6
เจอโดยบังเอิญ
อชิตาที่กลับมาจากต่างประเทศเธอก็เริ่มจัดห้องนอนของเธอใหม่และวันนี้เธอก็ต้องออกไปซื้อของใช้ที่จำเป็น เธอจึงไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ากับน้องสาวของเธอ
“ทอฝันอยากได้อะไรก็เลือกได้นะ เดี๋ยวพี่จ่ายเองพี่พอมีตังค์จ่ายให้ได้อยู่นะ” อชิตาบอกกับน้องสาวยิ้ม ๆ เพราะเห็นน้องสาวของเธอหยิบเสื้อตัวนั้นอยู่หลายครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตัวนี้หลายร้อยเลย ทอฝันไม่อยากใช้เงินฟุ่มเฟือยช่วงนี้ที่บ้านของเราก็กำลังมีปัญหาอยู่ด้วย” ทิชากรพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของพี่สาวด้วยแววตาที่มีความกังวลมาก ๆ
“ไม่เป็นไรไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก พี่สัญญาว่าพี่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องเสื้อตัวนี้ที่ทอฝันอยากได้พี่ซื้อให้เป็นของขวัญนะ” อชิตาพูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบเสื้อตัวนั้นที่เธอจับขึ้นมาให้เธอไปลองว่าใส่ได้และสวยหรือเปล่า
ทั้งสองเลือกซื้อของซื้อเสื้อผ้ากันจนเหนื่อยตอนนี้ ทั้งพี่สาวน้องสาวเริ่มหิวขึ้นมาบ้างแล้ว
อชิตาจึงชวนน้องสาวของเธอไปกินชาบูเพราะเธอรู้สึกอยากกินมาก ๆ เพราะเธออยากกินตั้งแต่ที่อยู่ต่างประเทศแล้ว
“พี่ว่าเราไปกินชาบูกันดีกว่า มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง” อชิตาพูดยิ้ม ๆ พร้อมกับเข็นรถเข็นไปที่หน้าร้านแล้วก็ฝากไว้ก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับน้องสาวของเธอ
สิงหาเองก็มาที่ห้างแห่งนี้ด้วยเหมือนกันและเขาก็เดินเข้าไปในร้านชาบูร้านเดียวกันกับที่อชิตาเดินเข้าไป
สิงหามากับปุยฝ้ายผู้หญิงที่พ่อของเขาเลือกให้และอยากให้แต่งงานกัน วันนี้ก็เช่นกันพ่อของสิงหาเป็นคนนัดให้ทั้งสองมาเจอกัน ปุยฝ้ายจึงชวนสิงหามาทานอาหารที่ร้านนี้
“พี่สิงห์นั่งตรงไหนดีคะ” ปุยฝ้ายเอ่ยถามเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนมีความสุขมากที่ได้มากินข้าวกับสิงหาในวันนี้
“คุณฝ้ายเลือกเถอะ ผมนั่งตรงไหนก็ได้ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว” สิงหาพูดขึ้นมาอย่างนั้นพร้อมกับมองเข้าไปในร้านเขาเห็นหลังผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเมื่อมองจากด้านหลังเขาก็รู้สึกคุ้นเคยไม่ว่าเวลามันจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
แม้ว่าเขาจะยังไม่เห็นหน้าของเธอแต่เขาก็หัวใจเต้นแรงขึ้นมาไม่เป็นส่ำ แค่คิดชื่อของเธอขึ้นมาหัวใจของเขาก็เต้นแทบไม่เป็นจังหวะ
“พี่สิงห์มองอะไรหรอคะ พี่สิงห์อยากนั่งตรงนั้นหรือเปล่าคะ” ปุยฝ้านเอ่ยถามเธอขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของสิงหาอย่างสงสัย
“เปล่าหรอกนั่งตรงนี้ก็ได้” สิงหาบอกกับเธอออกไปเสียงเรียบเฉยทั้งที่ภายในใจของเขาตอนนี้มันเต้นแรงมาก ๆ
สิงหาเลือกนั่งตรงจุดที่เขาเดินมาถึงโดยที่เขานั่งหันหลังให้กับฝั่งที่เขาเห็นผู้หญิงที่เขาคิดว่าเป็นอชิตา
สิงหานั่งกินไปได้สักพักใหญ่ ๆ เขาก็ต้องออกไปรับสายจากพ่อของเขาที่โทรมาถามว่าเขาได้ไปตามนัดที่พ่อของเขาได้นัดไว้ให้หรือเปล่า
ในขณะที่สิงหากำลังยืนคุยมือถืออยู่นั้น อชิตากับน้องสาวของเขาก็กำลังเดินออกมาจากร้าน สิงหาที่ยืนหันหลังแต่ตรงหน้าของเขาเป็นกระจกทำให้เขามองเห็นว่าใครเดินผ่านหลังของเขาไปและแน่นอนว่าคนที่เดินผ่านหลังของเขาก็คืออชิตากับน้องสาวของเธอ
สิงหาที่เห็นอชิตาเขาแทบไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเธอเพราะเธอหายไปนานหลายปีโดยที่เขาไม่ได้เจอเธอเลยสักครั้ง
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เขาแทบอยากวิ่งเข้าไปกอดให้หายคิดถึงแต่เขาก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นเพราะเรื่องราวของเขาและเธอมันได้จบลงไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เธอทิ้งเขาไป
อชิตาไปที่บริษัทเพื่อตรวจสอบงานทั้งหมดของบริษัทว่าทำไมการเงินของบริษัทถึงได้ขาดสภาพคล่องหนักขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนก็ไปได้ดีทุกอย่าง
เมื่ออชิตาตรวจสอบจากผู้ช่วยของพ่อจึงรู้ว่าพ่อของเธอมักง่ายเกินไปเอาผลไม้ราคาถูกนำมาส่งออกแล้วก็ไม่ผ่านมาตรฐานทำให้เกิดความเสียหายแล้วก็โดนปรับเป็นเงินจำนวนมากแต่ที่หนักไปกว่านั้นคือพ่อของเธอติดการพนันจนเป็นหนี้หลายล้านบาทและยังเอาบริษัทนี้ไปเป็นหลักประกันในการไปกู้ยืมเงินแต่ตอนนี้พ่อของเธอหาเงินไปใช้หนี้ธนาคารไม่ทันแล้วหนี้การพนันก็ต้องใช้เขาภายในสองเดือนข้างหน้า เรื่องราวทั้งหมดคือผู้ช่วยของพ่อเป็นคนเล่าให้เธอฟัง
“นี่พ่อของหนูกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย นี่มันคือสิ่งที่แม่กับพ่อสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่ทำไมตอนนี้พ่อถึงได้เป็นคนที่กำลังจะทำลายมันลง” อชิตาพูดขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่รูปถ่ายของพ่อกับแม่ของเธอ
“คุณพ่อของคุณมีผู้หญิงอีกคนทำให้ท่านติดเล่น ติดเที่ยวเพราะผู้หญิงคนนั้น ผมไม่อยากเล่าให้คุณฟังแต่ผมก็สงสารคุณแพรไหมที่เธอต้องแบกรับเรื่องนี้ไว้คนเดียวมานานหลายปี”
“ไม่เป็นไรค่ะ บอกก็ดีเหมือนกันหมอนอิงจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ” อชิตาพูดบอกว่าจะได้รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อแต่ตอนนี้เธอยังไม่รู้เลยว่าเธอจะทำอย่างไรดี
“เรื่องที่คุณต้องทำในตอนนี้คือต้องหาเงินไปจ่ายธนาคารก่อนถ้าไม่อย่างนั้นแล้วบริษัทนี้ก็ต้องจบลง” ผู้ช่วยของพ่อพูดกับเธอเพราะอยากให้เธอรู้ว่าสิ่งแรกที่เธอต้องทำคือหาเงินไปจ่ายธนาคารก่อนแล้วค่อยมากู้มาตรฐานใหม่ให้กับบริษัท
“ได้ค่ะ หนูจะเอาเงินเก็บส่วนตัวของหนูไปจ่ายหนี้ธนาคารของเดือนนี้ก่อน” อชิตาพูดขึ้นมาแล้วก็ออกไปจากบริษัทแล้วก็ตรงกลับบ้านในทันที
อชิตาร้องไห้ไปขับรถกลับบ้านไปเธอไม่อยากเชื่อว่าพ่อที่เธอคิดว่ารักแม่มาก ๆ จะกล้าทำอย่างนี้กับแม่ แล้วเธอก็สงสารแม่ที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเธอและน้องสาวแล้วก็เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวอย่างเจ็บปวด