"ทำไมงานสมัยนี้มันหายากหาเย็นจังวะ เงินเก็บที่มีก็อยู่ได้ไม่ถึงสิ้นเดือนแล้ว" จันทร์เจ้าเด็กจบใหม่จากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดร้องโวยวาย เธอถูกปฏิเสธงานเป็นครั้งที่เท่าไหร่เธอเองก็จำไม่ได้แล้ว จันทร์เจ้าเข้ามาอยู่ในกรุงเทพเกือบสามเดือนแล้ว แต่เธอก็ยังคงเดินเตะฝุ่นเหมือนวันแรกที่มาเพราะหางานไม่ได้
จันทร์เจ้าเป็นเด็กกำพร้า เธอมีแค่เพียงป้าแท้ๆ ที่เป็นพี่สาวของแม่ ป้าของเธอเป็นคนใจดีแต่เสียอย่างเดียวมีผัวเลวไปหน่อย และเพราะผัวของป้าแกนี่แหละที่ทำให้เธอต้องมีชีวิตลำบากกว่าที่ควรจะเป็น
เธออยู่กับป้ามาตั้งแต่ที่พ่อกับแม่เสียชีวิตเมื่อตอนที่เธออายุ15 ในตอนนั้นป้าของเธอเป็นสาวโสดใจดี เขารับเธอที่ไม่เหลือใครมาเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี แถมยังให้กินขนมไม่อั้น อยากได้อะไรก็ซื้อให้ตลอด ในตอนนั้นเธอมีความสุขมาก แต่ที่เขาบอกกันว่าความสุขของคนเรามักจะผ่านไปเร็วเสมอคงจะเป็นเรื่องจริง
ป้าที่ใจดีของเธอพาแฟนหนุ่มที่อายุห่างจากตัวเองเกือบสิบปีเข้ามาอยู่ในบ้าน ตอนนั้นเธอก็ไม่คิดอะไร เพราะเธอคิดว่ามันเป็นเรื่องของป้า คนเราจะมีความรักมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เธอยังใช้ชีวิตสบายๆ ราวกับในบ้านมีเพียงเธอกับป้าสองคนเหมือนเดิม เธอไม่ใช่เด็กที่คุยเก่งเธอจึงไม่เคยคุยกับแฟนหนุ่มของป้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เธอรู้สึกถึงสายตาของเขาที่มองเธอมันแปลกๆ แต่เธอก็พยายามไม่ใส่ใจ จนวันหนึ่ง วันนั้นเป็นวันที่ป้าของเธอกลับบ้านช้า เธอจึงรีบอาบน้ำและขึ้นห้องไม่รอผู้เป็นป้าเหมือนอย่างเคย เพราะไม่อยากอยู่สองต่อสองกับแฟนป้าที่นั่งดูบอลอยู่ข้างล่าง
เธอขึ้นมาบนห้องก็รู้สึกง่วงเพราะวันนี้เธอมีเรียนพละจึงรู้สึกเพลียมากกว่าปกติ ในจังหวะที่เธอรู้สึกเคลิ้มๆ กำลังจะหลับ เธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาลูบไล้ขาอ่อนของเธอ ตอนแรกเธอคิดว่าเธอฝัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่กำลังลูบไล้อยู่บนต้นขาก็เลื่อนเข้ามาในกางเกง แต่ก่อนที่มือนั้นจะจับโดนของสงวน จันทร์เจ้าลุกขึ้นด้วยความเร็วก่อนจะหยิบแจกันดอกไม้บนหัวเตียงฟาดลงบนหัวของคนที่เข้ามาทำมิดีมิร้ายเธอ
และคนที่ทำแบบนั้นกับเธอก็เป็นใครไปไม่ได้ คนคนนั้นคือแฟนเด็กของป้า ที่เมื่อป้าเธอกลับมาถึงก็ใส่ร้ายเธอหาว่าเธอไปอ่อยมันแต่มันไม่เล่นด้วยเธอจึงเอาแจกันตีหัวมัน ตอนนั้นเธอคิดว่าแต่งเรื่องได้ละครมาก ถ้าใครเชื่อก็ควายแล้ว แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจเพราะคนที่เธอคิดว่าอย่างไรก็คงไม่เชื่อกลับเชื่อผัวเด็กของตัวเองสนิทใจ เธอไม่ได้เสียใจที่ป้าเชื่อผัวเด็กของตัวเอง เธอรู้สึกตกใจมากกว่า เธอไม่คิดว่าป้าของเธอจะโง่หลงผัวเด็กจนตาบอด คิดไปได้ยังไงว่าเธอไปอ่อยมัน
มิหนำซ้ำยังไล่เธอออกจากบ้าน ป้าให้เธอไปเช่าหออยู่เขาบอกว่าจะส่งค่าหอให้ แต่ไม่ส่งค่ากินกับค่าเทอม ให้เธอหาเอง เขาบอกว่าทำโทษเรื่องที่เธอไปอ่อยผัวเด็กของตัวเอง
โชคดีที่เธอไปยื่นกู้กยศ.เอาไว้ เธอจึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเทอม แถมเธอยังมีค่ากินรายเดือนที่กยศ.โอนให้อีกเดือนละสองพันสองร้อยบาท แต่เงินแค่นั้นมันจะไปพออะไรกับค่าครองชีพที่สูงลิบลิ่วในตอนนี้
โชคดีที่เธอเป็นคนหัวดี เธอรับติวหนังสือให้รุ่นน้องไปด้วยในระหว่างเรียน เงินดีใช้ได้เพราะวิชาที่เธอถนัดและเปิดรับติวคือวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่คนกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์สอบตก ทำให้เธอมีเงินใช้ระหว่างเรียนจนจบมาได้ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แต่เกียรตินิยมอะไรทำไมหางานไม่ได้เลย พอคิดเรื่องหางานเธอก็รู้สึกเซ็งขึ้นมา
"สวัสดีค่ะป้า ออกมานั่งทำอะไรข้างนอกร้อนๆ เดี๋ยวก็เป็นลมหรอก" จันทร์เจ้าตัดสินใจเดินกลับหอพักที่เธอเช่าอยู่ วันนี้อากาศร้อนเป็นพิเศษ
"เป็นลมก็ยังดีกว่าไม่ได้ค่าเช่า" ป้าเจ้าของหอพูดเสียงเข้ม ทำเอาคนที่ค้างค่าหอมาเกือบสองเดือนหน้าแห้งขึ้นมาทันที
"แหะๆ หนูยังหางานไม่ได้เลยป้า ขอเวลาอีกสักหน่อยได้ไหม ถ้าหนูเอาเงินที่เหลืออยู่น้อยนิดจ่ายป้าไปหนูต้องกินข้าวคลุกฝุ่นของจริงแน่" จันทร์เจ้าพูดกับป้าเจ้าของหอทีเล่นทีจริง
"เธอเบี้ยวฉันมาหลายวันแล้วนะ ไม่รู้ล่ะถ้าอีกสามวันไม่มีมาจ่ายก็เก็บข้าวของออกไปเลย" ป้าเจ้าของหอกอดอกมองมาด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออก
"โถ่ป้า ไม่สงสารหนูเหรอ หนูน่าสงสารนะ ดูสิตาหนูก็ดำ งานก็ยังหาไม่ได้ ป้าจะใจร้ายไล่หนูที่น่าสงสารไปนอนข้างถนนเหรอ ข้างนอกอันตรายจะตายป้าก็รู้ เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะมีข่าวฉุดนักศึกษาไปรุมโทรมอยู่เลยนะ ป้าไม่เป็นห่วงหนูเหรอ" จันทร์เจ้าทำหน้าเศร้าใช้ลูกอ้อนไม้ตายทำตัวน่าสงสารเหมือนที่ผ่านมา เธอรู้ว่าลึกๆ แล้วป้าเจ้าของหอใจดี ไม่อย่างนั้นเธอคงโดนไล่ออกไปนานแล้ว
"เฮ้อ ฉันละเบื่อเธอจริงๆ เอ้อ เมื่อเช้าฉันไปตลาดมา เห็นใบปลิวนี้แปะอยู่ที่เสาร์ไฟเลยแอบดึงมา ลองไปสมัครดูสิ เห็นว่าถ้าผ่านสัมภาษณ์ได้เซ็นสัญญาเขาจ่ายเงินเดือนให้เลยล่วงหน้าสามเดือน" ป้าเจ้าของหอเอาใบปลิวรับสมัครงานให้เด็กที่หางานไม่ได้
"รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กแฝด เงินเดือน50,000บาท! โห่ทำไมเงินเดือนเยอะจังอ่ะป้า เขาหลอกปะเนี้ย มิจแน่ๆ" จันทร์เจ้าพูดอย่างไม่เชื่อ เลี้ยงเด็กอะไรได้เงินเยอะขนาดนั้น
"ไม่ใช่มิจ บ้านนี้ฉันรู้จัก อยู่ต้นซอยนี่เอง เจ้าของบ้านรวยมาก เห็นว่าทำบริษัทนำเข้าส่งออกมีสมบัติเป็นหมื่นๆ ล้าน เขามีลูกชายสองคนเป็นฝาแฝด ก็คงจะเป็นคนในใบสมัครนี่แหละ เธอได้งานเธอก็จะได้เงินล่วงหน้าสามเดือนเลยนะ ไปสมัครสิ"