หลังจากที่ขวัญนรีเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว ร่างเพรียวระหงก็เริ่มจัดการถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ มือขาวปลดกระดุมเสื้อนิสิตก่อนจะถอดมันออก จากนั้นจึงเลื่อนลงต่ำที่กระโปรงตัวยาว สาวน้อยยังคงเปลื้องผ้าต่อไปจนเนื้อตัวของเธอเปลือยเปล่า
ขาเรียวเดินไปหยิบเอาผ้าเช็ดตัวสีขาวและเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อทำความสะอาดและชำระร่างกายให้กลับมาสดชื่นดังเดิม
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…
กายขาวเนียนก้าวออกมาจากห้องน้ำและมุ่งตรงไปยังตู้เสื้อผ้า มือสวยหยิบจับเอาชุดนอนตัวยาวและชุดชั้นในขึ้นมาสวมใส่
“อืม… ตั้งแต่บ่ายก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเราเลย” เสียงใสเอ่ยขึ้นเบา ๆ นิ้วมือทั้งห้าลูบไปตามหน้าท้องแบนราบของตัวเอง
“คงต้องลงไปหาอะไรกินหน่อยแล้ว” เมื่อนึกขึ้นได้ดังนั้น ร่างเล็กบอบบางจึงเดินไปที่หน้ากระจกเพื่อส่องดูความเรียบร้อย
นัยน์ตาสีน้ำตาลสุกใสมองสำรวจภาพสะท้อนของเจ้าหล่อนจนพอใจดีแล้วจึงค่อย ๆ เดินออกจากห้องไปและไม่ลืมที่จะคว้ามือถือเครื่องแพงติดตัวมาด้วย ขวัญนรีมุ่งตรงไปยังชั้นล่างของหอที่มีร้านค้าร้านขายหลากหลายคอยเปิดให้บริการอยู่
“…จะกินอะไรดีนะ ดึกดื่นแบบนี้…” ใบหน้าสวยน่ารักทำท่าทางครุ่นคิดพลางไล่สายตามองสำรวจไปทั่วทุกบริเวณนั้น
“ร้านขนมปังละกัน”
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ขาคู่สวยก็ก้าวเดินไปยังร้านเบเกอรีเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล และทันทีที่เข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดวงตากลมโตไล่มองไปตามชั้นวางที่มีขนมปังกับขนมหวานวางเรียงรายมากมายหลายชนิด ขวัญนรีกวาดสายตามองไป
รอบ ๆ ก่อนจะพบเข้ากับสิ่งที่เธอนั้นกำลังตามหาและต้องการ สาวน้อยร่างบางจึงรีบเดินไปยังทิศทางนั้นด้วยความเร็วไว
“น่ากินจัง…” ปากกระจับเอ่ยออกมาเบา ๆ เมื่อสาวเจ้ากำลังยืนอยู่ด้านหน้าตู้ครัวซองต์ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นกระตุ้นความหิว
“สวัสดีจ้ะ มาถูกทางแล้ว ตอนนี้กำลังอุ่น ๆ พร้อมทานเลย หนูสนใจจะรับสักชิ้นไหม… ป้าการันตีความอร่อยและนุ่มละมุน” เจ้าของร้านเอ่ยทักอย่างสุภาพพร้อมกับยิ้มอ่อนโยนส่งมาให้
“…กลิ่นหอมมากเลยค่ะ หนูขอแบบออริจินอลและแบบสอดไส้นะคะ ไส้อะไรก็ได้ รับเป็นอย่างละสองชิ้นค่ะ หิวมากตอนนี้” ขวัญนรีรีบเอ่ยบอก ใบหน้ามีเสน่ห์ยังคงยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร มือเล็กก็คอยลูบท้องตัวเองป้อย ๆ ทำเอาคนมองถึงกับเอ็นดู
“โอเคจ้ะ ได้เลย… เดี๋ยวป้ารีบใส่ถุงให้นะจ๊ะ รอสักครู่นะ” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยตอบพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่สวยสะกด
“…คุณป้ายิ้มสวยมากเลยค่ะ”
“ขอบคุณนะจ้ะ หนูก็สวยและน่ารักมาก ๆ เลยนะ” ใบหน้างดงามและดูดีตามวัยแย้มยิ้มกว้างมากขึ้น มือเรียวดูมีอายุจัดการคีบขนมปังอบเข้าใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาลก่อนจะยื่นมาให้เด็กสาวตรงหน้าที่ช่างพูดจาเอาอกเอาใจเก่งอย่างขวัญนรี
“เย่~ ขอบคุณนะคะ ใส่ในกระดาษสีน้ำตาลแบบนี้แล้วให้ฟีลเหมือนไปกินที่ต่างประเทศเลย บรรยากาศในร้านก็ดีมากค่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยออกมาอย่างสดใสเหมือนเคย มือขาวยื่นไปรับเอาถุงขนมมาไว้แนบอกและกอดมันเอาไว้ ปากบางนั้นคลี่ยิ้มจนตาหยี เรียกความน่ารัก น่าเอ็นดู จากคนมองได้อย่างดี
“ถ้าหนูเกิดหิวก็แวะมาที่นี่ได้ตลอดเลยนะ”
“คุณป้าเปิดร้านทั้งวันทั้งคืนเลยเหรอคะ?”
“ใช่จ้ะ เปิดทุกวันและเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย ป้าสลับขายกับลูกสาวน่ะ และที่เปิดทั้งวันก็เพราะเข้าใจหัวอกของคนที่หิวดึก” คำพูดที่ออกมาจากปากของหญิงวัยกลางคนทำเอาสาวน้อยวัยแรกแย้มถึงกับอมยิ้มอย่างประทับใจเมื่อได้ฟังจบประโยค
“คุณป้าจิตใจดีมากค่ะ เดี๋ยวหนูจะมาอุดหนุนบ่อย ๆ
นะคะ” ขวัญเอ่ยอย่างกระตือรือร้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูได้อย่างง่ายดาย
“จ้ะ พอได้ยินแบบนี้… ป้าก็ชื่นใจมากแล้ว”
“ยินดีค่ะ แล้วค่าขนมปังเป็นเท่าไรเหรอคะ?”
“ทั้งหมดรวมเป็นแปดสิบบาทจ้ะ มีสี่ชิ้น”
“…ตกชิ้นละยี่สิบบาทเอง ถูกมากเลยค่ะ อนาคตร้านโปรดหนูแน่!” สาวเจ้าที่เงียบไปสักพักโพล่งออกมาอย่างตกตะลึงปนตื่นเต้น
“ไว้ถ้ามาบ่อย ๆ ป้าจะลดและแถมให้เป็นพิเศษ”
“ไม่พลาดแน่นอนค่ะ! หนูขอสแกนจ่ายนะคะ”
“ตรงมุมนั้นเลยจ้ะ” เจ้าของร้านยิ้มให้และชี้ไปที่คิวอาร์โค้ดที่แปะอยู่ไม่ไกล นิ้วสวยจึงเปิดโทรศัพท์เพื่อทำการจ่ายชำระเงิน
“หนูโอนไปแล้วนะคะ” พร้อมกลับยื่นภาพหลักฐานการโอนเงินให้กับป้าเจ้าของร้าน
“โอเคจ้ะ ไว้มาใหม่อีกนะ”
ใบหน้าสวยน่ารักยิ้มตอบเมื่อเห็นว่าคุณป้านั้นได้ส่งยิ้มมาให้เมื่อสิ้นสุดคำกล่าวลาแล้ว ขาเรียวจึงได้ก้าวเดินออกจากร้าน
“มีร้านเบเกอรีแบบนี้สิ…ถึงจะไม่อดตาย”
และในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินกลับห้องนั้น ดวงตา
คู่สวยก็ได้เหลือบไปเห็นหนุ่มรุ่นพี่สุดหล่อที่พักนี้คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ขวัญจึงเบี่ยงเบนเป้าหมายก้าวไปใกล้ร่างสูงโปร่งที่อยู่ไม่ไกล
“พี่เรนทำอะไรอยู่คะ?”
“กำลังเล่นกับแมวน่ะ” ฉัตรธรเอ่ยตอบ ใบหน้าหล่อมีเสน่ห์ยังคงมุ่งความสนใจไปที่แมวส้มตัวอ้วนกลมผู้น่ารักน่าเอ็นดู
“…น่ารักจัง ตัวกลมดิ๊กเลย~” เด็กสาวตาเป็นประกายเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่หลาย ๆ คนต่างหลงรักจนต้องยอมตกเป็นทาส
“ฉันเห็นมันตั้งแต่ตอนที่ยังตัวเล็ก ๆ น่ะ… จนตอนนี้กลายเป็นหมูหุ่นถังแก๊สและเป็นคุณแม่ลูกดก มีลูก มีครอบครัวไปแล้ว” มือหนายังคงลูบไปตามหน้าท้องของสัตว์หน้าขนอย่างรักใคร่
“เอ่อ… ขวัญขอ…ลูบมันได้ไหมคะ?”
“ได้สิ ลูบเบา ๆ นะ มันไม่ชอบให้ลูบแรงน่ะ”
ใบหน้าสวยพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น ร่างเพรียวค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งก่อนจะเอื้อมมือขาวไปลูบตัวแมวอย่างอ่อนโยน
“ขนนุ่มจัง…”
“ก็นุ่มมากจริง ๆ นั่นแหละ”
“เห็นด้วย…” ขวัญนรีต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อมือของทั้งสองแตะไปโดนและสัมผัสกัน สาวเจ้าเริ่มรู้สึกถึงความร้อนบนหน้าพร้อมกับก้อนเนื้อภายในอกที่กำลังเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเข้า เจ้าหล่อนจึงต้องรีบชักมือกลับและถอยห่าง
นิด ๆ
‘นี่ฉัน… กำลังตกหลุมรักพี่เขาเหรอ…’ สาวน้อยกล่าวในใจ ถึงแม้เธอจะเป็นเพียงแค่เด็กสาววัยรุ่น แต่ขวัญก็รับรู้ได้ดีว่าตนเองนั้น…กำลังตกหลุมรักในตัวของหนุ่มรุ่นพี่อย่างแน่นอน
“เป็นอะไรไหม?” เรนเอ่ยถามขึ้น ใบหน้าหล่อละความสนใจจากแมวตัวอ้วนและกำลังมองมายังคนเด็กกว่าที่แปลก ๆ ไป
“ปะ…เปล่าค่ะ…”
ฉัตรธรหันความสนใจไปที่สิ่งมีชีวิตตัวสีส้มต่อ มือใหญ่ยังคงลูบและเล่นกับมันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดลงในเร็ว ๆ นี้
ร่างบางเพียงมองดู นัยน์ตาสีน้ำตาลจับจ้องทุกการกระทำของคนด้านหน้าตนอยู่นานสองนาน ‘นี่ฉันเอาแต่มอง
พี่เขา ฉันว่าฉันคงชอบพี่เขาจริง ๆ แล้วแหละ ความรู้สึกฉันชัดเจนเกินไป’
เมื่อรู้ตัวและความรู้สึกภายในแล้ว ขวัญนรีจึงเรียกสติกลับคืนพลางครุ่นคิดว่าจะทำลายความเงียบและดึงความสนใจคนพี่ยังไงให้หันกลับมาสนใจตัวเธอในตอนนี้ กระทั่งดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นถุงที่บรรจุครัวซองต์ จึงเกิดประกายความคิดขึ้น
“…รับนี่ไปกินสิคะ” มือเล็กข้างที่ไม่ได้สัมผัสตัวแมวได้หยิบเอาขนมปังอบออกมาก่อนจะยื่นมันไปให้ชายหนุ่มที่ตนชอบ
“หือ?”
“ขวัญให้พี่ค่ะ ซื้อมาค่อนข้างเยอะ แบ่ง ๆ กันกิน”
“ฉันกินไม่ได้หรอก…” เรนเอ่ยบอกออกมา สายตาคู่คมมองดูขนมในมือเรียวสวยก่อนจะหันความสนใจไปที่ใบหน้าน่ารัก
“ทำไมล่ะคะ?”
“ถ้าเธออยากให้ฉันกิน ก็ต้องเรียกชื่อด้วยนะ ไม่งั้น…ฉันคงไม่กล้ากินและอาจจะกินมันไม่ได้น่ะ ก็ประมาณนั้นแหละนะ…”
“…เอ๋?”
“เอาเป็นว่า… เธอเก็บไว้เถอะ ฉันไม่ค่อยหิว”
“โอเคค่ะ…”
แม้จะสงสัยและแคลงใจในคำพูดก่อนหน้าของอีกฝ่าย แต่สาวเจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพียงแต่คิดว่าหนุ่มรุ่นพี่มารยาทดี
“ขวัญมีเรื่องสงสัยค่ะ…”
“อืม… ว่ามาสิ”
“พี่เรนเคยมีแฟนไหมคะ?”
“…เคยมีนะ แต่จบกันนานมากแล้ว” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยตอบหลังครุ่นคิดอยู่สักพัก ขวัญนรีจึงพยักหน้ารับเบา ๆ เป็นอันเข้าใจ
“พี่… เคยรู้สึก… คิดถึงเขาไหมคะ?”
“เมื่อก่อนก็คิดถึงนะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยแล้ว…” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแผ่วเบา ดึงดูดความสนใจของสาวเจ้าได้เป็นอย่างดี
“โอเคค่ะ” เจ้าหล่อนเพียงแค่ขานรับ ไม่ได้เอ่ยถามต่อ
“แค่เสียดายที่ตอนนั้น… ฉันไม่ค่อยได้ดูแลเขาให้ดีมากน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ย ปากหยักกำลังยิ้มอ่อนและแววตาที่เริ่ม
สั่นระริก
“ไม่เป็นไรนะคะ ขวัญเชื่อว่าพี่คงทำเต็มที่แล้ว ถึงแม้ว่า
พี่จะไม่คิดแบบนั้นก็ตาม แต่อย่างน้อย… เรื่องราวที่ผ่านก็คงจะ
ดีอยู่”
เรนเพียงแค่พยักหน้ารับและยิ้มบาง ๆ เมื่อได้ฟังที่คนตัวเล็กกว่าพูดขึ้นมา และก็เป็นอย่างที่อีกฝ่ายว่า เพราะลึก ๆ ในใจ ตัวเขารู้ดีว่าตนนั้นยังไม่เต็มที่ในความสัมพันธ์ครั้งนั้นมากนัก ชายหนุ่มจึงรู้สึกดีอย่างอดไม่ได้ เมื่อเด็กสาวรับฟังและเข้าใจ
“ปฐมนิเทศเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“ก็ดีนะคะ สนุกดีค่ะ ได้เจอเพื่อนที่สามารถคุยและสนิทได้ตั้งสองคนเลย นึกว่าจะไม่มีใครคบขวัญซะแล้ว โล่งใจไปเลยค่ะ” ขวัญนรีเอ่ยตอบขึ้น แม้อีกฝ่ายจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหันก็ตาม
“ดีแล้ว ฉันก็ได้เจอแฟน… คงต้องเรียกว่าเธอคนนั้นมากกว่า ฉันเจอเธอคนนั้นตอนงานปฐมนิเทศ แล้วเธอถูกใจ
ใครไหม?”
ราวกับมีเข็มนับร้อยนับพันมาทิ่มแทงที่กลางใจ เจ้าหล่อนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดและคันยุบยิบอยู่ในอก เมื่อได้ฟังที่หนุ่มรุ่นพี่พูดและเอ่ยถาม แต่ก็ต้องแสร้งทำเหมือนไม่ได้เป็นอะไร
“…เจอแล้วค่ะ แต่เขาไม่ใช่คนในงานหรอก”
“แล้วเขาเป็นคนยังไงเหรอ?”
“ก็เป็นคนหน้าตาดี เอาใจใส่ แสนดี และดูอบอุ่น” ในขณะที่เอ่ยถึงลักษณะคนที่ชอบอยู่นั้น ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องมองไปยังรุ่นพี่หน้าหล่อไม่วางตา เพื่อจะเน้นย้ำถึงความรู้สึกเหล่านั้น
“อืม… ดีเลยนะที่ฟังมาน่ะ ลองจีบเขาดูหรือยังล่ะ?”
ใบหน้าเนียนใสส่ายไปมาเบา ๆ เพื่อบ่งบอกคำตอบ
“เธอควรทำนะ อย่างน้อยก็ได้ลองไง จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังที่เอาแต่เฝ้ามองโดยที่ไม่ลงมือทำอะไร จนพลาดไป” ทันทีที่เอ่ยจบ ฉัตรธรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเดินจนหายลับจากบริเวณนั้น เหลือก็เพียงร่างบางที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบ ขวัญนรีได้แต่จมอยู่ในภวังค์ห้วงแห่งความคิดโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าร่างสูงโปร่งของเรนได้เดินห่างหายจากไปนานแล้ว