∞∞∞∞∞
"..."
เกิดเสียงดังแซ็งแซ่จากเพื่อนร่วมห้องที่ต่างพากันมองหน้าฉันและหันไปพูดคุยซุบซิบกับคู่นั่งของตัวเอง ซึ่งมันเป็นภาพที่ฉันชินชาไปแล้วเพราะนี่ไม่ใช่การเรียกไปพบที่ห้องพักครูเป็นครั้งแรกเสียหน่อย
"เงียบๆ หน่อย ครูจะบอกคะแนนคนอื่นต่อ"
เสียงของเพื่อนๆ เงียบหายไปทันทีก่อนที่อาจารย์จะเหลือบตามองไปยังหลังห้องเรียนอีกครั้ง แววตาที่มองฉันคาดโทษเมื่อกี้กลับกลายเป็นแววตาแห่งความภูมิใจไม่น้อยเมื่อเขาต้องเรียกชื่อของคนถัดไปจากเลขที่ของฉัน
"โอบกอด...ได้สิบคะแนนเต็ม"
"วู้ววว~"
เกิดเสียงปรบมือดังไปทั้งห้องโอบกอดเพียงแค่ยกยิ้มบางๆ เท่านั้นในขณะที่ฉันนั้นแอบเบะปากใส่เขาเพราะเกิดความหมั่นไส้ล้วนๆ เอาดีๆ ก็คืออิจฉามันด้วยแหละแต่ก็เป็นความอิจฉาที่ฉันไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่านี้ได้แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าโอบกอดนั้นเกิดมาหัวดี เรียนเก่งในขณะที่ฉันนั้นไม่ได้หัวดีอะไรเลย นอกเสียงจากหน้าตาเท่านั้นที่ดี -_-
ส่วนผลการเรียนของฉันก็เรียกได้ว่าเส้นยาแดงผ่าแปดทุกครั้งแต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ได้ฉิวเฉียดแต่อาจจะเรียกว่าสอบไม่ผ่านเลยก็ได้ไม่อย่างนั้นครูไม่เรียกฉันไปพบเป็นการส่วนตัวหรอกแต่ก็อย่างที่บอกว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นเสียหน่อย
ปีไหนที่โอบกอดอยู่คนละห้องกับฉันอย่างน้อยปีนั้นฉันก็ไม่ต้องทนฟังเสียงเปรียบเทียบต่างๆ นานาระหว่างฉันกับเขาแต่ทว่าปีไหนที่โอบกอดเรียนห้องเรียนเดียวกับฉัน ปีนั้นฉันก็ต้องทนแบกรับความกดดันหนักหน่อยเหมือนอย่างตอนนี้นี่แหละ
บางครั้งฉันก็อยากจะถามแม่เหมือนกันนะว่าที่หัวฉันไม่ค่อยดีนั้นก็อาจจะเป็นเพราะว่าตอนอยู่ในท้องแม่โอบกอดมันแย่งสารอาหารจากฉันไปหมดเลยหรือเปล่าหัวสมองฉันถึงมีอยู่เพียงน้อยนิดแค่นี้!
เห็นทีต้องกลับไปถามแม่ให้รู้เรื่องหน่อยแล้วว่าทำไมตอนที่แม่ท้องถึงได้ลำเอียงแบ่งไส้เดินสายอาหารไม่เท่ากัน! แม่อาจจะลำเลียงอาหารให้โอบกอดมากกว่าหรือไม่ก็เป็นเขานั่นแหละที่บีบเส้นสายอาหารของฉันทำให้ฉันรับสารอาหารไม่เต็มที่และกลายเป็นคนสมองน้อย! ในขณะที่โอบกอดนั้นดูดสารอาหารไปและความฉลาดของโอบกอดทำให้ฉันดูแย่!! -*-
"ติณณ์..."
คุณครูเรียกเจ้าของชื่อลำดับถัดมาจากโอบกอด เสียงปรบมือเมื่อกี้หายไปเพื่อรอฟังคะแนนของตุ้ยนุ้ยและไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าคำที่คุณครูจะพูดออกมานั้นมันคืออะไร
"ได้คะแนนสิบเต็มเหมือนกัน"
"วู้วววว~"
เสียงโห่จากเพื่อนๆ ร้องดังทั่วห้องอีกครั้งราวกับว่าพวกเขาเป็นคนที่ได้คะแนนเต็มเสียเองในขณะที่ฉันนั้นได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะความเซ็ง นอกจากโอบกอดที่ทำให้ฉันดูแย่แล้ว ตุ้ยนุ้ยก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำให้ฉันดูแย่เช่นกัน…
พวกคนฉลาดทำให้ฉันดูแย่! U.U
∞
@ห้องพักอาจารย์...
"ครูจะทำยังไงกับคะแนนของเธอดีเนี่ยอิ่มอุ่น? "
ทันทีที่อาจารย์ประจำวิชาคณิตเห็นหน้าฉันเดินเข้ามาในห้องพักครูเขาก็เปิดประเด็นถามด้วยน้ำเสียงและสายตาเอือมระอาด้วยทันที อีกทั้งยังโบกกระดาษข้อสอบที่มีปากกาสีแดงวงคะแนนอันน้อยนิดของฉันเอาไว้นั้นทำให้ฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตาพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน
ทั้งๆ ที่ปกติแล้วนั้นฉันเป็นคนที่สู้คนไม่ถอยเลยนะ แต่พอมีเรื่องของคะแนนเข้ามาเกี่ยวข้องก็ทำให้ฉันนั้นได้แต่เงียบเหมือนคนไม่พกปากมาอย่างนี้นี่แหละ
จะก้าวร้าวก็ต้องดูด้วยว่าคะแนนของฉันมันเหลือเท่าไหร่ ลำพังแค่ถอนหายใจทิ้งต่อหน้าครูแกฉันยังกลัวเลยว่าคะแนนอันน้อยนิดนั้นมันจะปลิวหายไปได้ง่ายๆ หากฉันทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับคุณครูท่านนี้ที่เป็นคนกุมคะแนนของฉันเอาไว้
"ครั้งหน้าหนูจะตั้งใจทำให้มากกว่านี้อีกค่ะ"
ประโยคเดิมๆ ก็ถูกพูดออกมาจากปากฉันเช่นกันก่อนที่จะได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่มาจากคนตรงหน้าในขณะที่คุณครูคนอื่นๆ ก็ลอบมองฉันเป็นระยะแต่ดูจากสายตาแล้วแต่ละคนก็คงเอือมระอาฉันน่าดูเช่นกัน
ก็แหม...แต่ละคนก็เคยเรียกฉันไปคุยกันถ้วนหน้าทั้งนั้นแหละค่ะ!
"เกิดเป็นแฝดกันแท้ๆ แต่ทำไมเธอถึงไม่เหมือนโอบกอดบ้างนะ รายนั้นน่ะเขาได้ท็อปทุกวิชาเลย"
"..."
ถ้อยคำเปรียบเทียบที่ฉันได้ยินเป็นประจำเริ่มทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจ ยิ่งสายตาของอาจารย์ประจำวิชาคณิตมองฉันด้วยแววตาดูแคลนก็ยิ่งทำให้ความไม่พอใจก่อตัวขึ้นทีละนิดแต่ก็พยายามอดทนเอาไว้ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงถอนหายใจจากคุณครูอีกครั้ง
"ครูเป็นห่วงคะแนนเธอนะอิ่มอุ่น ไม่ใช่แค่วิชาครูหรอกที่เธอทำคะแนนได้น้อย นอกจากวิชาศิลปะแล้วคะแนนวิชาอื่นๆ ของเธอเรียกได้ว่าพอผ่านเท่านั้น มันไม่ได้ดีเลยนะแล้วอย่างนี้เธอจะเอาความรู้ที่ไหนไปสอบวัดผลล่ะ? "
"..."
"รู้ใช่ไหมว่าคะแนนสอบวัดผลมันชี้เป็นชี้ตายอนาคตเธอได้เลยนะ? มหาลัยดีๆ เขาก็ต้องการคะแนนสอบวัดผลสูงๆ กันทั้งนั้นแหละ"
"..."
ฉันเผลอกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อถูกสร้างแรงกดดันด้วยการหยิบยกเรื่องมหาลัยขึ้นมาพูด เรื่องนี้ฉันเองก็รู้ตัวอยู่หรอกว่าคะแนนวัดผลนั้นมันได้กลายเป็นตัวบ่งชี้วัดความฉลาดของคนเราไปแล้ว
คุณครูยังคงพูดบั่นทอนกำลังใจฉันต่อไปโดยไม่สนใจเลยว่าฉันในตอนนี้จะรู้สึกยังไง มือที่จากตอนแรกเพียงแค่กอบกุมไว้เท่านั้นมาตอนนี้ฉันเผลอจิกหลังมือตัวเองระงับความอึดอัดและกดดันที่เกิดขึ้น
ฉันไม่ชอบความอึดอัดและความกดดันสักนิด...
"ครูเองก็จนปัญญาจะสอนเธอให้เข้าใจวิชาพวกนี้ได้แล้วจริงๆ เพราะดูเหมือนว่าครูจะสอนไปกี่รอบๆ เธอก็ไม่เข้าใจสักที"
ฉันกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บไปหมด พยายามก้มหน้าหลบซ่อนสายตาไม่พอใจของตัวเองเอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คุณครูมองเห็นแต่ทว่าจังหวะนั้นเองจู่ๆ เสียงของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความอึดอัดที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับอาจารย์
"ก็ในเมื่อครูบอกว่าไม่สามารถสอนให้เข้าใจ ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นคนสอนอิ่มอุ่นเอง"
"...!"
ขวับ!
ด้วยความตกใจกับน้ำเสียงและคำพูดนั้นทำให้ฉันรีบหันกลับไปมองทางด้านหลังของตัวเองทันทีก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ฉันในตอนนี้ก็คือใครก็พานทำให้หัวใจของฉันนั้นเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก!
"พูดอะไรบ้าๆ ของเธอน่ะติณณ์! เธอจะเอาเวลาที่ไหนไปสอนอิ่มอุ่น อีกไม่กี่สัปดาห์ก็ต้องลงแข่งคณิตโอลิมปิกแล้วนะ"
"ถ้าอย่างนั้นผมขอถอนตัวออกจากการแข่งครั้งนี้"
ตุ้ยนุ้ยพูดด้วยท่าทีนิ่งเฉยไม่แสดงอาการทุกข์ร้อนใดๆ แม้แต่นิดต่างจากอาจารย์ประจำวิชาที่เริ่มจะนั่งไม่ติดเมื่อได้ยินเขาพูดอย่างนั้น
"จะบ้าเหรอ! จะมาถอนตัวได้ยังไง! เราเสียเวลาฝึกซ้อมกันตั้งหลายเดือนแล้วนะ!"
"การแข่งครั้งนี้มีแค่ไอ้โอบคนเดียวผมว่ามันก็เพียงพอที่จะสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนได้แล้วนะครับ อีกอย่างปีนี้ผมก็ไม่ได้อยากลงแข่งเลย"
ฉันหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ กันด้วยความตกใจไม่หาย ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาทั้งนั้นแต่ทว่าสายตากลับแน่วแน่มั่นคงคล้ายกับว่าเขาไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจในคำพูดของตัวเอง
โอ้โห้ ฉันนี่อยากจะยกนิ้วโป้งให้กับความแน่วแน่ของเขาเสียเหลือเกินค่ะ!
"เพราะอะไร? ทำไมถึงไม่อยากลงแข่งครูขอเหตุผลจากเธอหน่อย"
"เพราะผมต้องเริ่มติวหนังสือให้กับอิ่มอุ่นตั้งแต่ตอนนี้ไงครับ? เธอจะได้มีคะแนนที่ดีกว่านี้แล้วไม่ต้องมายืนให้ครูต่อว่าเปรียบเทียบกับไอ้โอบมันอย่างนี้อีก"
"...!"
∞∞∞∞∞
ค่าตัวพระเอกไม่แพงหรอกค่ะ แต่น้องแค่มาช้าค่ะพี่ๆ
กดหัวใจ คอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆ น้า!
นิยายเรื่องนี้มีอี บุ๊คแล้วน้าาา ไปตำได้ที่พี่ MEB จ้า