ตอนที่ 4 สิบสี่อีกครั้ง

2560 Words
หลังจากที่ขวัญนรีกลับขึ้นห้องเรียบร้อยแล้ว ร่างบางก็เอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างเหนื่อยอ่อน มือขาวยกเอาโทรศัพท์ขึ้นโทรหาเพื่อนใหม่ที่เพิ่งสนิทกันได้ไม่นานอย่างนิราในทันที ตื๊ดดด… ตื๊ดดด… รอไม่นานปลายสายก็กดรับ…และกรอกเสียงลงมา “ยังไม่นอนอีกเหรอ คนน่ารัก” นิรณาเอ่ยถามขึ้นเมื่อพบว่าเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงสี่ทุ่มกว่าแล้ว เป็นเวลาที่เธอใกล้จะเข้านอน แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวตัวเล็กโทรมาจึงต้องยอมรับสาย “นิรา ขวัญมีเรื่องจะคุยน่ะ” “ได้สิ เธอเล่ามาได้เลยนะ” เมื่อได้รับคำอนุญาตจากอีกฝ่าย น้ำเสียงใสจึงเริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เพื่อนสาวสวยในคณะที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานมากฟัง “คือ… เราบังเอิญไปเจอผู้ชายคนหนึ่ง เรารู้จักกันได้ไม่นาน เขาเป็นคนที่หล่อ นิสัยดี จิตใจดีและอบอุ่นจนสัมผัสได้เลย” ขวัญเอ่ยพลางนึกไปถึงร่างสูงโปร่งของหนุ่มรุ่นพี่ผู้มีใบหน้าอันหล่อเหลา นิสัยช่างแสนดี เป็นเพียงคนเดียวที่ติดอยู่ภายในใจของเจ้าตัว เพราะขวัญนรีไม่เคยมีความรักมาก่อนเลยสักครั้ง “โอเค แล้วยังไงต่อนะ?” “เอ่อ… เหมือนว่าเราจะเจอกันบ่อยและพูดคุยกันบ่อยมากขึ้นน่ะ จนพักหลังมานี้ เหมือนขวัญเริ่มจะตกหลุมรักเขาน่ะ” หญิงสาวยอมรับออกมาตรง ๆ เพราะเชื่อว่านิราไว้วางใจได้ “อืม… ก็ดีแล้ว พอฟังที่เธอเล่ามา…ก็ดูเป็นคนที่ใช้ได้อยู่นะ” “ใช่เลย แต่ว่า… พี่เขามักจะชอบโผล่มาตอนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกันอะ นี่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้นิราได้เข้าใจเหมือน กัน” สาวน้อยเอ่ยออกมาพร้อมกับนึกไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิด “ยังไงนะ?” “…อย่างวันแรกนะ พี่เขาทักเราเรื่องไหว้ศาล เรายังไม่ได้ทำก็เลยลงไปไหว้ตามที่พี่เขาบอก และในขณะที่พูดขอขมา ลาโทษเสร็จและกำลังจะปักธูปใช่ไหม… อยู่ดี ๆ เขาก็โผล่มาตรงนั้น” “โอเค แล้วมีเรื่องอะไรอีกไหม?” “ก็… อย่างวันนี้ ตอนที่พวกเราแยกย้ายกันกลับน่ะ ขวัญรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังเดินตามหลังอยู่ เกิดกลัวมากก็เลยรีบวิ่งหนีมาและไปชนเข้ากับพี่เขาพอดี ไม่รู้บังเอิญหรืออะไร” “…อาจจะบังเอิญก็ได้มั้งนะ” ถึงแม้สาวสวยอย่างนิรณาจะแปลกใจมากแค่ไหน แต่เจ้าหล่อนก็ทำเพียงเก็บความสงสัยไว้ “คงจะอย่างที่เธอว่า…” “…ใช่แหละ” “แต่ว่าเมื่อกี้นี้… ขวัญเห็นพี่เขาเล่นกับแมวอยู่เลยแวะไปคุยด้วยสักหน่อย มือเราสองคนแตะกันด้วยแหละ ใจเรานี่…เต้นแรงมากเลย ไม่รู้ว่าพี่เรนจะได้ยินไหม… แต่มือพี่เขาอุ่นมาก” “…จ้ะ อันนี้อยากขิงแหละเนอะขวัญนรี” ปลายสายอดไม่ได้ที่จะถามกึ่งค่อนแคะขึ้น ทำเอาคนพูดถึงกับต้องหัวเราะออกมา “คิกคิก~ ขอนิดหนึ่งนะ มันยุบยิบในใจ ไม่รู้จะพูดให้ใครฟัง” “โอเค…” “หลังจากที่เผลอแตะเนื้อต้องตัวกัน ขวัญเลยรีบดึงมือตัวเองกลับ จังหวะนั้นคือทำอะไรไม่ถูก เหมือนกลับไปสิบสี่ อีกครั้ง” สาวน้อยวัยแรกแย้มยังคงพูดคุยต่อไป ตัวเธอยังคงจำได้ดีถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อตอนนั้น ทำเอาใบหน้าใสเริ่มขึ้น สีระเรื่อ “โอ้โฮ… ย้อนกลับไปตอนมัธยมต้นเลยนะ” นิรารีบเอ่ยแซว “ก็คนมันเขิน~ เราไม่รู้จะชวนคุยอะไรต่อ เพราะเงียบกันไปทั้งคู่ หันไปเห็นขนมปังที่ซื้อมา ก็เลยยื่นครัวซองต์ไปให้ พี่เขาน่ะ” “แล้วพี่เขารับไหม?” “หึ… ไม่อะ พี่เรนไม่ได้รับ เห็นบอกว่า… ถ้าไม่ได้เรียกชื่อดี ๆ เหมือนจะไม่ยอมกินหรือกินไม่ได้อะไรประมาณนั้นแหละมั้ง” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยออกมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู แต่ประโยค ที่พูดมานั้น ทำเอาคนฟังถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่น้อย “หืม… แปลก ๆ นะ เธอไม่แอบเอะใจบ้างเลยเหรอ?” “แปลกยังไงนิรา” ใบหน้าสวยมีเสน่ห์ทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพัก แต่ก็ยังนึกคิดอะไรไม่ออกจึงต้องเอ่ยปากถามอย่างช่วยไม่ได้ “ก็… ปกติไม่ต้องเรียกชื่อก็กินได้นี่นา” “อืม…” ขวัญนรียังคงใช้ความคิดอยู่ “นี่จำเป็นต้องเรียกชื่อซะด้วย… มันแปลกจริง ๆ นะ” “ไม่หรอกมั้ง… เธออาจจะคิดมากเกินไป” เมื่อมองไม่เห็นถึงความแปลกหรือว่าผิดปกติสักเท่าไร เจ้าตัวจึงเอ่ยเพื่อตัดบท “ส่วนเธอ…ก็ไม่คิดอะไรเลยสินะ” “คิกคิก~ พูดอีกก็ถูกอีก ใช่เลย!” เกิดเป็นเสียงหัวเราะขบขันขึ้น เมื่อประโยคสนทนานั้นน่าขำ สองสาวจึงแย้มยิ้มเริงร่าอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยพูดต่อไป “เธอนี่มัน…จริง ๆ เลย…” นิรณาเอ่ยขึ้นเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ แต่ก็อดเอ็นดูอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะขวัญนรีนั้นช่างน่ารักน่าเอ็นดู “เราว่าจะวางสายแล้ว นิราควรได้พักผ่อน” “โอเค ขวัญก็เหมือนกันนะ รีบนอนได้แล้ว” “ราตรีสวัสดิ์นะ” “จ้ะ ราตรีสวัสดิ์” เมื่อเพื่อนสาวสวยตอบกลับมาเรียบร้อย นิ้วเรียวขาวก็กดวางสายไป พลางครุ่นคิดไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าตัวกับหนุ่มรุ่นพี่ที่อยู่ห้องตรงข้าม แต่ก็ต้องรีบกลับมาตั้งสติให้มั่นอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากหน้าห้อง ร่างเพรียวระหง จึงต้องรีบลุกและเดินไปที่ประตูบานใหญ่ก่อนจะสอดส่องดู ตาแมวช่องใสเล็ก ๆ ที่พอให้สังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่หน้าห้องตนได้ “ป้าวัลย์นี่นา… ออกมาจากห้องพี่เรนงั้นเหรอ?” ดวงตากลมโตยังคงจ้องมองและเฝ้าสังเกตต่อไป “มืดจังเลยนะ ไฟก็ไม่เปิดให้มันสว่างสักหน่อย” และในขณะนั้น… ตากลมโตถึงกับเบิกโพลง “เดี๋ยวนะ… คุณป้าเขาล็อกห้องของลูกชาย…” เจ้าหล่อนเอ่ยออกมาเบา ๆ ดวงตาสีน้ำตาลสุกใสยังคงเฝ้ามองดูการกระทำของหญิงวัยกลางคนที่กำลังล็อกแม่กุญแจอยู่ห้องตรงข้ามตน “ช่างเถอะ พี่เรนคงไม่อยู่แหละมั้ง ไปนอนดีกว่า” ใบหน้าเนียนส่ายสะบัดไปมาก่อนจะเดินไปที่เตียงนุ่มเพื่อเข้าสู่การพักผ่อน ในขณะที่ร่างบางของเด็กสาวกำลังหลับใหลอยู่นั้น… ขวัญนรีสังเกตเห็นร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่หน้าหล่อที่กำลังเล่นกับแมวอยู่ ราวกับเดจาวู ขาเรียวจึงก้าวเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย “มาทำอะไรมืด ๆ อยู่ตรงนี้คะ?” “มาเล่นกับแมวน่ะ” “ทำไมถึงเป็นตอนดึกดื่นแบบนี้ล่ะ” “กลางคืนมันสงบดีน่ะ เหงาดีด้วย” “โอเคค่ะ ขวัญเข้าใจแล้ว…” ร่างเล็กบอบบางถึงกับตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็น ใบหน้าหล่อที่ย้อมไปด้วยเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาจากบริเวณหน้าผาก ขวัญถึงกับตกใจและนิ่งอึ้งไป ปากสวยพยายามจะเอ่ยพูดแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อของเหลวสีสดยังคงทะลักออกมากขึ้น เรื่อย ๆ เฮือก!!! กายขาวเนียนสะดุ้งตื่นขึ้นในทันที ใบหน้าสวยน่ารักนั้นเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมา มือเรียวยกขึ้นเช็ดออกอย่าง ลวก ๆ “ฝันงั้นเหรอ…” น้ำเสียงใสเอ่ยพึมพำเบา ๆ ก่อนจะลูบและสัมผัสไป ที่บริเวณหน้าอกที่กำลังเต้นแรงอยู่ด้านใน สาวเจ้าค่อย ๆ สูด ลมหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจออก อย่างอยากจะเรียกสติให้กลับคืน เช้าวันต่อมา… เปลือกตาสีอ่อนค่อย ๆ เปิดขึ้นมาและเริ่มกะพริบเพื่อปรับการมองเห็น มือเล็กยกขึ้นลูบผมตัวเองเบา ๆ เพื่อจัดทรงให้เข้าที่ “เมื่อคืนเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนนะ…” ใบหน้ามีเสน่ห์ครุ่นคิดสักพักก่อนจะส่ายสะบัดไปมา “ช่างเถอะ… ลุกไปอาบน้ำและหาอะไรกินดีกว่า” เมื่อนึกขึ้นได้ดังนั้น ขาเรียวจึงลุกลงจากเตียงและก้าวเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระร่างกายให้กลับมาสดชื่นมีชีวิตชีวาดังเดิม ผ่านไปสักพัก… ร่างเล็กบอบบางเดินกลับออกมาโดยสวมใส่ชุดเรียบร้อยเสร็จสรรพ เจ้าตัวเดินไปที่เตียงเพื่อหยิบเอาโทรศัพท์เครื่องสวยหรูก่อนจะเดินลงมาที่ชั้นล่างเพื่อหาอะไรกินคลายความหิวที่เกิด และสิ่งที่เธอเลือกก็คือ…ร้านตามสั่งนั่นเอง “ป้าคะ หนูขอกะเพราหมูกรอบไข่ดาวหนึ่งที่ค่ะ” เจ้าของร้านเพียงแค่พยักหน้ารับและยิ้มให้บาง ๆ ก่อนจะเริ่มลงมือทำอาหารให้ลูกค้าต่อ ขวัญจึงเดินไปนั่งลงที่โต๊ะ ใกล้ ๆ “กะเพราหมูกรอบของหนูคนสวยได้แล้วจ้ะ” เมื่อได้ยินเสียงเอ่ยเรียกตนและเมนูที่สั่ง ร่างบางจึงรีบเดินไปรับเอาจานอาหารมาไว้ในมือและเดินกลับมานั่งประจำที่เดิม “น่ากินจัง…” ปากบางเอ่ยออกมา ไม่รอช้า… สาวเจ้ารีบตักข้าวเข้าปากเพื่อลิ้มรสอาหาร ทันทีที่กลืนเสร็จ รสชาติที่อร่อยกลมกล่อมอย่างลงตัวทำเอาดวงตาคู่สวยถึงกับเบิกกว้างและเป็นประกายขึ้น “นั่นแมวนี่นา” ขณะเดียวกัน ใบหน้าน่ารักก็ได้หันไปเห็นสัตว์สี่ขาที่กำลังนอนอยู่ไม่ไกล ทำให้หวนนึกไปถึงความฝันที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้น… “คงต้องแวะให้อาหารหน่อยแล้ว” เมื่อทานเสร็จ เจ้าหล่อนก็รีบเดินไปจ่ายเงินทันที เพราะตัวเธอมีจุดหมายต่อแล้ว “เป็นเท่าไรคะ?” “ของหนูห้าสิบบาทจ้ะ สแกนตรงนั้นได้เลย” มือขาวจัดการชำระเสร็จก็โชว์สลิปขึ้นให้ดู เจ้าของร้านจึงพยักหน้ารับ และในขณะที่เด็กสาวกำลังหันหลังและจะเดินจากไป ก็มีเสียงเอ่ยเรียกรั้งเอาไว้ ขวัญจึงต้องพุ่งความสนใจคืนมาหา “หนู… เอานี่ไปสิ” “…อาหารแมว?” “ป้าฝากให้อาหารแมวพวกนั้นหน่อยนะ อย่างที่เห็นว่าป้าเปิดร้านอาหาร ทั้งยุ่งและไม่ค่อยมีเวลา และลูกค้าคงไม่ค่อยโอเคเท่าไรถ้าเห็นว่าให้อาหารพวกสัตว์และกลับมาทำอาหารต่อ” “โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการให้นะคะ” สาวน้อยรับเอาอาหารแมวขนาดกำลังดีมาไว้ก่อนจะรีบเดินไปหาพวกสี่ขาที่ยังคงนอนอยู่ที่เดิม ไม่ยอมขยับไปไหนมาไหน “เจ้าเหมียว~ มากินข้าวเร็ว” ฝูงแมวต่างเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะจ้องมองไปยังตัวเธอ มือขาวจึงค่อย ๆ เทอาหารเม็ดลงบนพื้นที่สะอาดและไม่ค่อยสกปรก “กินเยอะ ๆ ให้อิ่มไปเลยนะ” เมื่อเห็นของกินอยู่ตรงหน้า เหล่าสัตว์น่ารักจึงเริ่มขบเคี้ยวและลิ้มรสของโปรดของพวกมันอย่างเอร็ดอร่อย ทำเอาฝ่ายคนให้ถึงกับแย้มยิ้มอย่างมีความสุขกับภาพที่ตนเองกำลังได้เห็นอยู่ “อ้าว! หนูขวัญ… มาให้อาหารเจ้าพวกนี้เหรอ?” “ใช่ค่ะ ป้าวัลย์กำลังจะไปไหนเหรอคะ?” “ป้ากำลังจะไปทำธุระน่ะ เห็นพอดี เลยแวะมาหา ขอบคุณนะจ๊ะที่เอาอาหารให้พวกมันกินน่ะ ป้าเองก็ไม่ค่อยว่างมาให้ของกินพวกมันสักเท่าไร เห็นหนูทำแบบนี้ ป้าค่อยโล่งใจหน่อย” “ไม่เป็นไรเลยค่ะ หนูเห็นพี่เรนชอบเล่นกับแมว” เสียงใสเอ่ยตอบก่อนจะหันความสนใจไปที่ฝูงสัตว์สี่ขาตรงหน้าตนเองต่อ “…” “แล้ววันนี้… พี่เขาไม่อยู่เหรอคะ หนูไม่เห็นเลย?” “…” เมื่อไร้เสียงตอบกลับ ใบหน้าเนียนจึงหันกลับไปมองยังทิศที่เจ้าของหอเช่าอย่างคุณนายปฐมาวัลย์ยืนอยู่ แต่ก็ต้องงุนงงเมื่ออีกฝ่ายไม่อยู่เสียแล้ว หลังจากที่ให้อาหารแมวเสร็จ ร่างเพรียวก็เดินกลับขึ้นหอไป ในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังจะเข้าห้องก็เห็นว่าประตูของหนุ่มรุ่นพี่ยังคงถูกล็อกด้วยแม่กุญแจอยู่ “ตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเหรอเนี่ย… หรือพี่เขาจะยุ่งอยู่กับการฝึกงานนะ เอาเถอะ… ไว้ถ้าเจอกันอีกค่อยลองถามดูแล้วกัน” หลังจากที่เข้าห้องมาแล้ว ขาเรียวก็เดินไปที่ห้องน้ำเพื่อจะล้างมือที่ให้อาหารและสัมผัสขนแมว ในระหว่างที่กำลังยืนอยู่หน้าอ่างล้างมือและเอื้อมไปเปิดหัวก๊อกน้ำอยู่นั้น เจ้าหล่อนพบว่าน้ำไม่ไหล ขวัญนรีจึงรีบโทรศัพท์หาคุณป้าเจ้าของหอในทันที รอไม่นาน… ปลายสายก็กดรับ “ว่าไงจ๊ะหนูขวัญ?” “ก๊อกน้ำห้องหนูมันเสียอะค่ะ” “อืม… ช่างไม่ว่างซะด้วยสิวันนี้ เอาเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมลูก เดี๋ยวป้าจะรีบให้ช่างไปซ่อมให้นะ ตอนนี้ยุ่งกันทั้งป้าและช่างเลย” เมื่อได้ยินดังนั้น ขวัญจึงต้องจำยอมอย่างเข้าใจ แม้จะอยากเร่งเร้าให้แก้ปัญหาโดยเร็วไวมากแค่ไหนก็ตาม “โอเคค่ะ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” “จ้ะ ฝากวางสายให้ป้าทีหนูขวัญ” มือสวยกดวางสาย ก่อนจะคิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องก๊อกน้ำ เด็กสาวได้แต่ปล่อยวางเมื่อไม่อาจจะแก้ไขอะไรได้มากในตอนนี้ ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะที่ดังขึ้นทำลายความว้าวุ่นใจที่มีอยู่ ขวัญนรีรีบตั้งสติก่อนจะเดินไปที่ประตูและเปิดออก ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำเอาหญิงสาวถึงกับแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็นหนุ่มรุ่นพี่ที่ในมือหนากำลังหิ้วกล่องอุปกรณ์และเครื่องมือช่างเอาไว้อยู่ “ฉันขอเข้าไปหน่อยได้ไหม?” “ดะ…ได้ค่ะ เข้ามาเลยค่ะพี่” ทันทีที่ได้รับคำอนุญาตแล้ว ขายาวของชายหนุ่มก็ก้าวเดินเข้ามาในห้องของสาวน้อยก่อนจะมุ่งตรงไปยังก๊อกน้ำทุกจุดและเริ่มจัดการแก้ไขมันโดยมีร่างบางคอยมองดูอยู่ไม่ไกลมากนัก ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง… “อืม… เสร็จเรียบร้อยแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยออกมา เมื่อทดลองเปิดดูและพบว่าน้ำกลับมาไหลเป็นปกติจึงได้ปิดหัวก๊อกเอาไว้ “…พี่เรนซ่อมเป็นด้วยเหรอคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นหลังจากที่ยืนดูเงียบ ๆ อยู่นาน ใบหน้าหล่อจึงพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยตอบ “ก็พอทำได้อยู่นะ” “ขอบคุณนะคะ ที่มาจัดการให้ขวัญ” สองสายตาสบมองกันอยู่สักครู่ เรนจึงเอ่ยพูดต่อ “ไม่เป็นไร ขอตัวก่อนนะ พอดียุ่ง ๆ อยู่” เอ่ยจบ ร่างสูงโปร่งก็ก้าวเดินจากไปในทันที ทิ้งให้แต่เจ้าของห้องตัวเล็กได้มองตามก่อนจะถูกประตูปิดกั้นการมองเห็นไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD