5
ยังไงก็ไม่ให้หมั้น
อชิตากลับมาที่บ้านของเธอ เธอพยายามหาทางบอกกับพ่อและแม่ของเธอเรื่องที่สิงหาจะมาขอเธอหมั้นในวันพรุ่งนี้ เธอคบหากับสิงหาได้หลายเดือนแต่เธอยังไม่เคยพาเขามาที่บ้านเลยสักครั้ง
“หมอนอิงเดินไป เดินมา มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก” แพรไหมที่กำลังนั่งปอกผลไม้มองเห็นลูกสาวเดินไปเดินมาหลายรอบแต่ก็ไม่เดินเข้ามาสักที
อชิตาเดินเข้ามาหาแม่ของเธอโดยมีพ่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังนั่งดูทีวีอยู่เงียบ ๆ คนเดียว
“หนูมีเรื่องอยากบอกแม่ให้ทราบคะ” อชิตาพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของแม่อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“มีเรื่องอะไรก็รีบพูดออกมาได้มั้ยจะได้ไม่ต้องมาอึก ๆ อัก ๆ อยู่อย่างนี้” แพรไหมบอกกับลูกสาวของเธอมือก็ปอกผลไม้ไปด้วย
“คือแฟนของอิง พรุ่งนี้จะมาขออิงหมั้นค่ะ” อชิตาพูดขึ้นมาแม่กับพ่อของเธอก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรแต่ทั้งพ่อและแม่ของเธอยังไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักกับสิงหา
“แล้วใครเป็นแฟนของหนูทำไมไม่พามาเจอพ่อเลยล่ะ” จักราชพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของลูกสาวยิ้ม ๆ
“หนูไม่ได้พามาแต่หนูมีรูปของพี่สิงห์แล้วก็พ่อกับแม่ของพี่สิงห์ด้วยนะคะ” อชิตาพูดพลางหยิบมือถือแล้วก็เปิดภาพสิงหาให้กับพ่อและแม่ของเธอได้ดูหน้าคร่าตาว่าที่ลูกเขย
“นี่มันไอ้อดิศร นี่ลูกชายของมันเป็นแฟนของลูกอย่างนั้นหรอ” จักราชพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดมาก ๆ อชิตาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อของเธอถึงได้มีสีหน้าท่าทางที่เครียดขนาดนั้น
“พ่อรู้จักครอบครัวของพี่สิงห์ด้วยหรอคะ” อชิตาถามพ่อด้วยเสียงที่เบา ๆ อย่างเกรงใจ
“รู้จักสิ รู้จักดีด้วย” จักราชพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของลูกสาวของเขาอย่างเครียด แพรไหมรู้ทันทีว่าสามีของเธอกำลังจะพูดอะไรกับลูกสาวของเธอต่อ
“เลิกคบกับมันซะ” จักราชพูดออกมาแค่นั้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วก็มองหน้าของลูกสาว
“ทำไมหนูต้องเลิกหนูกับพี่สิงห์รักกันทำไมต้องเลิกด้วยคะ” อชิตาไม่เข้าใจที่พ่อของเธออยู่ดี ๆ ก็บอกให้เธอเลิกกับสิงหาทั้ง ๆ ที่ยังเคยได้เจอเขาเลยสักครั้ง
“ถ้าไม่อยากเลิก ก็ไม่ต้องมาเป็นลูกสาวของพ่ออีก” จักราชพูดขึ้นมาเสียงดังก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่ได้สนใจคำพูดของเธออีกต่อไป
“แม่คะ ทำไมหนูต้องเลิกกับพี่สิงห์ด้วย” อชิตาถามแม่ของเธอทั้งน้ำตา
อชิตาพยายามคุยกับที่บ้านหลายวันเธอให้สิงหารอไปก่อนเรื่องหมั้นแต่สุดท้ายเธอก็หายไปจากชีวิตของสิงหาโดยที่สิงหาไม่รู้เลยว่าเธอไปอยู่ที่ไหน ทำอะไร เป็นอย่างไร
อชิตาหายไปจากเขาตั้งแต่วันนั้นวันที่เธอเอาของขวัญชิ้นสุดท้ายมาให้เขาซึ่งเป็นโมเดลของเธอและเขาที่เธอได้สั่งทำมาเป็นพิเศษเพื่อมอบให้กับเขาก่อนที่เธอจะหายไปจากชีวิตของเขา
สิงหาตามหาเธอเท่าไรก็ไม่เจอ เขาไม่รู้เลยว่าเธอหายไปที่ไหน เขานอนร้องไห้ทุกวันด้วยความคิดถึงเธอซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเธอเท่าไรเพราะเธอนอนร้องไห้แทบทุกคืนกว่าที่เธอจะทำใจได้เธอก็ต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อกินยาต้านซึมเศร้าไม่อย่างนั้นป่านนี้เธอก็คงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้
ในตอนนั้นอชิตาเชื่อฟังพ่อกับแม่ของเธอมาก ๆ เพราะเธอรักพ่อกับแม่มาก ๆ แม้ว่าเธอจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม
สิงหาเองก็ทำใจไม่ได้จนต้องเปิดสถานบันเทิงเพื่อคลายเหงาในยามค่ำคืนของตน แต่กิจการกลับไปได้ดีจนมาถึงทุกวันนี้
สิงหาไม่เคยลืมอชิตาเลยสักวันไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีเธอก็ยังคงอยู่ในใจของเขาเสมอมาซึ่งไม่ได้ต่างไปจากอชิตาเพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหัวใจของเธอก็ยังคงมีแต่สิงหาคนเดียวเท่านั้น
ทั้งเขาและเธอไม่ยอมเปิดรับใครเข้ามาในหัวใจ ทั้งสองยังคงรอกันและกันในใจ แม้ลึก ๆ ทั้งสองก็ต่างคิดว่าอีกฝ่ายมีคนอื่นไปแล้ว
อชิตากลับมาถึงห้องนอนของเธอ เธอก็เดินไปหยิบกล่องความทรงจำของเธอที่มีของขวัญต่าง ๆ ที่สิงหาให้กับเธอตอนที่ทั้งสองคนรักกัน สร้อยเส้นนั้นที่เขาซื้อให้เธอก็ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ได้หายไปไหน เธอยังเก็บมันไว้อย่างดีเช่นเดียวกับที่เธอเก็บเขาไว้ในหัวใจของเธออย่างดีเช่นกัน
สิงหาเมากลับบ้านทีไรเขาก็มักจะเพ้อหาเธออยู่เป็นประจำเพราะเธอเป็นทั้งความสุข ความคิดถึงและความเจ็บปวดของเขา
มีอยู่บ่อยครั้งที่สิงหาพาผู้หญิงมาที่ห้องนอนของเขาแต่มาทีไรเขาก็ไม่ยอมทำอะไรผู้หญิงคนไหน สุดท้ายเขาก็ไล่ผู้หญิงพวกนั้นให้ออกจากห้องนอนของเขาไป
อชิตานั่งร้องไห้เมื่อนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ที่มีความสุขมาโดยตลอดแต่สุดท้ายเธอกับเขาก็มีความสุขด้วยกันแค่เวลาสั้น ๆ เท่านั้น
“พี่สิงห์จะรู้หรือเปล่าว่าหมอนอิงคิดถึงพี่แค่ไหน” อชิตาพูดขึ้นมาคนเดียวเบา ๆ ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาแล้วเธอก็นอนหลับไปทั้งน้ำตาอย่างนั้น