ร่างเพรียวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าหอพักแห่งใหม่ ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังตัวอาคารที่สูงตระหง่าน ‘ขวัญ’ ไม่รอช้า เธอรีบก้าวเข้าไปยังด้านใน และพบเข้ากับเจ้าของหอที่อยู่บริเวณนั้น
“ติดต่อเรื่องเข้าพักใช่ไหมหนู” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้นพลางจ้องมองมายังสาวน้อยที่เพิ่งมาเยือนใหม่เป็นครั้งแรก
“ใช่ค่ะ มาทำสัญญาเข้าอยู่ค่ะ” เสียงใสเอ่ยตอบกลับไป
“ทางนี้เลยจ้ะ” คุณป้าเอ่ยบอกและยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะเดินนำไปที่ห้องส่วนตัวเพื่อพูดคุยเรื่องเอกสารสัญญา
อื่น ๆ
สาวน้อยผู้น่ารักเพียงแค่พยักหน้ารับและยิ้มให้บาง ๆ เธอเดินตามอีกฝ่ายไปจนมาหยุดอยู่ที่โซฟาของห้องรับแขก เมื่อเห็นว่าฝ่ายคนมีอายุกว่านั่งลงก่อนแล้ว ร่างบอบบางจึงนั่งลงตาม
“นี่เป็นเอกสารและรายละเอียดสำคัญนะหนู รับไปอ่านค่อย ๆ อ่านให้ละเอียดและตรวจทานดูให้ดีนะ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง อ่านให้ถี่ถ้วนครบทุกตัวอักษร เมื่อแน่ใจดีแล้วค่อยเซ็นชื่อแล้วส่งคืนให้ป้า”
“ได้ค่ะ…” ขวัญนรียื่นมือไปรับกระดาษสีขาวมาไว้ ก่อนจะเริ่มไล่สายตาอ่านดูข้อมูลต่าง ๆ อยู่หลายรอบจนตัวเธอแน่ใจแล้ว มือขาวจึงหยิบปากกาขึ้นมาเขียนชื่อประทับเป็นอันเสร็จสรรพ
“นี่ค่ะ ขวัญตกลงค่ะ เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าพักได้เลยใช่ไหมคะ?”
มือเหี่ยวย่นดูมีอายุตามวัยเอื้อมไปรับเอกสารคืน ก่อนจะส่งกุญแจห้องให้เด็กสาวตรงหน้าที่กำลังมองมาเพื่อรอคำตอบ
“ใช่จ้ะ เข้าพักได้เลยนะ อันนี้กุญแจ ห้องหนูจะอยู่ที่
ชั้นสามนะ เดินขึ้นไปตามบันไดตรงนั้นได้เลย ข้าวของและสัมภาระป้าจะให้พวกเด็ก ๆ ขนไปให้ หนูแค่เดินตามเขาไปก็พอ โอเค เนอะ”
ดวงตาคู่สวยมองไปยังชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันที่ยืนรอบริการตนอยู่ ขวัญนรีจึงต้องพยักหน้ารับอย่างจำยอมและรีบลุกขึ้นยืน
“ค่าใช้จ่ายสำหรับเข้าพักใหม่ครั้งแรกนะจ๊ะ สแกนได้เลย”
เมื่อได้ฟังดังนั้น มือเรียวจึงคว้าหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาชำระจ่ายในส่วนมัดจำและอื่น ๆ ตามที่แนบอิงมาในเอกสาร
“เรียบร้อยค่ะ หนูโอนไปแล้ว”
ป้าเจ้าของหอพักพยักหน้ารับและส่งสัญญาณให้เด็กหนุ่มเริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง ร่างสูงสมส่วนจึงเดินเข้าไปคว้าเอากระเป๋าเดินทางของแขกวีวีไอพีคนใหม่ ก่อนจะเริ่มเดินนำหน้าเธอไป
“ไปเร็วหนู เด็กคนนั้นเดินไวมากนะ ขาเขายาวน่ะ”
ใบหน้าสวยหันมองไปยังอีกฝ่ายที่หยุดยืนรออยู่ไม่ห่างออกไปมาก ตาคมจ้องมองมาที่เธอนิ่ง ๆ ขวัญนรีจึงต้องรีบก้าวและมุ่งหน้าไปทางชายหนุ่ม เมื่อเห็นดังนั้นร่างโปร่งจึงเริ่มก้าวเดินต่อ
ในขณะที่เดินผ่านตรงล็อบบี ขวัญนรีสังเกตเห็นหนุ่มหล่อหน้าตาดีคนหนึ่ง ราวกับรู้ว่ากำลังโดนจับจ้อง…ใบหน้า
หล่อเหลาจึงหันมาหา และด้วยความที่ค่อนข้างเป็นมิตร สาวน้อยจึงยิ้มทักทาย
“…”
ขวัญนรีถึงกับหน้าเจื่อนลง เพราะนอกจากจะไม่ได้รับรอยยิ้มหรือคำกล่าวทักทายแล้ว อีกฝ่ายยังเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย
“หน้าแตกเลยสินะยายขวัญ…” ปากบางพึมพำออกมาเบา ๆ ขาเรียวรีบก้าวเดินต่อเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มขนของกำลังมองมา
ทั้งสองเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่ห้องพัก ‘012’ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง เด็กหนุ่มคลายมือออกจากกระเป๋าก่อนจะโค้งหัวให้เล็กน้อยและเดินจากไป ทำเอาคนมองถึงกับงุนงง
“ยัง… ไม่ได้ขอบคุณเลยนะ…” เสียงใสเอ่ยไล่ตามหลังอีกคน
ศีรษะสวยส่ายไปมาเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มไขกุญแจเพื่อจะเข้าไปในห้อง และในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือเปิดประตู เป็นอันต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นว่าผู้เช่าฝั่งตรงข้ามที่คุ้นหน้ากำลังจะเดินเข้าห้อง หญิงสาวจึงรีบมุ่งเดินไปหาชายหนุ่มในทันที
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ‘ขวัญนรี’ นะคะ เรียก ‘ขวัญ’ ก็ได้” ด้วยความที่เป็นคนอัธยาศัยดีเป็นพิเศษ เธอจึงตัดสินใจเอ่ยทักขึ้น
“…”
“เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” ดวงตาสีน้ำตาลสวยมองไปยังร่างสูงสมส่วนของคนตรงหน้าที่ยังนิ่งเงียบ
“…พูดอะไรหน่อยสิคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งเพื่อ
ดึงความสนใจจากอีกฝ่าย และได้ผลอย่างดี…เมื่อเขาหันใบหน้ามาหา
“เธอ… กำลังคุยกับฉันอยู่เหรอ…?”
“ค่ะ ก็เราอยู่กันตรงนี้แค่สองคนนี่นา…จะให้พูดกับใคร…” ขวัญเอ่ยพูดเจื้อยแจ้วอย่างสดใส ปากบางกระจับยกยิ้มสวย ด้วยคำตอบที่ดูจะกวนไม่เบาทำเอาปากหยักยกยิ้มขึ้นตาม
“สวัสดี ฉันชื่อเรน”
“เรน… ชื่อเพราะจัง” เสียงใสเอ่ยชมขึ้นอย่างตรงไป
ตรงมา
เมื่อได้ฟังที่คนตัวเล็กชม ‘เรน’ ถึงกับลอบยิ้ม มือหนายกขึ้นลูบท้ายทอยด้วยความเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเพื่อตอบกลับ
“ก็ชื่อทั่วไปนั่นแหละ…”
“ยินดีที่ได้รู้จักชื่อนะคะ” สาวน้อยร่างบางยังคงพูดคุยและคอยสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของตนต่อไป
“เช่นกันนะ… ขวัญ…”
แม้จะเพิ่งทำความรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เธอก็สังเกตและรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายนั้นคงพูดไม่ค่อยเก่งและอาจจะเป็นคนพูดน้อย สาวเจ้าจึงค่อย ๆ ทำความเข้าใจและให้พื้นที่ในการปรับตัวแก่เขา
“ไว้จะมาชวนคุยใหม่ เราขอตัวไปเก็บของเข้าห้องก่อนนะคะ” ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มมาให้ก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าห้องตัวเอง
“ให้ช่วยไหม…?”
“ไม่เป็นไร… ขอบคุณนะคะ” มือเล็กคว้าจับกระเป๋าเดินทางและเตรียมจะก้าวเข้าห้อง ปากสวยยังคงยิ้มอย่างสดใสเมื่อได้ยินคนตัวสูงกว่าเอ่ยถามถึงความช่วยเหลือ ขวัญนรีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้น ‘น่าเอ็นดู’ ทั้งยัง ‘ใจดี’ แม้จะพูดไม่เก่ง
ในขณะที่กำลังเดินเข้าห้องนั้น ใบหน้าสวยถึงกับซีดเผือด เมื่อเห็นว่าสร้อยพระที่ตนเองแขวนไว้ที่คอหลุดร่วงหล่นลงบนพื้น
“เธอได้ไปจุดธูปไหว้ศาลข้างล่างหรือยัง?”
“…ยังเลยค่ะ พอมาถึงขวัญก็เดินเข้ามาด้านในเลย”
“อืม อย่าลืมนะ”
เมื่อสิ้นสุดประโยคจากปากของอีกฝ่าย สาวเจ้าก็รู้สึกได้ว่าประตูห้องตรงข้ามตนนั้นได้ปิดลงไปแล้ว ถึงแม้จะสงสัยและแคลงใจในคำพูดของเรนมากแค่ไหน เจ้าตัวก็เพียงแค่ก้มลงไปเก็บเอาสร้อยพระขึ้นมาไว้ในมือและมุ่งหน้าเดินเข้าห้องไป
หลังจากใช้เวลาเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทางดีแล้ว สาวน้อยร่างบางจึงเดินลงมายังชั้นล่างโดยมีจุดหมายคือศาลหน้าหอ ไม่นาน… เธอก็เดินมาถึงบริเวณดังกล่าว ขวัญค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่ง มือขาวเอื้อมไปหยิบเอาธูปและไฟแช็กที่วางอยู่ไม่ไกลขึ้นมาเพื่อที่จะทำการจุดกราบไหว้ตามที่หนุ่มหน้าหล่อได้บอกไว้ก่อนหน้านี้
‘วันนี้ขวัญมากราบไหว้และขอขมานะคะ ที่เข้ามาโดยไม่ได้จุดธูปบอกกล่าวก่อน หวังว่าท่าน…จะไม่โกรธหรือขุ่นเคืองกัน และถ้าไม่ได้เป็นการขอมากเกินไป ขวัญอยากจะขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ ณ ที่บริเวณนี้ ช่วยคุ้มครองดูแล…ปกปักรักษาด้วยนะคะ’
เมื่อเอ่ยขอขมาและอธิษฐานเสร็จ ในขณะที่กำลังจะปักธูปนั้น ขวัญนรีรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน ดวงตากลมโตจึงรีบหันกลับไปมองทันทีโดยที่หน้าอกด้านซ้ายกำลังเต้นแรงจนดูเหมือนจะทำงานหนัก ทันทีที่หันไปดูก็พบเข้ากับบุคคลที่เอ่ยแนะนำให้เจ้าหล่อนมาที่นี่ ซึ่งอีกฝ่ายนั้นแค่ยืนนิ่ง ๆ อยู่ไม่ไกล
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย…” ร่างบางเอ่ยพึมพำเบา ๆ แม้จะรู้สึกทั้งแปลกใจและตกใจแต่เมื่อเห็นว่าเป็นเรนจึงค่อย ๆ สงบลง
“เวลานี้… ฉันมักจะมาที่นี่ประจำแหละ” เรนที่ได้ยิน เอ่ยตอบพร้อมกับมองมายังร่างเล็กบอบบางของหญิงสาวตรงหน้าตน
“โอเค… เข้าใจแล้ว…”
ดวงตาคู่สวยจ้องมองสำรวจชายหนุ่มก็พบว่าอีกฝ่ายอยู่ในชุดนักศึกษาสีขาวหรือชุดนิสิตของมหาวิทยาลัยเดียวกับตนเอง เธอนิ่งเงียบใช้ความคิดอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยถามร่างสูงโปร่ง
“เรนเป็นรุ่นพี่ของขวัญใช่ไหม…?”
“ใช่ ฉันอยู่ปีสี่น่ะ เธอน่าจะเป็นรุ่นน้อง”
“ใช่ค่ะ ขวัญเพิ่งอยู่ปีหนึ่ง เป็นน้องใหม่เลย”
ใบหน้าหล่อพยักหน้ารับเบา ๆ เป็นเชิงเข้าใจ สองสายตาสบมองเข้าหากัน เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ร่างเพรียวที่รู้ว่าตนจ้องมองอีกฝ่ายมากจนเกินไปจึงรีบเบือนหน้ากลับไปที่ศาล
“เกือบจะลืมปักธูปเลย…”
เมื่อเห็นและคิดได้ดังนั้น มือเรียวขาวจึงค่อย ๆ ปักก้านธูปลงไปอย่างบรรจงก่อนจะยกมือขึ้นพนมไหว้อีกเป็นอันเสร็จสรรพ
สาวน้อยร่างบางลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้าไปหาหนุ่มรุ่นพี่ที่ยังคงมองมาที่ตนเองอยู่ เรนจึงเริ่มก้าวเดินนำเข้าไปภายในหอโดยมีขวัญนรีคอยเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับห้องกันอยู่ ต่างฝ่ายต่าง
ไม่มีใครเอ่ยหรือพูดอะไร เกิดเป็นความเงียบขึ้นมาปกคลุมบรรยากาศ ฝ่ายคนช่างพูดอย่างขวัญที่ทนต่อไม่ไหวจึงเอ่ยพูดเพื่อชวนคุย
“พรุ่งนี้พี่เรนมีเรียนหรือเปล่าคะ?”
“…ไม่มีหรอก” ร่างสูงเอ่ยตอบหลังจากเงียบไปสักพัก
“เสียดายจัง… เผื่อว่าจะได้ไปด้วยกันน่ะค่ะ” ใบหน้าสวยง้ำงอเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย เรนที่ได้ยินจึงเอ่ยตอบ
“อืม…”
“ขวัญเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเลยยังไม่มีเพื่อน…” หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน เจ้าหล่อนรู้สึกท้อในใจไม่น้อยเมื่อนึกถึงความจริงที่ว่า…ตนเองยังไม่มีเพื่อนสักคน
“ไม่เป็นไรหรอก เธอน่ารัก…เดี๋ยวก็มี”
“เมื่อกี้… พี่พูดว่าอะไรนะคะ…?” ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ฟังที่หนุ่มรุ่นพี่พูด เธอเอ่ยถามขึ้นเพื่อย้ำอีกที
“เปล่า… แค่บอกว่า…เดี๋ยวก็มีน่ะ”
แม้ประโยคสำคัญจะหลุดหายไป แต่ขวัญนรียังคงรู้สึกนุ่มฟูภายในอก คำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยชมออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจนั้น ทำเอาสาวน้อยอายุสิบเก้าปี ถึงกับเสียอาการจนแก้มขึ้นสีระเรื่อ และเป็นโชคดีที่หนุ่มหล่ออย่างเรนยังคงเดินนำอยู่ด้านหน้า
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างคนต่างยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมเปิดประตูและเข้าห้องไป
“ไว้เจอกันใหม่ ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดี” น้ำเสียงอันอบอุ่นเอ่ยบอก ใบหน้าสวยน่ารักจึงหันกลับไปมองยังผู้พูดที่ยังคงยืนหันหลังให้เจ้าหล่อนอยู่ ปากบางคลี่ยิ้มและเอ่ยตอบเช่นเดียวกัน
“พี่ก็เหมือนกันนะคะ ขอให้เป็นคืนที่ดี”
ใบหน้าหล่อมีเสน่ห์พยักหน้ารับเบา ๆ มือแกร่งเอื้อม
ไปบิดลูกหมุนก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้อง ดวงตากลมโตของ ขวัญนรีที่คอยจ้องมองตามอยู่เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ผู้พูดน้อยหายลับไปจากสายตาแล้ว เธอจึงเปิดประตูและเดินเข้าห้องตนเองไปเช่นกัน