ตอนที่ 10
ระหว่างทางของการกลับบ้าน ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสอง อันนานั่งมองออกไปยังนอกหน้าต่างโดยไม่เหลียวกลับมามองคนข้างๆเลยสักนิด ความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายกำลังย้ำเตือนเธอว่ามอร์แกนใจร้ายขนาดไหน เธอปวดหัวจนแทบจะระเบิดออกมา แต่เธอเองพยายามไม่แสดงออก เพราะไม่อยากสนทนากับชายหนุ่มให้มากความ มอร์แกนเองก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถ เขารู้ว่าหญิงสาวโกรธเขามากกับการกระทำเมื่อคืน เขาเองก็รู้สึกผิด แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ คนที่จะลำบากคืออันนาเองต่างหาก
เมื่อรถจอดสนิท ร่างบางเดินลงจากรถก่อนจะตรงไปยังห้องพักของตัวเอง เธอลงกลอนเอาไว้แน่นก่อนจะตรงเข้าไปยังห้องน้ำ เธอถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวของมอร์แกนออก ผิวขาวนวลปรากฏร่องรอยบนร่างกายอย่างเห็นได้ชัด การกระทำที่รุนแรงและป่าเถื่อนเมื่อคืนเธอยังจำมันได้ดี หญิงสาวกุมศีรษะเอาไว้เมื่อความเจ็บปวดเริ่มรุนแรง เธอเอามืออังหน้าผากแล้วพบว่าอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าปกติ เขาราดน้ำเธอจนตัวเปียก แถมยังนอนตากแอร์ทั้งคืน ไม่แปลกเลยที่จะไม่สบายเอาแบบนี้ อันนาเปลี่ยนชุดก่อนจะออกไปยังครัว ตอนนี้อาหารเช้าคงตั้งที่โต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“อันนา” ป้ารตีเอ่ยเรียกเมื่อเห็นร่างเล็กเดินเข้ามายังครัว
“ขอโทษนะคะที่กลับช้า” เธอเอ่ยอย่างรู้สึกผิด เธอทิ้งงานไปบ่อยจนรู้สึกว่าตัวเองกำลังเอาเปรียบคนอื่นๆอยู่
“วันนี้วันรักลาไปทำธุระที่บ้าน ยังไงก็ช่วยทำในส่วนนั้นด้วยนะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ ป้ารตีไม่ได้คาดคั้นอะไรจากเธอ หญิงสาวไปทำหน้าที่ตามปกติ พอไม่มีวันรักบ้านก็ดูเงียบๆไป หญิงสาวยืนนิ่งเมื่อรู้สึกว่าโลกกำลังหมุน หัวของเธอแทบจะระเบิดแล้วในเวลานี้ มือบางค้ำผนังเอาไว้ เธอสลัดหัวไปมาสองสามที ภาพตรงหน้าค่อยๆเลือนรางลงไปทุกทีก่อนจะมืดสนิท
“อันนา” ป้ารตีร้องดังลั่นเมื่อร่างเล็กล้มลงไปกับพื้น ใบหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อจากพิษไข้ ป้ารตีเอามืออังหน้าผากของหญิงสาวก่อนพบว่าตัวของเธอร้อนจี๋ราวกับเตาไฟ
“เกิดอะไรขึ้น” ร่างสูงของมอร์แกนเดินเข้ามาอย่างร้อนรน
“อันนาไข้ขึ้นสูงค่ะ” ชายหนุ่มช้อนร่างหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะพามายังห้องพยาบาล
“ตามหมอมาที่นี่ด่วนเลย” เขาวางร่างเล็กลงบนเตียงเบาก่อนจะห่มผ้าให้เธอ อันนาหายใจหอบขึ้นเรื่อยๆ เขากุมมือหญิงสาวเอาไว้ เป็นเพราะเขาแท้ๆเธอถึงไม่สบายแบบนี้ ไม่นานนักหมอก็ปรากฏตัวขึ้น เขาปล่อยมือหญิงสาวแล้วปล่อยให้หมอทำการรักษา เขามองร่างเล็กที่ยังไม่ได้สติแล้วอดที่จะโทษตัวเองไม่ได้เลย
“คุณมอร์แกนครับ วันนี้มีประชุมที่บริษัทตอนเก้าโมงเช้า ตอนนี้เกือบจะเก้าโมงแล้วครับ” เขาถอนหายใจเล็กน้อยเมื่ออานันเอ่ยถึงงานที่ต้องจัดการในวันนี้
“เตรียมรถได้เลย ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” เขามองไปยังร่างอันนาที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง
“ผมฝากป้ารตีด้วยนะครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นโทรหาผมได้ทันที”
“คุณหมอก็อยู่ที่นี่ ไม่ต้องห่วงนะคะ” มอร์แกนพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็อดห่วงไม่ได้เลย
การประชุมเริ่มขึ้นเมื่อร่างสูงมาถึง การรายงานประจำปีเริ่มขึ้น ทุกฝ่ายต่างรายงานข้อมูลอย่างละเอียด แต่ชายหนุ่มเองกลับเป็นห่วงคนที่นอนซมเพราะพิษไข้ที่บ้าน เขาไม่มีสมาธิเอาซะเลย
“คุณมอร์แกนครับ ทุกฝ่ายรายงานจบหมดแล้ว ปีนี้การส่งออกรถยนต์ของเราเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 20 จากปีก่อน ถือเป็นตัวเลขที่หน้าพอใจมากเลยล่ะครับ” อานันสรุปในส่วนของรายได้เพียงสั้นๆ เขาพึงพอใจกับผลประกอบการปีนี้มากเลยทีเดียว
“ทุกคนทำได้ดีมาก จบการประชุมได้” ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง อานันเดินมาหาชายหนุ่ม เขาวางเอกสารไว้บนโต๊ะก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ด้านข้างเขา
“คลอเรน ลูกชายของเหมันต์เพิ่งกลับจากต่างประเทศมาเมื่อวานครับ พรุ่งนี้เหมันต์เรียกประชุมครั้งใหญ่กับหุ้นส่วนทั้งหมด ข่าวจากวงในบอกมาว่า เหมันต์จะยกบริษัท AU Group ให้กับคลอเรนเป็นคนดูแล” ชายหนุ่มแสดงสีหน้ากังวลออกมาเล็กน้อย AU Group เดิมชื่อ RM Group เป็นบริษัทของโรมันมาก่อน แต่เมื่อโรมันล้มละลาย มันก็ถูกขายทอดตลาด และเหมันต์ก็คือคนมารับช่วงต่อก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น AU Group ในภายหลัง
“ฉันชักจะไม่เชื่อแล้วว่าโรมันล้มละลายจริงๆ” เขาเอ่ยออกมาก่อนมองดูเอกสารตรงหน้า ถึงแม้จะยากมากก็ตามสำหรับหาความจริงพวกนี้ แต่เขาก็คงจะอยู่เฉยๆไม่ได้ แม้ผ่านมาสิบห้าปีแล้วก็ตาม
เมื่อสะสางงานเสร็จเขาก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันที เมื่อเดินเข้ามายังตัวบ้านก็พบกับมิรันตาที่นั่งรอยู่ หญิงสาวมองมายังเขาด้วยสายตาเคืองนิดๆ
“รันโทรหาคุณตั้งหลายสาย แต่คุณไม่ยอมรับเลย” เธอพูดพร้อมทำหน้างอน
“ผมยุ่งๆอยู่ คุณมีอะไรรึป่าว”
“คุณทิ้งรันไว้ที่งานแบบนั้น แล้วยังมาถามว่ารันมีอะไรรึป่าวงั้นหรอคะ คุณใจร้ายกับรันไปรึป่าวคะ” เธอมองหน้าชายหนุ่มที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา นั่นยิ่งทำให้เธอโกรธเขามากยิ่งขึ้น
“ผมขอโทษที่ทำแบบนั้น”
“งั้นคุณต้องชดใช้”
“ชดใช้ยังไง”
“คุณต้องพารันไปกินข้าว แล้วก็พารันไปทุกที่ที่รันอยากไป” หญิงสาวพูดเอาแต่ใจ ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่เขาก็ผิดที่ทิ้งเธอออกมาแบบนั้น
“ได้สิ”
“จริงหรอคะ” หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“แต่ขอผมเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวผมบอกวันเวลาอีกที”
“ตกลงค่ะ งั้นรันกลับก่อนนะคะ” หญิงสาวโบกมือลา สีหน้าเธอดูมีความสุขผิดกับก่อนหน้านี้ลิบลับ มอร์แกนถอนหายใจเล็กๆก่อนจะตรงไปยังห้องพยาบาล ร่างเล็กของอันนายังคงนอนหลับอยู่อย่างนั้น เขานั่งลงบนเตียง มือหนากุมมือเธอทั้งสองข้างเอาไว้ สายตาของเขามองไปยังมือบางที่เป็นรอยถลอกอยู่ ถึงแผลนั่นจะเริ่มหายดีแล้ว แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าเธอคงเจ็บมาก
“เจ็บมากสินะ” เขาเอ่ยออกมา ถึงแม้คนตรงหน้าจะไม่ได้ยินก็ตาม
“คุณหมอให้ยาไปแล้ว อาการคงจะดีขึ้นค่ะ” ป้ารตีเดินเข้ามาในห้องพยาบาลก่อนะรายงานอาการของหญิงสาว
“เดี๋ยวผมดูแลอันนาต่อเองครับ ป้าไปทำอย่างอื่นเถอะ” ป้ารตีเดินออกไปเงียบ ชายหนุ่มกระชับผ้าห่มให้หญิงสาวเพื่อให้เธอรู้สึกอุ่นขึ้น อันนาขดตัวเองเอาไว้ใต้ผ้าห่ม ร่างเล็กสั่นเบาๆเพราะความหนาว ชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี เขาขึ้นไปนอนข้างร่างเล็กก่อนจะสวมกอดเธอเอาไว้ ความร้อนจากร่างกายเธอแผ่ออกมายังชายหนุ่ม เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเขาเองก็เผลอหลับไปเช่นเดียวกัน
“พ่อจะไปไหนคะ อันนาไปด้วยได้ไหม”
“ไปแป๊ปเดียว เดี๋ยวพ่อก็กลับมานะคะ”
“ไปไหนหรอคะ”
“ไปทำธุระแป๊ปเดียวเองลูก รอพ่อที่บ้านนะ”
ปัง ปัง
“พ่อคะ”
“พ่อคะ พ่อ”
“พ่อคะ พ่อ”
“อันนา”
“พ่ออยู่กับอันนาก่อน อย่าทิ้งอันนาไป”
“อันนา อันนา” ร่างเล็กสะดุ้งตื่นจากความฝัน ดวงตากลมโตเบิกโพลงขึ้นมาด้วยความกลัว
“มอร์แกน” เธอเอ่ยชื่อชายหนุ่มที่ปลุกเธอให้ตื่นจากความฝัน ร่างเล็กกุมศีรษะเอาไว้เมื่อความปวดแล่นจี๊ดขึ้นสมองอีกครั้ง
“โอ๊ย”
“เธอปวดหัวหรอ” เธอหยักหน้าให้ชายหนุ่ม
“ฉันจะตามหมอให้เดี๋ยวนี้”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอเอ่ยห้าม
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” เธอพูดขึ้นก่อนจะลุกออกจากเตียง ร่างเล็กเซเล็กน้อยโดยมีมอร์แกนยืนประคองอยู่ด้านหลัง
“เธอไม่สบายอยู่นะ” อันนาไม่สนใจคำพูดของชายหนุ่ม เธอพยายามที่จะเดินออกจากห้องพยาบาลแต่ชายหนุ่มรั้งเธอเอาไว้
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง” เสียงทุ้มเริ่มดุหญิงสาวอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอไม่สนใจคำพูดของเขาเสียเลย
“ได้ยินค่ะ แต่ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ” เธอตอบออกไป สายตาของเธอไม่แม้แต่จะมองหน้าร่างสูงตรงหน้า มือหนาเอื้อมมาอังหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา
“ตัวเธอยังอุ่นๆอยู่เลย เกิดเป็นลมล้มพับขึ้นมาอีก ฉันไม่อยากให้ใครมาตายในบ้านฉัน” นอกจากจะใจร้ายแล้ว เขายังเป็นชายหนุ่มที่ปากแข็งมากๆอีกด้วย
“ฉันขอกลับไปนอนพักที่ห้องฉันนะคะ” ร่างบางเอ่ยเสียงเรียบ
“และฉันจะไม่ตายในบ้านหลังนี้ คุณสบายใจได้เลยค่ะ” สิ้นเสียงเธอก็เดินออกไป ปล่อยให้ชายหนุ่มปากแข็งยืนหัวเสียอยู่คนเดียว อันนาเดินมาถึงห้องพักแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนทันที ขนาดเธอไม่สบายเขายังพูดจาทำร้ายจิตใจเธออยู่ได้ เธอมองไปยังนาฬิกาบนหัวเตียงพบว่านี่เกือบจะแปดโมงเช้าแล้ว ถึงเธอจะยังรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว แต่อาการของเธอก็ทุเลาลงมากแล้ว
ก๊อก ๆ ๆ วันรักเปิดประตูเข้ามาเองอย่างเช่นเคย เธอเดินมาพร้อมโจ๊กหอมๆถ้วยใหญ่ที่ส่งกลิ่นตลบไปทั่วห้อง
“ฉันเอาโจ๊กร้อนๆมาให้ ฉันไปที่ห้องพยาบาล เห็นคุณมอร์แกนบอกว่าเธอกลับมาที่ห้องแล้ว”
“อือ ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วน่ะ”
“ดีขึ้นก็ดีแล้ว กินโจ๊กก่อนสิ” วันรักวางโจ๊กเอาไว้ก่อนจะเดินมาหาเธอที่เตียง
“ไปทำยังไงถึงได้ไม่สบายเอาแบบนี้”
“คงเป็นเพราะ ไปตากฝนมาน่ะ”
“ฝนตกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“ก็ ฉันไปทำธุระที่ที่ไกลจากที่นี่ไง ถ้าที่นั่นฝนตกแล้วที่นี่ไม่ตกก็ไม่เห็นแปลก” เธอโกหกข้างๆคูๆ
“นี่อันนา ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอกับคุณมอร์แกนมีความสัมพันธ์กันแบบไหน แต่เขานอนกอดเธอเอาไว้ทั้งคืนเลยนะ”
“เขาเนี่ยนะ” หญิงสาวถามอย่างไม่เชื่อคำพูดของวันรัก
“ก็ใช่น่ะสิ” มิน่าล่ะเธอตื่นขึ้นมาถึงได้เจอเขาอยู่ในห้องพยาบาล แต่พอนึกถึงคำพูดและการกระทำของเขาแล้ว เธอก็ยังรู้สึกโกรธอยู่ดี
“ฉันถามอะไรหน่อยสิวันรัก”
“ว่ามาสิ”
“เธอรู้จักไททันรึป่าว” วันรักทำหน้าตาตกใจกับคำถามเล็กน้อย
“เธอไปรู้จักคุณไททันได้ยังไง”
“เอ่อ รู้จักโดยบังเอิญน่ะ”
“เธอห้ามไปยุ่งกับเขาเด็ดขาดเลยนะ” ไม่ทันแล้วล่ะ เธออยากจะตอบออกไปแบบนั้น สีหน้าของวันรักกำลังบ่งบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างมอร์แกนกับไททันนั้นไม่ดีเอาเสียเลย
“ทำไมหรอ”
“ฉันเองก็รู้ไม่มากนักหรอก คุณมอร์แกนกับคุณไททันเป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสองสนิทกันมากเลยนะ แต่ก่อนคุณไททันเดินเข้าออกบ้านหลังนี้เหมือนบ้านตัวเอง และโรงแรมของคุณไททันก็เหมือนบ้านหลังที่สองของคุณมอร์แกนเลยล่ะ แต่เมื่อห้าปีก่อน เขาสองคนทะเลาะอะไรกันฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ถึงขั้นที่ว่าตัดเพื่อนกันเลยล่ะ”
“ขนาดนั้นเลยหรอ”
“ยิ่งกว่านั้นอีก ทั้งสองเคยเกือบจะฆ่ากันตายด้วยล่ะ ฉันก็ฟังเขามาอีกทีนะ แต่เห็นบอกว่าที่ทะเลาะกันเพราะคุณไททันไปแย่งผู้หญิงของคุณมอร์แกน”
“ทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงอย่างงั้นหรอ” เธอนึกย้อนไปถึงคำพูดที่มอร์แกนและไททันคุยกันในงานคลาวไนท์ นั่นทำให้เธอเริ่มเข้าใจบางส่วนขึ้นมาบ้าง
“มิน่าล่ะ”
“เธอรู้อะไรมาหรอ”
“ป่าวๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ” ถึงขนาดทะเลาะกันจนถึงขั้นตัดเพื่อน แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคงมีอิทธิพลสำหรับเขาทั้งสองมากแน่ๆ
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” เธอคือใครกันนะ ทำไมถึงทำเขาสองคนตัดเพื่อนกันได้เลย
“แต่เธอห้ามไปยุ่งกับคุณไททันเด็ดขาดเลยนะ ถึงเขาจะหล่อมากก็เถอะ แต่ก็ร้ายใช่เล่นเลย”
“.....” เธอทำได้เพียงพยักหน้า ถึงจะห้ามไปยุ่งขนาดไหนแต่ตอนนี้เธอก็ยุ่งกับเขาไปเรียบร้อยแล้ว เธอทำได้เพียงภาวนาขอให้เขาอย่ามายุ่งกับเธออีกเลย เพราะเธอเองก็ทำงานให้เขาเพื่อแลกกับอิสระของเธอและครอบครัวเธอไปแล้ว หวังว่าเขาจะไม่มายุ่งกับเธออีก
“กินโจ๊กได้แล้ว เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย ฉันไปทำงานละ”
“ขอบใจนะ”
“อย่าลืมกินยาล่ะ นอนพักผ่อนเยอะๆด้วย” หญิงสาวส่งยิ้มให้วันรักก่อนจะเดินออกไป ความสงสัยมากมายวิ่งเข้ามาในหัวเธอ เขาสองคนทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงจริงๆหรอเนี่ย เธอแทบไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำ ถ้าทะเลาะกันแรง เธอก็หายสงสัยเรื่องที่มอร์แกนโกรธเธอเลย เขาคงจะโกรธมากจริงๆ แต่เขาก็ไม่สิทธิ์ที่จะทำกับเธอแบบนั้นสักหน่อย หญิงสาวลุกขึ้นมาทานโจ๊กก่อนจะกินยา ร่างเล็กนอนลงบนเตียง เธอหยุดคิดเรื่องเมื่อครู่ไม่ได้เลย เพียงไม่นานยาก็ออกฤทธิ์
“คุณสองคนทะเลาะกันเรื่องนี้จริงๆหรอ” ดวงตากลมโตค่อยๆปิดลง ร่างเล็กหลับไปในที่สุด อย่างน้อยก็ขอให้ตอนหลับเป็นตอนที่เธอไม่ต้องคิดอะไรมากมายก็พอ
ร่างสูงกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องทำงาน ในมือเขาถือเอกสารมากมายเอาไว้โดยมีอานันยืนอยู่ไม่ห่าง
“หลังจากล้มละลายได้ไม่นาน เขาก็ถูกลอบสังหารที่หน้าบ้าน จากการสืบค้น ไม่มีเอกสารอะไรที่ผิดปกติเลยครับ มีเพียงหมายศาลที่ฟ้องล้มละลายเท่านั้นครับ” อานันอธิบายเอกสารในมือของชายหนุ่ม
“เรื่องนั้นฉันรู้มาบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ฉันสงสัยคืออะไรทำให้โรมันล้มละลายต่างหาก RM Group เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่กลับล้มละลายลงอย่างไม่น่าเชื่อ”
“เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับคุณไอยราก็ได้นะครับ”
“เธอใช้เงินเก่งก็จริง แต่อย่างไอยราไม่น่าจะทำอะไรที่ยากๆได้”
“คุณมอร์แกนกำลังคิดว่า...”
“อาจจะมีคนร่วมมือกับไอยราอยู่ก็ได้” ข้อสันนิษฐานเกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มมองเอกสารในมือไม่ละสายตา เขาจะต้องหาสาเหตุที่โรมันล้มละลายให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะดูไม่ง่ายก็ตาม
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เขียนเลยค่ะ
หากผิดพลาดประการใดขอภัยมา ณ ที่นี้
หากมีข้อแนะนำใดๆ คอมเมนต์ได้เลยนะคะ หรือส่งสติกเกอร์เป็นกำลังใจให้กันได้นะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านมากๆค่ะ