นใจแบบนั้น ลางสังหรณ์ของเธอมันบอก “อะ...เอ่อ...แต่หนู...ยังไม่พร้อมนะคะ” “เธอเซ็นไปแล้ว...ไม่มีคำว่าไม่พร้อมสาวน้อย...เลือกเอาก็แล้วกัน...ถ้าเธอไม่ไป...ครอบครัวเธอก็ตาย...” “อึก...ค่ะ...”กลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบากใจ สุดท้ายก็จำต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาที่กำลังจะเป็นไป และไม่ว่าจะเกิดอะไรต่อจากนี้ นับว่าเธอทำหน้าที่ลูกได้อย่างดีที่สุดแล้วจริงๆ วันต่อมา... จริยาให้คนมารอรับว่าที่ลูกสะใภ้ที่หน้าหอพักนักศึกษา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะประเด็นคือ รถคันหรูสามคันมาจอดพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบคนที่ล้อมรอบตัวเธอจนกลายเป็นจุดสนใจไปทั่วทั้งบริเวณนี้ “อะ...เอ่อ...มากันทำไมเยอะแยะคะ...หนูมีแค่กระเป๋าสองใบเอง”ร่างเล็กกล่าว พร้อมกับยิ้มแหยๆ เมื่อเห็นความยิ่งใหญ่และอลังการราวกับมาต้อนรับเสด็จคนใหญ่คนโต แอบเขินอยู่เหมือนกันนะ แล้วดูสิ หอพักที่เธออยู่ก็ตึกโทรมๆ ดูไม่สมเกียรติเอาซะเลย “เป็นคำสั่งของคุณผู้หญิงครับ...มาครับ...ผมช่วยถือ...”หนึ่งในบอดี้การ์ดเอ่ยตอบ พร้อมกับไปช่วยเธอขนข้าวขนของ ตามด้วยผายมือให้เธอเดินไปนั่งรอในรถ แต่ระหว่างที่เธอกำลังจะมุดเข้าไปนั่งในรถคันหรูนั้น เหล่านักศึกษาที่หันมาให้ความสนใจก็ต่างพูดจิกกัดใส่เธอ “ใครมันตาบอดเอายัยนี่ไปทำเมียเนี่ย”เสียงหนึ่งดังเข้ามากระทบในหูของเธอจนอยากจะเดินไปแล้วเอารองเท้าฟาดปากให้แตก แต่พอมานึกๆแล้ว คนดีๆที่ไหนจะมาแขวะคนอื่น ก็เลยปล่อยให้นกกามันร้องไป ส่วนเธอก็เชิดใส่สวยๆ ดีเสียอีกใครกันจะมีบุญได้รับสวัสดิการดีๆแบบเธอ “เดี๋ยวอีกหน่อยก็โดนเขี่ยทิ้ง ทำเป็นอวดดีไปเถอะ” “ไม่สวยก็เหนื่อยหน่อยนะจ๊ะหล่อน...”เธอแขวะกลับไปโต้งๆ “เอาเวลาแขวะคนอื่น ออกจากหอโกโรโกโสนี่ให้ได้ก่อน...พอดีว่าทางนี้..แม่สามีจะรับไปอยู่คฤหาสน์น่ะจ้ะ...อุ๊บส์...ว่าจะไม่พูดแล้วเชียว...หลุดเฉย...ไปจ๊ะคุณบอดี้การ์ด...”ว่าแล้วก็จีบปากจีบคอแขวะกลับสักหน่อยด้วยความหมั่นไส้ เอาจริงเธอก็ไม่คิดจะทำร้ายใครก่อนหรอก ถ้าไม่มีคนมาทำเธอก่อน @คฤหาสน์เธียรวราพัฒนดล “เธอ!!”เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ทันทีที่ร่างเล็กเดินเข้ามาในบ้านของเขาโดยที่เจ้าของบ้านยังไม่ได้อนุญาตเลยด้วยซ้ำ “ว่าไงคะคุณสามี”ขานตอบรับด้วยท่าทีทะเล้น “ใครสามีเธอมิทราบ...โยนยัยนี่ออกไป...”ว่าแล้วก็ตวัดสายตาไปบอกมือขวาข้างกาย พร้อมกับสั่งเสียงแข็ง แต่เมื่อคนของเขากำลังจะตรงไปยังร่างเล็ก ก็มีเหลาบอดี้การ์ดสี่ห้าคนกันทางเอาไว้เสียก่อน สร้างความประหลาดใจแก่จอมทัพ มาเฟียผู้เย็นชาอยู่ไม่น้อย “คุณผู้หญิงสั่งห้าม ไม่ให้แตะต้องหรือทำอันตรายคุณน้ำหอมครับ”เสียงของบอดี้การ์ดคนหนึ่งกล่าว “คือ?”เลิกคิ้วแล้วมองหน้าน้ำหอมอย่างไม่เข้าใจ “คุณผู้หญิงให้คุณน้ำหอมมาทำหน้าที่ภรรยาของคุณหนูครับ” “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่เอา แล้วก็เอาตัวยัยนี่ออกไปให้พ้นหน้าฉันด้วย ไม่งั้นฉันยิงทิ้งแน่”ประกาศกร้าวเพื่อให้ผู้บุกรุกหวาดกลัว “คุณห้ามทำอะไรหนูเด็ดขาด ถ้าคุณกล้าแตะต้องหนูแม้แต่ปลายเล็บ มรดกที่คุณจะได้รับ คุณผู้หญิงจะไม่ให้คุณสักบาทเดียว...เพราะงั้น...การที่หนูมาอยู่ที่นี่...เป็นคำสั่งจากคุณผู้หญิง...ถ้าคุณอยากมีเรื่อง...คุณก็ลองทำอะไรหนูดูสิ...แต่หนูไม่รับประกันความเสี่ยงน้า...เอาน่า...เรามาตกลงกันดีๆดีกว่า เพื่อความปรองดองระหว่างเรา”ว่าแล้วเธอก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขายอมให้เธออยู่ที่นี่ “ฉันเกลียดผู้หญิง...แล้วฉันก็ไม่คิดที่จะปรองดองกับใครทั้งนั้น...ออกไป” “นี่...คุณจะไล่หนูทำไมนักหนา...บ้านก็หลังใหญ่โต...ให้หนูอยู่ด้วยคนสิคะ...คุณอยู่ที่นี่คนเดียวเหงาแย่เลย” “ถ้าไม่ออก ฉันจะยิงเธอทิ้งเดี๋ยวนี้” “ถ้าคุณอยากมีปัญหากับแม่คุณ...ก็ยิงเลยค่ะ...เอาสิคะ...”ที่เธอพูด เธอไม่ได้แค่ขู่หรือท้าทายเขา แต่ชีวิตของเธอมันไม่ได้มีค่าให้ต้องอยู่ เธอไม่รู้ว่าเธอจะอยู่ไปทำไม อยู่ไปก็ไรค่า พ่อแม่ก็ไม่รักไม่ห่วง ไม่มีเป้าหมายที่จะอยู่เพื่อใคร มันไร้ทิศทางเหลือเกิน จนหลายครั้งก็แอบคิดที่จะจบชีวิตของตัวเองให้จบๆไป แต่ก็ไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง และไม่รู้ทำไม สายตาคู่นั้นที่เขามองมัน กลับทำให้เขาชะงักและวูบไหวไปกับคำขู่ของเธอ สายตาที่ไม่ใช่แค่ยั่วโมโหเขา แต่ทำไมเขารู้สึกเหมือนเด็กนี่อยากจะตายจริงๆ แววตานั่น ทำไม ถึงได้ดูเศร้านัก หรือเขา...คิดไปเอง? ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน สุดท้ายก็เลยได้แต่เงียบแล้วเดินหนีไป “เงียบแบบนี้...แปลว่ายอมให้หนูอยู่ที่นี่แล้วใช่ไหมคะ”ร่างเล็กวิ่งตามเขาไปแล้วเอ่ยถามเสียงทะเล้น ไม่วายยกยิ้มกวนๆใส่เขาจนร่างสูงงวยงงเข้าไปใหญ่ สรุปเด็กนี่มันมีกี่อารมณ์วะเนี่ย ไบโพล่าร์กินเหรอ หรือยังไง? “...”จอมทัพไม่ได้พูดอะไรออกไป ดันไหล่มนออกจากทางแล้วเดินขึ้นห้องไป โดยมีน้ำหอมวิ่งตามขึ้นไปด้วย แถมยังถือวิสาสะเปิดห้องนั้นห้องนี้แล้วเลือกห้องของตัวเองตามอำเภอใจอีก “ห้องนั้นไม่ได้...”เสียงเข้มกล่าวขึ้น เมื่อเธอเปิดเข้าไปในห้องตรงข้าม ที่เคยเป็นห้องของผู้หญิงคนเก่าของเขา “ทำไมคะ...แต่ห้องนี้ใกล้คุณนี่...” “บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้!”กดเสียงต่ำ จนน้ำหอมจำยอมไปที่ห้องริมสุดทางเดิน ซึ่งมันไกลจากห้องเขาคนละฟากบ้านเลย นั่นยิ่งทำให้จอมทัพสงสัยเข้าไปใหญ่ ไหนบอกแม่ให้มาอยู่ในฐานะปั๊มลูกกับเขาไง ทำไมถึงไม่เลือกห้องข้างๆทั้งที่มันก็ยังว่าง “หนูเอาห้องนี้...หนูเหนื่อยแล้ว...ขอไปพักก่อนนะคะ...บ๊ายบาย...คุณสามี”ยกมือขึ้นโบกไปมาเบาๆอย่างกวนๆ ก่อนที่จะเปิดประตูแล้วเข้าห้องของตัวเองไป “แม่...แม่คิดจะทำอะไรของแม่...แม่มาเอาคนของแม่กลับไปเดี๋ยวนี้ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ”ร่างสูงยกโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาแม่ผู้บังเกิดเกล้า [ก็ลองแกกล้าแตะลูกสะใภ้ฉันสิ ฉันเอาแกตายแน่...] “จิ๊! ได้...งั้นก็คอยดู...ผมจะป่วนให้ยัยเด็กนั่นอยู่ไม่ได้เลยคอยดูสิ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD