แรกพบ

2412 Words
“น่ารักจังเลยเจ้าตัวเล็ก” โจเซฟอุ้มทารกตัวน้อยมากอดอย่างแสนรักแม่หนูช่างน่าฟัดเหลือเกิน พวงแก้มแดงระเรื่อนุ่มนิ่มอดไม่ได้ที่จะเขี่ยเล่นเบาๆ แม้อยากหอมให้ชื่นใจแต่ก็ต้องอดใจไว้เพราะเด็กทารกยังไม่มีภูมิคุ้มกัน “น้ำนี่คือวอเตอร์ใช่ไหม” เขาหันไปถามคุณพ่อป้ายแดงซึ่งก็คือเพื่อนของเขานั่นเอง “ใช่แล้ว ตั้งให้เข้ากับลูกพี่ลูกน้อง มีดาวแล้ว มีภูผาแล้ว” บรูโน่ตอบ “แล้วถ้าคนที่สองล่ะ จะตั้งชื่ออะไร” “ถ้าผู้หญิงก็ฟ้า ถ้าผู้ชายก็เมฆ” อุษาสวรรค์บอกด้วยเสียงสดใส “อยากมีเจ้าตัวเล็กมาเข้าแก๊งด้วยจัง” โจเซฟพูดด้วยเสียงหงอยๆ แล้วทั้งห้องก็เงียบไป โจเซฟ แพทเทอร์สันหอบหัวใจบอบช้ำมารักษาที่เมืองไทย เขาวางแผนเซอร์ไพรส์แฟนสาวที่คบกันมาหลายปีด้วยพิธีหมั้นสุดโรแมนติกมีนักเล่นไวโอลินระดับแนวหน้า กุหลาบแดง แชมเปญและที่สำคัญแหวนเพชรเม็ดงามแต่พอเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนกลับเซอร์ไพรส์กว่าเพราะแฟนสาวกำลังทำท่าหมากับผู้ชายอีกคน “ขอโทษนะคะ หนูไม่คิดว่ามีแขก” ทะเลจันทร์ขออภัยเมื่อเข้ามาในห้องพักฟื้นคนไข้ที่หรูหราไม่ต่างกับโรงแรม เธอคิดว่ามีแค่เจ้านายกับเจ้าตัวเล็ก เธออุตส่าห์กินข้าวให้เร็วที่สุดแล้วรีบมาโรงพยาบาลตอนช่วงพักกลางวันเพราะอยากมาเยี่ยมคนสำคัญในชีวิต “เข้ามาสิจันทร์ไม่เป็นไรหรอก นี่โจเซฟเพื่อนโน่ คนกันเองทั้งนั้น” อุษาสวรรค์บอกพร้อมรอยยิ้ม “พี่แพรให้หนูพักสองชั่วโมงครึ่งค่ะ หนูก็เลยแวบมา พี่แอ้มเป็นยังไงบ้างคะ อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะหนูจะไปซื้อให้” เด็กสาวไถ่ถามเจ้านายที่นับถือเหมือนพี่สาวด้วยความเป็นห่วง “ของที่อยากกินมีหมดแล้วจ้ะขอบใจนะ มาหาหลานก็ต้องอยู่กับหลานสิ” “คุณน้ำน่าชังจังเลยค่ะ” เธอรับทารกตัวน้อยมาจากชายหนุ่ม ถึงเขาจะยิ้มแต่แววตาดูเศร้าเหลือเกิน เขามีเรื่องอะไรไม่สบายใจงั้นหรือ ได้อยู่กับเพื่อนรักแถมยังบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาหลานอีก ควรจะสดชื่นมากกว่านี้สักหน่อยรึเปล่า ไม่น่าอมทุกข์แบบนี้เลย “เรียกน้ำเฉยๆ ก็พอจ้ะ ไม่ต้องคุณหรอก พอโตพี่ก็ต้องเอามาทำงานด้วยก็ต้องพึ่งจันทร์และพนักงานทุกคนคอยช่วยอบรมดูแลไม่ให้เหลิงไม่ให้เสียคน” อุษาสวรรค์บอกกับทะเลจันทร์ “มือเล็กจังเลย” เป็นครั้งแรกที่ทะเลจันทร์ได้อุ้มและใกล้ชิดทารกขนาดนี้ มันน่าอัศจรรย์มากที่ทุกอย่างบนร่างกายเด็กแรกเกิดเล็กจิ๋วไปหมด “น้องจันทร์เป็นพนักงานที่โรงแรม จะมาทำงานแทนแอ้มพักนึง” บรูโน่แนะนำทะเลจันทร์ให้เพื่อนรู้จัก “อย่าเรียกว่าแทนเลยค่ะ หนูไม่เก่งเท่าพี่แอ้มเทียบไม่ได้สักนิด” “เราก็เก่งในแบบของเราแหละจันทร์ นี่กินข้าวแล้วใช่ไหม” “กินแล้วค่ะพี่แอ้ม แล้วพี่แอ้มกับพวกคุณๆ กินรึยังคะ” “เรียบร้อยกันหมดแล้วจ้ะ แม่เป็นยังไงบ้างล่ะจันทร์” “ก็ทรงๆ เหมือนเดิมค่ะ” “คุณแม่ของเธอเป็นอะไรเหรอ” โจเซฟถาม “จันทร์จะตอบเองหรือจะให้พี่ตอบ” “หนูตอบเองก็ได้ค่ะ” ทะเลจันทร์อธิบายอาการป่วยของมารดาด้วยภาษาอังกฤษให้เพื่อนของเจ้านายฟัง เธอพยายามพูดให้ถูกหลักไวยากรณ์ เจ้านายทั้งสองจะได้ไม่เสียหน้าเพราะพนักงานของตัวเอง “ผมเสียใจด้วยนะครับ” โจเซฟบอกจากใจจริง “ขอบคุณค่ะ” “พี่ต้องชมนะเนี่ย ภาษาดีขึ้นเยอะเลย สำเนียงก็ชัดกว่าแต่ก่อนมาก” “หนูฟังคลิปภาษาอังกฤษทุกวันค่ะ ฟังตอนนั่งรถมาทำงานแล้วก็ก่อนนอนด้วยค่ะ” อุษาสวรรค์รักและเอ็นดูทะเลจันทร์เหมือนน้องแท้ๆ เธอเป็นเด็กรักดีและใฝ่เรียน ถึงจะจบการศึกษาแค่ ปวช. แต่ก็ไม่เคยหยุดหาความรู้ใส่ตัวไม่ว่าโรงแรมจะส่งไปอบรมคอร์สอะไรจะมีชื่อของทะเลจันทร์อยู่ในนั้นเสมอ เด็กแบบนี้ควรส่งเสริมและสนับสนุนเต็มที่ “เราให้สาวๆ คุยกันไปก่อนดีไหม” โจเซฟหันมาชวนบรูโน่เพราะดูท่าทางเด็กสาวอีกคนจะอึดอัดที่มีคนแปลกหน้ารวมอยู่ด้วยซึ่งเขาไม่โกรธเลย คนไม่รู้จักกันแถมเป็นเพื่อนเจ้านายอีก เธอต้องเกรงใจเป็นธรรมดา “เดี๋ยวมานะครับที่รัก” บรูโน่บอกลาภรรยาแล้วเดินออกไปพร้อมเพื่อน “ลืมเลย อยู่กับเด็กอ่อนไม่ควรสูบสิเนอะ” โจเซฟหยิบบุหรี่ขึ้นมาแล้วเก็บเข้าที่เดิม ถึงจะออกมาสูบข้างนอกแต่กลิ่นของมันก็ยังติดตัวอยู่ดี “เลิกได้ก็เลิกเถอะโจ” “ก็พยายามอยู่แต่ไม่มีอะไรจูงใจ ยิ่งช่วงนี้ยิ่งหนัก” หนุ่มหล่อผมสีน้ำตาลเข้มบอกแล้วถอนใจเบาๆ ถึงจะหนีมาไกลแสนไกลแต่มันก็ไม่ช่วยอะไร ต่อให้ย้ายไปอยู่นอกโลกความเจ็บปวดก็ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ดี โจเซฟได้แต่ถามตัวเองว่ามีอะไรที่เขาผิดพลาดหรือด้อยไปแต่ก็ไม่มีคำตอบเพราะไม่ได้ถามแฟนสาวที่นอกใจไปนอนกับผู้ชายคนอื่น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นใครเพราะไม่คุ้นหน้าเลย “แล้วมันจะผ่านไป อย่าแบกไว้นาน” บรูโน่ตบไหล่เพื่อนเพื่อบอกว่าถึงเรื่องมันจะหนักหนาแค่ไหนแต่ก็อย่าปล่อยให้มันมาทำลายชีวิตที่เหลือ เจ็บได้แต่ก็ต้องก้าวต่อไป “เด็กคนนั้นน่ารักดีนะ ถูกกฎหมายแล้วเหรอ” แม้เพิ่งเคยพบกันแต่ทะเลจันทร์ก็สร้างความประทับใจได้ไม่ยาก อย่างแรกเธอน่ารักแค่มองก็เห็นชัดไม่ต้องวิเคราะห์ให้มากความ เมื่อได้เห็นท่าทางการเดินการพูดก็ยิ่งประทับใจ เธอเป็นเด็กที่นอบน้อมและอ่อนโยนไม่แปลกใจที่เพื่อนชื่นชมให้ฟังอยู่บ่อยๆ “ถูกกฎหมาย ยังไงโจ” “ก็ยังเด็กอยู่เลย อายุถึงสิบแปดแล้วเหรอ ประเทศนายต้องคนอายุเท่าไหร่ถึงทำงานได้” “ก็สิบแปดถึงทำงานที่โรงแรมได้หมายถึงเป็นพนักงานประจำ ส่วนน้องจันทร์อายุยี่สิบแล้ว” “เหรอ! ไม่น่าเชื่อนะ นึกว่าสิบห้าสิบหก” “น่าสงสารอยู่กับแม่สองคนแม่ก็ไม่สบายแล้วก็ไม่อยากพูดให้น้องใจเสีย เราว่าแม่คงอยู่ได้อีกไม่นาน เรากับพี่วินพี่แพรแล้วก็แอ้มช่วยทุกอย่างแต่น้องจันทร์ก็เกรงใจบ่ายเบี่ยงตลอด ไม่อยากคิดเลยถ้าแม่จากไปน้องจันทร์จะอยู่ยังไง” บรูโน่ปรับทุกข์กับเพื่อน ถ้าเป็นพนักงานคนอื่นเขาจะไม่ห่วงเท่านี้เพราะโตและมีวุฒิภาวะมากกว่าแต่ทะเลจันทร์เป็นแค่เด็กสาวอ่อนต่อโลกมีแค่เพียงมารดามาทั้งชีวิตเธอต้องเคว้งแน่นอนถ้าวันนั้นมาถึง “ชีวิตมักจะสร้างบททดสอบยากๆ ให้เราเสมอ” โจเซฟหมายถึงทะเลจันทร์แต่แล้วก็คิดได้ว่าชีวิตตัวเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เขาก็กำลังโดนทดสอบว่าจะผ่านความปวดร้าวครั้งนี้ไปได้ยังไงหรือในสภาพไหน เขาไม่เคยพบเจอความเจ็บปวดแบบนี้มาก่อน ความรัก ความเชื่อใจ อนาคต ที่สร้างมาแรมปีพังลงภายในพริบตา “ป่ะ กลับกันเถอะ” ออกมายืนรับลมพักใหญ่ก็ชวนกันกลับไปที่ห้องพักฟื้นเพราะโจเซฟไม่อยากคุยเรื่องแฟนเก่าอีกแล้ว กลับไปหาหลานดีกว่าจะได้หายฟุ้งซ่าน “หนูกลับก่อนนะคะพี่แอ้ม แล้วเจอกันที่ทำงานนะคะ” ทะเลจันทร์ยกมือไหว้อุษาสวรรค์เพราะต้องกลับไปทำงานถึงแม้จะอยากอยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งคืนก็ตาม “อ้าว! กลับแล้วเหรอน้องจันทร์” บรูโน่เปิดประตูเข้ามาก็เจอทะเลจันทร์พอดี อีกนิดเดียวก็จะชนกันแล้ว “ค่ะ คุณโน่ หนูขอตัวนะคะ สวัสดีค่ะคุณโจเซฟ” “กลับด้วยกันไหมครับ ผมก็จะกลับพอดี” โจเซฟชวน ทั้งที่ความจริงไม่ได้คิดเรื่องกลับโรงแรมเลยสักนิดแต่เขาอยากอยู่กับเธอให้นานกว่านี้จะเพื่ออะไรก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ที่รู้ก็คืออยากรู้จักเธอให้มากขึ้น ชีวิตของเธอน่าสงสารและน่าสนใจในคราวเดียวกัน “เอ่อ…คือ” ทะเลจันทร์อึกอักเธอไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไง “ไปกับโจเถอะจันทร์ ไหนๆ ก็ไปที่เดียวกันอยู่แล้ว” อุษาสวรรค์บอก “ค่ะ หนูขอรบกวนด้วยนะคะ” รถยนต์คันงามของโจเซฟที่เช่าไว้เคลื่อนออกจากลานจอดรถช้าๆ เขามองซ้ายมองขวาจนแน่ใจถึงค่อยออกรถ ทะเลจันทร์ค่อนข้างประหลาดใจที่เขาสุขุมรอบคอบผิดกับลุคแบดบอยเซอร์ๆ เป็นที่สุด “ทำงานเป็นยังไงบ้างครับ” โจเซฟชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบ “ดีค่ะ ทุกคนใจดีกับหนูมากๆ ค่ะ ครอบครัวคุณวินคุณโน่ก็ประเสริฐที่สุด ไม่มีวันที่หนูจะชดใช้บุญคุณให้พวกเขาหมดแน่ๆ” ทะเลจันทร์บอกจากใจจริง ไม่ได้ต้องการประจบหรือพูดให้ตัวเองดูดี “ผมว่าเพราะคุณเป็นคนดีต่างหาก พวกเขาถึงดีกับคุณ” “ถึงหนูจะเป็นคนดีแต่ถ้าพวกเขาไม่ให้โอกาสหนูก็แย่ค่ะ” ทะเลจันทร์ตอบไปตามที่คิดเพราะสังคมสมัยนี้การเป็นคนดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าจะได้สิ่งดีๆ ตอบแทน คนแย่ๆ ทำเรื่องร้ายๆ ได้ดิบได้ดีก็เห็นเยอะแยะ “คุณนี่มองโลกแง่ดีจังเลยนะ” โจเซฟประหลาดใจที่คนแบบเธอยังมองโลกได้แบบนี้ “หนูไม่อยากเพิ่มความทุกข์ให้ตัวเองแค่เรื่องแม่เรื่องเดียวก็พอแล้วค่ะ” “ท่านเป็นยังไงบ้างครับ” “อาการทรงๆ ค่ะไม่แย่ลงแต่ก็ไม่ดีขึ้น” “เคยคิดไหมถ้าแม่ไม่อยู่แล้วจะทำยังไง” “คิดค่ะ คิดทุกวัน หนูรู้ว่าแม่อยู่ได้อีกไม่นานหรอกแต่หนูก็พยายามดูแลแม่ให้ดีที่สุด” “แล้วคิดว่าอะไรครับ” “คิดว่าถ้าแม่ไม่อยู่ก็จะทำงานตอบแทนพระคุณตระกูลดัวร์ต้าให้เต็มที่ค่ะ พวกเขาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่ทั้งหมดแถมเวลาหนูลางานหรือมาสายก็ไม่เคยว่าหนูสักครั้ง ที่หนูมาสายเพราะบางคืนก็ไม่ได้นอนค่ะบางครั้งแม่จะไอหรือไม่ก็อาเจียนหรือมีไข้ทั้งคืนหนูต้องคอยดูแล” “คุณเป็นเด็กดีมากทะเลจันทร์” โจเซฟพูดได้แค่นั้นจริงๆ เพราะไม่มีคำไหนที่จะเหมาะกับเธอไปมากกว่านี้ ทะเลจันทร์คิดว่าจะอึดอัดหรือนั่งเงียบกันตลอดทางเพราะเธอกับเขาเป็นคนแปลกหน้าต่อกันแต่ไม่ใช่เลย เขาชวนคุยถามไถ่อย่างเป็นกันเอง ผู้คนรอบตัวที่เธอนับถือส่วนใหญ่จะรวยและเหนือกว่าทั้งนั้นแต่พวกเขาไม่เคยข่มหรือทำให้เธอรู้สึกต่ำต้อยสักครั้ง ผู้ชายคนนี้ก็เช่นกัน เธอเชื่อมาเสมอว่าคนแบบเดียวกันจะคบหาหรืออยู่ด้วยกันได้ยาวนาน คุณโจเซฟคงไม่ต่างจากคุณบรูโน่ เขาดูเป็นคนเจ้าชู้แต่ความจริงถ้าได้รักใครก็คงจะรักคนเดียวไม่นอกลู่นอกทาง เธอเห็นตัวอย่างชัดเจนมาเป็นปีที่คุณบรูโน่ถนอมรักเทิดทูนภรรยายิ่งกว่าสิ่งใด “เจ็บมากไหมครับ” บรูโน่เหยียบเบรกเต็มแรงเมื่อรถคันหน้าปาดเข้ามาเกือบชนกัน ทะเลจันทร์หน้าคะมำแต่เพราะความตกใจหรือสติดีมากก็ไม่รู้ เธอจึงนำมือไปรองไว้ที่หน้าผากตัวเองทำให้หน้าผากไม่โขกกับแผงหน้ารถ “ไม่ค่ะ คุณล่ะคะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า” “ไม่เจ็บครับ ผมต้องลงไปคุยกับเขาหน่อย คุณรอข้างในดีกว่า” “ขับรถยังไง ตาบอดเหรอ ก็เห็นอยู่ว่าจะขอเข้าเลนส์ เร่งเครื่องหาเรื่องกูเหรอ” อีกฝ่ายรัวภาษาไทยใส่เป็นชุด โจเซฟฟังไม่ออกแต่จากท่าทางและน้ำเสียงที่ใช้ต้องไม่ใช่การชื่นชมหรือเป็นคำพูดดีๆ แน่นอน “ใจเย็นก่อนครับ” โจเซฟลองพูดคำสั้นๆ ในภาษาอังกฤษเพื่อดูท่าทีคู่กรณี “ไอ้พวกหัวทอง คิดว่ามีเงินจะทำอะไรก็ได้ ถุย !” “เฮ้ ! ทำแบบนี้ …” โจเซฟไม่พอใจมากที่โดนถ่มน้ำลายใส่แม้จะไม่โดนตัวแต่มันไม่สุภาพเป็นการกระทำที่หยาบคายมาก “คุณไม่ได้เปิดไฟขอทางนะคะ อยู่ๆ ก็แทรกเข้ามา ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ชนกัน” ทะเลจันทร์ทนไม่ไหวจึงออกมาช่วยเจรจา “อ้อๆ ! เมียฝรั่งสินะ” “ฉันไม่ใช่เมีย เขาเป็นลูกค้า” “ฮ่าๆๆ ไม่แปลกใจหรอก เหมาๆ รายวันรึไง” “ไม่ใช่เรื่องของคุณ รถคุณก็ไม่ได้เสียหาย แยกย้ายกันเลยไหมคะ” “แต่มันเกือบจะชนกูเลยนะเว้ย ไอ้หัวทองนี่ต้องจ่ายค่าทำขวัญให้กูหน่อยไหม” “ได้ค่ะแต่ไปจ่ายที่สถานีตำรวจนะคะ สะดวกไหม” “เฮ้ย ! จ่ายตรงนี้ก็ได้ จะไป สน. ทำไมให้วุ่นวาย” “ไม่ได้หรอกค่ะ ต้องลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน จะไปไหมคะ” “กูไม่เสียเวลากับพวกเมียฝรั่งหรอก ถุย !” “ช่างเขาเถอะค่ะ” ทะเลจันทร์ต้องฉุดโจเซฟไว้เพราะเขาทำท่าจะกระโจนใส่ไอ้หนุ่มหัวร้อน “มันพูดว่าอะไรบ้าง” โจเซฟโมโหจนหน้าแดง มันต้องพูดเลวๆ แน่นอนแถมยังถ่มน้ำลายใส่ทะเลจันทร์อีก “เขาจะเอาค่าทำขวัญค่ะ หนูบอกว่าให้ไปตกลงกันที่สถานีตำรวจ เขาไม่ไปค่ะ” “แล้วอะไรอีก” โจเซฟเห็นสายตาที่มันมองหยามเหยียดทะเลจันทร์แต่ไม่เข้าใจว่ามันมองแบบนั้นทำไมเพราะเธอไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย “แค่นี้แหละค่ะ เขาพูดวกไปวนมา น่าจะเมาด้วย กลิ่นเหล้าหึ่งเชียว” “จริงเหรอ มันไม่ได้ว่าอะไรคุณใช่ไหม” “ไม่ได้ว่าค่ะ ไปกันเถอะ หนูต้องกลับไปทำงาน” ทะเลจันทร์ไม่อยากเอาเรื่องไร้สาระไปเพิ่มให้โจเซฟปวดหัว แค่เรื่องของเขาเองก็คงวุ่นวายพอแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD