หมับ!! ม๊วฟ!
“อื้ม...”ร่างสูงไม่รีรอจู่โจมเธอด้วยการจูบ พร้อมทั้งรวบเอวบางให้เข้ามาแนบชิดร่างเขาจนอะไรต่อมิอะไรโดนกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
และทันทีที่คนตัวเล็กถูกจูบ ก็ถึงกับเบิกตาโพลงขึ้นมาด้วความตื่นตระหนก จากนั้นก็พยายามดันเขาให้ออกจากเธอ
ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
“ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคนบ้า...นั่นมันจูบแรกของหนูนะ...คุณทำแบบนี้กับหนูได้ไง”เมื่อผลักเขาออกห่างจากตัวก็รีบโวยวายทันที แล้วยกมือขึ้นเช็ดปากตัวเอง ราวกับจูบนั่นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างไงอย่างงั้น
ทว่าก็ทำร่างสูงที่กำลังหน้ามืดตามัวแอบแปลกใจอยู่ไม่น้อย เขามีสติและรับรู้ได้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขามันต้องการเธอแค่ไหน เพียงแค่ไม่สามารถควบคุมสัญชาตญาณความเป็นชายได้เลย ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งต้องการ ยิ่งได้กลิ่นหอมๆนั่น ก็ยิ่งอยากจะครอบครอง ทั้งที่สมองของเขากำลังต่อต้านว่าอย่าเข้าใกล้ผู้หญิง เพราะผู้หญิงยิ่งสวยก็ยิ่งอันตราย แน่นอนเขาไม่ปฏิเสธว่าเธอสวยมาก มากเสียจนเขาเองก็เผลอไผลไปกับความงดงามบนใบหน้าของเธออยู่บ่อยๆ แต่ความหลังที่แสนเจ็บปวดก็จะผุดเข้ามาในหัวทุกที
“อย่าเข้ามาใกล้หนูนะ...ไม่งั้นหนูจะร้องให้บอดี้การ์ดของแม่คุณช่วย”น้ำหอมยกอำนาจของจริยาขึ้นมาขู่ ทว่าสมองอันชาญฉลาดก็พลันนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้จริยาพูดอะไรกับเธอ
‘พรุ่งนี้แม่จะมาฟังข่าวดีนะ’
อย่าบอกนะว่าคุณหญิงแม่วางยาลูกชายตัวเองเพื่อมาจับเธอน่ะ ไม่นะ คุณหญิงแม่ก็รวดเร็วเกิน ไม่ปล่อยให้เธอได้ทำใจเลยหรือไง นี่มันครั้งแรกของเธอเชียวนะ เอาไงดีทีนี้ยัยน้ำหอมเอ๊ย แล้วไอ้บ้ามาเฟียนี่ก็แรงควายเสียเหลือเกิน
หมับ!
พรึ่บ!!
ระหว่างที่เธอพยายามดันตัวของเขาออก เขาก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงเธอและต้อนจนร่างเล็กนั้นเดินถอยหลังและหงายหลังไปที่เตียง เรียกได้ว่าเป็นจังหวะนรกก็ว่าได้ เพราะทันทีที่เธอล้มลงไปนอนที่เตียง หมาป่าที่หลุดออกมาจากการจำศีลเช่นเขาก็กระโจนขึ้นไปคร่อมร่างเธอและพยายามฉีกทึ้งเสื้อผ้าบนตัวของเธอออกอย่างรวดเร็ว ด้วยเพราะความต้องการที่มันยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆตามฤทธิ์ยา จนไม่อาจต่อต้านความคิดของตัวเองที่พยายามหักห้ามใจเอาไว้ได้เลย สุดท้ายเลยต้องทำตามความรู้สึกกระสันนี้เพื่อระบายความทรมานที่คลั่งค้างอยู่ออกไปให้พ้นเสียที พร้อมกับในใจที่นึกคาดโทษผู้เป็นแม่
“คะ...คุณ...ใจเย็นๆก่อน...คะ...คือหนู...อื้ม...”
จ๊วฟ!
ร่างสูงโน้มลงฉกจูบริมฝีปากเรียวเล็กของเธอเพื่อปิดเสียงที่น่ารำคาญของเธอ จากนั้นก็ลูบไล้ฝ่ามืออันร้อนระอุไปตามเรือนกายอย่างหลงใหล ไม่คิดเลยว่า ผิวของยัยเด็กนี่จะเนียนนุ่มน่าสัมผัสได้ขนาดนี้ ยิ่งสัมผัสมากเท่าไหร่ ความต้องการในกายของเขามันก็ยิ่งโหมกระหน่ำเพิ่มทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้กลิ่นกายของเธอมันเย้ายวนจนเกินจะหักห้ามใจตัวเองได้แล้ว
ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
กำปั้นเล็กๆระดมทุบไปที่อกแกร่งอย่างแรงรัวๆ หวังให้คนไม่ได้สติปล่อยเธอออกจากพันธนาการที่เธอยังไม่พร้อมจะรับมือในตอนนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงรวบมือเล็กทั้งสองข้างเอาไว้ที่เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขาเพื่อตัดความรำคาญ
และจังหวะที่เธอสะบัดใบหน้าและจะอ้าปากร้อง เขาก็ใช้โอกาสนั้นสอดแทรกเรียวลิ้นนั้นเข้าไปฉกชิมความหวานในโพรงปากนุ่มลื่นของเธอทันที ความหอมละมุมราวขนมหวานที่เขาเคยชอบตอนเด็กๆ มันหวานไม่เลี่ยน เป็นความหวานที่ไม่น่าเบื่อ และเขาสามารถกวาดชิมได้เรื่อยๆ
ด้วยเพราะเธอยังใหม่ และไม่เคยถูกใครจูบแบบนี้ ก็พยายามหลบสัมผัสที่น่าอึดอัดในปากของตัวเอง ทว่ายิ่งเธอหนีมากเท่าไหร่ กลับสร้างความตื่นเต้นให้เขาไล่ต้อนไปตวัดหยอกเย้าได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ปากและลิ้นพยายามปรนเปรอจูบให้เธอได้มีอารมณ์ร่วมไปกับเขา มือหนาก็ซุกซนลูบไล้ไปตามอกอวบอิ่มนุ่มนิ่มนั้นอย่างเมามัน ทว่า จังหวะที่เธอเหมือนจะเคลิ้ม เขาก็ปล่อยให้เธอนั้นเป็นอิสระจากนั้นก็ใช้มือที่เผลอปล่อยมือเธอออกและลูบไล้ไปตามโคนขาเรียว ลากมันขึ้นมาเรื่อยๆจนเกือบจะถึงของสงวนของเธอ
หมับ!!
ผลั๊วะ!
“โอ๊ย!!”
เธอกลับใช้มือที่เขาปล่อยให้เป็นอิสระควานหาสิ่งของที่ใกล้มือที่สุด ซึ่งนั่นก็คือโคมไฟหัวเตียง ก่อนที่จะฟาดไปที่ศีรษะของเขาอย่างจัง และไม่ได้ฟาดเพื่อเรียกสติเขาให้หยุด แต่เป็นการฟาดที่หวังให้เขาสลบเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันได้ผล เพราะทันทีที่ได้กลิ่นคาวเลือดที่หยดลงมาที่แก้มนวลเขาก็ล้มตัวลงนอนหมดสติข้างเธอทันที
“ฟู่ว!! โชคดีที่มีแรงฟาด ไม่ได้อ่อนระทวยไปกับสัมผัสบ้าๆของเขาเสียก่อน”ร่างเล็กถอนหายใจ ก่อนที่จะพูดขึ้นมากับตัวเอง ด้วยความโล่งใจ ที่ไม่ถูกเขาพรากความบริสุทธิ์ของเธอไปเสียก่อน
“เอาวะ...พรุ่งนี้...ค่อยว่ากันใหม่...หวังว่าคุณหญิงแม่จะเข้าใจ...กับสิ่งที่ฉันทำในคืนนี้”
วันต่อมา...
“เธอว่าไงนะน้ำหอม...เธอใช้โคมไฟฟาดหัวลูกชายฉันเหรอ...เธอเอาอะไรคิดเนี่ย...ฉันให้เธอมาทำลูกให้ลูกชายฉันนะ...ฉันไม่ได้ให้ไปฟาดหัวมันแบบนั้น...โอ๊ยจะบ้าตาย...รู้ไหมว่ากว่าฉันจะหว่านล้อมให้ลูกฉันกินน้ำนั่นได้มันระแวงฉันไปเท่าไหร่...แล้วแบบนี้ฉันจะได้อุ้มหลานไหมเนี่ยห๊ะ...เสียเรื่องหมดเลย”
“ขะ...ขอโทษค่ะคุณหญิงแม่...คือ...น้ำหอมยังไม่พร้อมนี่คะ...คุณหญิงแม่โปรดเข้าใจหอมด้วย...หอมไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายนะ...ให้หอมทำใจก่อนสิ”เมื่อถูกดุ น้ำหอมก็รีบทำตาปริบๆแล้วเกาะแข่งเกาะขอความเห็นใจจริยา ให้โปรดเมตตาเธออีกครั้ง ซึ่งมันก็ได้ผล เมื่อมาคิดๆดูแล้วว่าเธอต้องเสียสละตัวเองเพื่อมาใช้หนี้แทนพี่ชายก็เลยพยายามเข้าใจ ไม่ถือโทษโกรธอะไร แต่ความบรรลัยมันอยู่ตรงนี้ เพราะขณะที่เธอกำลังคิดหาแผนสำรองที่น้ำหอมดันทำมันพัง เสียงดุดันของลูกชายเธอก็ดังขึ้น จนเธอและน้ำหอมสะดุ้งโหยง
“แม่ทำบ้าอะไรของแม่...ถ้าแม่ยังไม่เลิกจับยัยเด็กกะโปโลนี่มาให้ผม...ผมจะฆ่ายัยนี่ทิ้งซะ”
“โธ่...ลูกรัก...นิดๆหน่อยๆเอง...ถือว่าถ่ายเลือดเสียออกไง...โดนฟาดหัวแตก...ไม่คิดจะเปลี่ยนความคิดมีหลานให้พ่อกับแม่อุ้มบ้างเหรอ”จริยาทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตอนนี้ลูกชายของตนนั้นกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แถมยังจ้องหน้าน้ำหอมราวกับกำลังจะฉีกเนื้อเธอออกเป็นชิ้นๆ
“อึก! คุณหญิงแม่ช่วยน้ำหอมด้วย”คนตัวเล็กรีบวิ่งไปหลบด้านหลังจริยา หวังหาที่พึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาเขา
“เอาล่ะ...ไหนๆก็แผนแตกแล้ว...เธอ...กลับบ้านกับฉันก่อน...ไว้ให้ลูกฉันอารมณ์เย็นขึ้นสักนิด...ค่อยมาใหม่แล้วกัน”จริยากระซิบกระซาบกับน้ำหอมก่อนที่จะพาเธอออกจากสถานการณ์ที่แสนอึดอัดนี้
“และอย่าให้ฉันเห็นอีกว่าเธอเข้ามาเหยียบในบ้านของฉัน...ไม่งั้น...ฉันเอาลูกปืนกรอกปากเธอแน่...และไม่ใช่แค่เธอนะ...ครอบครัวเธอก็ด้วย...”
“อึก...”ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่น่าเลย ไม่น่าฟาดให้สลบเลย น่าจะฟาดให้ตายไปซะ น้ำหอมคิด แต่ทว่าต้องรีบสะบัดความคิดของตนออกเมื่อนึกขึ้นได้ว่านั่นมันลูกของผู้มีพระคุณเธอตอนนี้นะ จะฆ่าเขาไม่ได้เด็ดขาด