ตอนที่ 11
แสงแดดอ่อนๆส่องเข้าไปยังใบหน้าเรียวของหญิงสาว เธอค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนบิดขี้เกียจ อาการปวดหัวหายไปอย่างปลิดทิ้ง นาฬิกาบอกเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้า วันนี้ไม่มีใครมาเคาะปลุกเธอเหมือนทุกวัน คงเพราะอยากให้เธอพักผ่อนอย่างเต็มที่ หญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนจะเดินตรงไปยังครัว
“หายดีแล้วหรออันนา” ป้ารันตีทักถามขึ้น
“หายแล้วค่ะ ไม่มีไข้แล้ว”
“งั้นวันนี้ช่วยไปซื้อของกับวันรักหน่อยนะ”
“ได้เลยค่ะ” เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะช่วยป้ารันตีจัดอาหารใส่จาน
“ทำอะไรกันอยู่ครับ” เสียงของอานันดังขึ้น เขาเดินมาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม เธอมองอานันทีไรก็รู้สึกชื่นชมท่าทางที่ดูสุภาพอ่อนน้อมของเขาไม่ได้
“วันนี้ลมอะไรหอบให้เดินมาห้องครัวได้คะคุณเลขา” ป้ารตีที่เพิ่งเดินเข้ามาในครัวเอ่ยขึ้น
“ผมอยากจะแวะมาที่นี่ทุกวันแหละครับ แต่งานมันรัดตัวเหลือเกิน”
“แล้วนี่มีอะไรรึป่าวคะ”
“เย็นนี้ไม่ต้องตั้งโต๊ะอาหารนะครับ คุณมอร์แกนจะออกไปทานข้าวข้างนอกกับคุณมิรันตา”
“รับทราบค่ะ” ป้ารตีพูดเชิงล้อเลียน หญิงสาวขอตัวไปจัดการงานบ้านส่วนอื่นๆ ทีเขายังออกไปกับคนนั้นคนนี้ได้ แล้วทำไมเขาจะต้องมาโกรธที่เธอออกไปกับคนอื่นด้วยล่ะ อย่างงี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
“คิดอะไรอยู่” ร่างเล็กสะดุ้งโหยง เมื่อเสียงทุ้มของมอร์แกนดังขึ้น
“ไม่ได้คิดอะไรค่ะ”
“หายดีแล้วหรอ ถึงได้มาทำงานแบบนี้”
“หายดีแล้วค่ะ ถ้ามัวแต่ป่วย เมื่อไหร่ฉันจะใช้หนี้หมดละคะ”
“อันนา” เขาเอ่ยเสียงเข้ม หญิงสาวก้มหน้าเมื่อรู้ตัวว่าจะถูกดุ
“วันนี้เธอจะออกไปซื้อของกับวันรักหรอ”
“ค่ะ”
“ห้ามออกไปนั่นไปนี่ตามอำเภอใจอีกล่ะ แล้วจะหาว่าฉันไม่เตือน” หญิงสาวทำหน้ามุ่ย เขาทำอย่างกับเธอเป็นนักโทษอย่างงั้นแหละ
“ฉันไม่ใช่นักโทษของคุณนะคะ”
“เดี๋ยวนี้ทำไมถึงได้เถียงเก่งนัก” เธอเม้มปากเอาไว้ ขืนพูดออกไปอีกเขาก็ต้องว่าเธออีกแน่
“มีอะไรก็ไปทำเถอะ” เขาเอ่ยปากไล่ เพราะดูท่าจะขี้เกียจเถียงหญิงสาวแล้ว ร่างบางเดินกลับมายังห้องครัวอีกครั้ง ก็พบกับวันรักที่กำลังเก็บของอยู่
“วันรัก”
“อ้าวอันนา ทำงานเสร็จแล้วหรอ”
“ยังหรอก”
“อารมณ์เสียอะไรมาเนี่ย”
“จะมีใครอีกล่ะ ก็...” วันรักมองหน้าเธออย่างสงสัย เมื่อเธอเอ่ยถึงมอร์แกนอย่างหัวเสีย
“ก็อะไร”
“ก็...ก็ฉันหิวไง เลยมาหาอะไรกินก่อน” หญิงสาวตักอาหารเข้าปาก เธอนี่โกหกไม่เก่งเลยจริงๆ
“งั้นรีบกินเลย จะได้ออกไปซื้อของ” เธอตักอาหารเข้าปากอย่างรีบๆ ก่อนจะออกมายังห้างประจำ หญิงสาวเดินเลือกอาหารอย่างใจเย็น นานๆจะได้ออกมาข้างนอกที เธออยากจะใช้เวลาให้คุ้มค่า บางทีอยู่แต่ในบ้านทำอะไรเดิมๆก็ทำให้เธอรู้สึกเบื่อไม่น้อยเลย
“อันนา พอดีฉันมีธุระด่วนกับที่บ้านอ่ะ เธอซื้อของคนเดียวได้ไหม” วันรักเดินมาบอกหลังจากคุยโทรศัพท์อยู่พักใหญ่
“ได้สิ”
“งั้นกลับไปเจอกันที่บ้านนะ” หญิงสาวพยักหน้าก่อนยกมือลา เธอเดินเลือกซื้อของอยู่พักใหญ่ก่อนจะนำไปคิดเงิน สายตาเธอมองไปเรื่อยๆ ผู้คนมากมายต่างพากันจับจ่ายใช้สอย เธอมองไปยังพ่อแม่ลูกครอบครัวหนึ่งที่กำลังเลือกซื้อของพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า เธอเองไม่เคยออกมาซื้อของกับครอบครัวแบบนี้เลย หญิงสาวเห็นแล้วอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
“ทั้งหมดสามพันสี่ร้อยห้าสิบบาทค่ะ” หญิงสาวล้วงหาเงินในกระเป๋าก่อนจะพบกับความว่างเปล่า เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเงินอยู่กับวันรัก หญิงสาวยิ้มเจื่อนให้พนักงาน เธอเองไม่เงินติดตัวเพียงไม่กี่บาท ซึ่งไม่พอที่จะจ่ายค่าของพวกนี้ด้วยซ้ำ
“นี่ครับ” ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนบัตรเครดิตให้พนัก เขาหันมามองหน้าเธอก่อนจะยักษ์คิ้วให้
“ไททัน”
“มาซื้อของแต่ไม่พกเงินมาด้วย นี่มันยังไงกันนะ” เขาเอ่ยอย่างกวนอารมณ์
“ฉันลืมน่ะ” หญิงสาวเข็นรถออกมาก่อนเจอคนขับรถยืนรออยู่
“เดี๋ยวฉันคืนเงินให้นะคะ” ร่างสูงเดินจากไปโดยไม่ฟังเธอเลยสักนิด เธอมองตามแผ่นหลังของเขาไป เขาคงไม่อยากเผชิญหน้ากับคนของมอร์แกนก็เป็นได้ ร่างเล็กขนของขึ้นรถ ก่อนจะตรงดิ่งกลับบ้าน
“คุณอันนารู้จักคุณไททันด้วยหรอครับ”
“รู้จักแบบบังเอิญน่ะค่ะ”
“คุณไม่ควรไปยุ่งกับเขานะครับ ผมเตือนด้วยความหวังดี”
“ฉัน..ทราบแล้วค่ะ” เธอเงียบไป ทะเลาะกันด้วยเรื่องผู้หญิงจนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตขนาดนี้ มันต้องมีตื้นลึกหนาบางอะไรบ้างแหละน่า
“ทางนี้รถติดมาก ผมพาไปอีกทางดีกว่า” เธอไม่ได้สนใจคำพูดของคนขับรถมากนัก ในหัวเธอคิดแต่เรื่องของมอร์แกนและไททัน หญิงสาวสลัดความคิดทิ้ง ก่อนรถยนต์ที่เธอนั่งจะแล่นมาจอดติดไฟแดง ดวงตากลมโตมองไปรอบๆข้างทาง สถานที่ที่คุ้นชินนี้ทำเอาเธอใจเต้นไม่น้อย หญิงสาวหันไปยังข้างทางก่อนจะเจอตึกใหญ่ที่คุ้นตา ด้านหน้าเขียนว่า AU Group นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้มาที่นี่ สมัยเรียนเธอแวะมายืนมองตึกนี้บ่อยๆ ถึงแม้จะไม่กล้าเดินเข้าไปด้านใน อย่างน้อยก็ขอยืนมองก็ยังดี แต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยได้แวะมาที่นี่อีกเลย ทั้งเรื่องงาน เรื่องหนี้ที่แม่และพ่อเลี้ยงก่อเอาไว้ ทำให้เธอแทบไม่มีเวลาหายใจ
“ฉันมีธุระด่วน ช่วยจอดด้านหน้าให้หน่อยได้ไหมคะ”
“คุณจะไปไหนครับ” ดูท่าคนขับรถคนนี้จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
“ฉัน...อยากไปซื้อของเพิ่มเติมอีกหน่อย”
“คุณมอร์แกนให้ผมดูแลคุณ ผมว่า”
“แปปเดี๋ยวเองค่ะ คุณจอดรถรอฉันก็ได้ นะคะ ฉันสัญญาว่าคุณจะไม่เดือดร้อน” รถแล่นจอดเทียบฟุตบาท หญิงสาวลงจากรถก่อนจะเดินไปยังตึกนั้น ผู้คนมากมายต่างเดินเข้าออกไปมา เธอคิดถึงพ่อขึ้นมาจับใจ เธอยืนมองมันสักพักก่อนจะถอนหายใจ ตอนนี้ตึกนั้นไม่ใช่ของครอบครัวเธออีกต่อไปแล้ว ร่างเล็กหันหลังกลับก่อนจะชนเข้ากับใครคนหนึ่ง
พลัก~
“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างตกใจ
“มายืนด้อมมองๆอะไรหน้าบริษัทฉัน” หญิงสาวแสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย
“บริษัทคุณหรอคะ”
“นี่เธอเป็นใครกัน”
“ฉัน...ฉันแค่จะมาสมัครงานค่ะ แต่ตอนนี้ฉันได้งานที่อื่นแล้ว” หญิงสาวสร้างเรื่องโกหกอีกครั้ง
“เฮอะ สมัครงานงั้นหรอ แต่ชุดที่เธอใส่อยู่ดูไม่เหมือนคนจะมาสมัครงานเท่าไหร่เลยนะ” เธอก้มมองดูชุดทันที เธอลืมไปเลยว่าตัวเองอยู่ในชุดสาวใช้
“ขอตัวนะคะ” เธอหันหลังจะเดินหนี แต่ชายหนุ่มคว้าแขนเธอเอาไว้
“เดี๋ยว” หญิงสาวหันกลับมาหาเขา เธอแทบกลืนน้ำลายไม่ลงคอแล้วตอนนี้
“ค่ะ”
“เธอชื่ออะไร” ออกจากบ้านทีไรเหมือนเธอจะมีแต่เรื่องซวยเข้ามาทุกที
“อะ..แองจี้ค่ะ ฉันชื่อแองจี้”
“แองจี้งั้นหรอ” ชายหนุ่มปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
“ฉันขอตัวนะคะ” หญิงสาวเก้าเท้ายาว เธอรีบกลับมายังรถที่จอดรอเธออยู่ ร่างเล็กถอนหายใจยาวๆ นึกว่าจะเกิดเรื่องขึ้นซะอีก รถแล่นออกไปโดยที่เธอไม่รู้เลยว่า เขาคนนั้นยืนมองเธออยู่จนลับสายตา
“ไปซื้ออะไรหรอครับ ไม่เห็นได้อะไรกลับมาเลย”
“เอ่อ..พอดีของที่ฉันจะซื้อมันหมดน่ะค่ะ” นี่กะจะจับผิดเธอทุกฝีก้าวเลยหรือไงกัน เธอหอบของเข้ามาใน ครัวก่อนจะจัดแจงเก็บให้เข้าที่ วันรักยังไม่กลับมาที่บ้าน สงสัยจะมีธุระด่วนมากจริงๆ หญิงสาวนึกขึ้นได้ถึงค่าของที่ไททันเป็นคนจ่ายให้ก่อน จะเดินหนีไปก็ไม่บอกกล่าวเธอสักคำ แต่เขาเป็นถึงเจ้าของโรงแรม เงินแค่นั้นคงไม่ทำให้ขนหน้าแข็งเขาล่วงหรอกมั้ง แล้วชายที่บอกว่าเป็นเจ้าของ AU Group นั่นอีก เธอรู้เพียงว่าบริษัทพ่อเธอถูกขายทอดตลาด แต่ไม่รู้อีกเลยว่าตอนนี้มันตกไปอยู่ในมือของใคร แต่ถึงจะรู้ไป มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับเธออีกแล้ว เวลาผ่านมาเนิ่นนานแล้ว เธอควรจะปล่อยวางได้แล้วสิ
กริ๊ง ๆ ๆ อันนากรอกเสียงลงไปเมื่อเห็นว่าเป็นสายของวันรัก
“ว่าไงวันรัก”
“พอดีฉันมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย” เสียงของวันรักสั่นเครือราวกับคนจะร้องไห้
“เธอเป็นอะไรรึป่าว”
“ฉันแค่มีเรื่องอยากจะรบกวนเธอหน่อย”
“ได้สิ” เธอตกคำรับปากเมื่อเห็นว่าน้ำเสียงของวันรักดูแย่
“พอดีฉันทะเลาะกับที่บ้านนิดหน่อย เธอช่วยมาหาฉันได้ไหม”
“ได้สิ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่อันนา ตอนนี้ไม่ได้”
“ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้นวันรัก”
“ซักทุ่มนึง เธอค่อยมาได้ไหม ฉันอยากเคลียร์อะไรนิดหน่อย ฉันอยากให้เธอมาอยู่เป็นเพื่อนฉัน”
“ได้สิ ให้ฉันไปที่ไหน”
“เดี๋ยวฉันส่งข้อความไปบอกนะ เธอช่วยเก็บเป็นความลับได้ไหม ฉันไม่อยากให้ป้าทั้งสองคนเป็นห่วง”
“ได้สิ ไว้เจอกันนะ” วันรักตัดสายทิ้งไป ดูท่าทางจะไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลย เธอคงทะเลาะกับที่บ้านรุนแรงจริงๆสินะ วันรักคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด อย่างน้อยก็ให้เธอได้ตอบแทนเพื่อนสาวคนนี้บ้าง ร่างบางอยู่แทบไม่เป็นสุข ในใจนึกห่วงวันรักอยู่ตลอดเวลา
ตื๊ด ๆ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
เขต B ถนน XX ซอย C2
โรงแรม AB Hotel ห้อง 609
“โรงแรมหรอ เธอไปทำอะไรที่นั่นกัน” หญิงสาวได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ วันรักคงเครียดมาก จนไม่อยากกลับมาที่บ้าน หรือหญิงสาวอาจมีธุระอะไรที่นั่น คำถามมากมายเต็มหัวไปหมด
“ยืนบ่นอะไรพำพึมคนเดียว” ป้ารตีทักขึ้น
“ไม่มีอะไรค่ะ”
“วันรักไปไหน ทำไมป่านนี้ถึงยังไม่กลับอีก”
“เห็นว่ามีธุระที่บ้านค่ะ”
“พอดีเลย เดี๋ยวขากลับช่วยบอกวันรักแวะซื้อของให้อีกหน่อยสิ ป้าจดให้ไม่หมด” หญิงสาวรับรายการของที่ต้องซื้อมาไว้ในมือ
“เดี๋ยวอันนาออกไปซื้อให้ก็ได้ค่ะ พอดีมีของที่ต้องซื้อด้วย” ป้ารตีพยักหน้าให้ก่อนจะเดินจากไป เธอยิ้มออกมาอย่างดีใจ อย่างน้อยก็มีข้ออ้างในการออกไปนอกบ้าน
“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียว” เสียงของมอร์แกนดังขึ้น ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทที่ดูดีเลยทีเดียว
“ป่าวค่ะ”
“คืนนี้ฉันจะกลับดึกหน่อย อย่าก่อเรื่องอะไรล่ะ” หญิงสาวมองหน้าเขา เห็นเธอเป็นคนยังไงกัน แต่เธอก็เถียงเขาไม่ได้ เพราะเธอกำลังจะก่อเรื่องอีกแล้ว
“เอาโทรศัพท์เธอมานี่สิ”
“คุณจะยึดโทรศัพท์ฉันหรอคะ”
“เอามาเถอะน่า” อันนายื่นให้แต่โดยดี มอร์แกนกดเบอร์โทรศัพท์ของเขาลงในมือถือก่อนจะส่งคืนให้
“มีอะไรก็โทรมา” อันนาพยักหน้าให้ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
“ถ้าเธอก่อเรื่องอีก เธอโดนแน่” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินขึ้นรถไป เพียงชั่วครู่เธอก็ใช้ข้ออ้างในการออกไปซื้อของ ลูกน้องของมอร์แกนพยายามที่จะขับรถไปส่งให้ได้ แต่หญิงสาวดึงดันที่จะไปเอง และเธอเองก็ขู่ลูกน้องมอร์แกนว่าเธอขออนุญาตชายหนุ่มแล้ว ทำให้ไม่มีใครกล้าขัด เธอตรงไปยังสถานที่ที่วันรักส่งมาให้ โรงแรม AB Hotel เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ดูหรูหราระดับห้าดาวเลยก็ว่าได้ เธอเองไม่มีเวลามาสงสัยอะไรมากนัก เพราะนี่ก็เกือบหนึ่งทุ่มเข้าไปแล้ว เธอตรงดิ่งขึ้นที่ห้อง 609 ทันที ทั้งชั้นดูเงียบสลัดราวกับไม่มีคนอยู่เลย เธอกดโทรศัพท์โทรหาวันรักเมื่ออยู่ที่ชั้นหก แต่หญิงสาวไม่รับโทรศัพท์เธอเลย นั่นทำให้เธอรู้สึกกังวลใจมากยิ่งขึ้น ร่างเล็กก้าวมาหยุดที่หน้าห้อง 609 มือบางเคาะห้องอยู่สักพัก แต่ไม่มีท่าทีว่าจะมีใครมาเปิดประตู
“วันรัก” เธอเอ่ยเรียกชื่อเพื่อน ไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับ เธอลองเปิดห้องก่อนจะพบว่าห้องไม่ได้ล็อค หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้นเพราะความกลัว ทำไมเธอถึงรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย
“วันรัก เธออยู่นี่รึป่าว” ภายในห้องเปิดไฟเอาไว้พร้อมแอร์ที่เย็นฉ่ำ ห้องขนาดกลางอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่เธอไม่เจอใครภายในห้องเลย อันนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาวันรักอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับติดต่อไม่ได้
“ปิดเครื่องทำไมกันนะ” หญิงสาวเห็นท่าไม่ดี เธอควรออกจากที่นี่เสีย แต่ดูเหมือนจะช้าไป ประตูถูกปิดโดยใครบางคน เธอพยายามเปิดประตูแต่ดูเหมือนว่ามันจะถูกล็อคจากภายนอก
“ใครอยู่ข้างนอก เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” เธอพยายามเปิดประตูแต่ไม่เป็นผลเลย
“ช่วยด้วยค่ะ มีคนอยู่ในนี้” มือบางพยายามทุบประตู แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครได้ยินเธอเลย เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรหามอร์แกน เวลานี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้ ถึงแม้จะต้องโดนดุ แต่เธอก็ยอม ดีกว่ามาติดอยู่แบบนี้
“รับสิ” ชายหนุ่มไม่รับโทรศัพท์ เธอพยายามโทรหาเขาหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล
“มอร์แกนรับสิ” เสียงกุกกักดังอยู่หน้าห้อง เธอวางโทรศัพท์ลงก่อนจะคว้าแจกันมาไว้ในมือ อย่างน้อยถ้าคนที่เข้ามาไม่ใช่วันรักเธอจะได้ฟาดไม่ยั้ง ประตูค่อยๆเปิดออกก่อนจะเผยร่างชายหนุ่มร่างใหญ่ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นเป็นแนวยาว เขาช่างดูน่ากลัวเหลือเกิน ชายคนนั้นเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่หน้ากลัวบนใบหน้า
“คุณเป็นใคร วันรักอยู่ที่ไหน”
“ป่านนี้นังวันรักมันคงนั่งร้องไห้อยู่ที่ไหนสักที่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มล็อกประตูก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ
“แกหมายความว่าไง”
“มันคงจะนั่งรู้สึกผิดอยู่ที่ไหนสักที่ เพราะหลอกเธอให้มาที่นี่ไง”
“นี่มันอะไรกัน”
“เธอนี่สวยอย่างที่คนเขาร่ำลือจริงๆ”
“อย่าเข้ามานะ” หญิงสาวกำแจกันในมือไว้แน่น ชายหนุ่มเดินเข้าแย่งแจกันในมือเธอก่อนคว้างมันลงพื้น
“เธอคิดว่าจะทำอะไรฉันได้” มือหยาบคว้าร่างเธอเอาไว้ก่อนจะเหวี่ยงลงที่นอน ก่อนจะตามมาคร่อมร่างเธอเอาไว้
“อย่านะ ช่วยด้วย”
“ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินเธอหรอก”
“แกต้องการอะไร”
“ต้องการเธอนี่ไงสาวน้อย” ร่างเล็กพยายามดิ้นแต่แรงของชายหนุ่มเยอะเหลือเกิน
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย”
“ร้องไปก็เปล่าประโยชน์ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีใครได้ยินเสียงเธอหรอก”
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” ร่างเล็กพยายามอ้อนวอน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจคำร้องขอนั่นนัก
“เรามาสนุกกันดีกว่านะ รับรองว่าลีลาฉันไม่แพ้ใครเลยล่ะ บางทีเธออาจจะติดใจก็ได้” ชายคนนั้นฉีกเสื้อเธอขาดคามือ อันนาพยายามดิ้นหนี มือบางคว้าโคมไฟที่หัวเตียงได้ เธอฟาดมันลงไปยังหัวของเขาจนสุดแรง เลือดสีแดงค่อยๆไหลออกจากหัวของเขา ร่างบางรีบวิ่งไปที่ประตู มือบางเอื้อมไปที่ลูกบิด แต่มือหยาบของชายหนุ่มคว้าร่างเธอเอาไว้ก่อน หมัดหนักๆของเขาพุ่งมาที่ท้องของเธอเต็มแรง
“อั่ก” หญิงสาวล้มลง มือบางกุมท้องตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด
“กล้านักนะที่ทำให้ฉันเลือดไหล” น้ำตานองเต็มดวงตาทั้งสองข้าง เธอจุกไปทั้งร่างกาย
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ อยากได้อะไรฉันจะหาให้หมดเลย”
“ฉันบอกแล้วไงว่าอยากได้ตัวเธอ ไม่เข้าใจรึไงวะ” เขาเอ่ยด้วยอารมณ์โมโห
“มานี่” เขาอุ้มเธอก่อนจะโยนลงบนเตียงอย่างป่าเถื่อน
“มาสนุกกันเถอะ”
“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ” ร่างเล็กเอ่ยเมื่อมือหยาบลูบไล้บริเวณขาเธอ เขาเอื้อมมือมาลูบใบหน้าเธอก่อนจะบีบคางเธออย่างรุนแรง
“อย่าปากดีเลยน่า”
“ถุ้ย” เธอถุยน้ำลายใส่ใบหน้าที่หน้ากลัวนั่นอย่างถือดี
“เอามือสกปรกของแกออกไป” ชายหนุ่มหลับตาลงด้วยความโกรธ หมัดหนักๆถูกส่งมายังท้องเธออีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวตัวงอด้วยความเจ็บปวด มือทั้งสองข้างกุมหน้าท้องเอาไว้แน่น น้ำตาทั้งสองข้างไหลลงมาไม่ขาดสาย
“เก่งจริงๆนะ เก่งให้ได้ทั้งคืนก็ละกัน” เสียงหัวเราะของเขาดังลั่นห้องอย่างสะใจ ร่างบางทำได้เพียงนอนนิ่ง เธอไม่มีเรี่ยวแรงอะไรที่จะต่อสู้ ไม่มีแม้แต่เสียงที่จะร้องออกมา
ชายหนุ่มคลำหาโทรศัพท์ก่อนจะพบว่ามันหายไป
“หาอะไรหรอคะ”
“โทรศัพท์ของผม” เขานึกขึ้นว่าไปลืมมันไว้ที่ไหนรึป่าว
“คุณเห็นรึป่าวรัน”
“ไม่นี่คะ” มอร์แกนเดินไปหาอานันที่ยืนดูแลความเรียบร้อยอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะอาหาร เพียงชั่วครู่เขาก็เดินกลับมาหามิรันตา
“จีพีเอสบอกว่าโทรศัพท์ผมอยู่แถวนี้ ขอโทรศัพท์ผมคืนด้วยรัน” มิรันตาทำหน้าเลิกลั่ก
“มันจะมาอยู่กับรันได้ยังไงกันคะ”
“ผมขอคืนดีๆ อย่าให้ผมต้องใช้กำลังกับคุณเลย”
“รันไม่ได้...” ชายหนุ่มล้วงเขาไปในกระเป๋าเธอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา
“คุณกำลังจะทำอะไรมิรันตา”
“รันไม่รู้เรื่องนะคะ มันมาอยู่ในกระเป๋ารันได้ยังไง” ชายหนุ่มกดดูโทรศัพท์ ก่อนจะพบว่าอันนาโทรหาเขาเกือบสิบสาย ชายหนุ่มกดโทรออกหาร่างเล็กอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ..อันนา”