บทที่ 2 - ความฉลาดของพวกเขาทำให้ฉันดูแย่ [4]

1530 Words
∞∞∞∞∞ "..." เกิดเสียงดังแซ็งแซ่จากเพื่อนร่วมห้องที่ต่างพากันมองหน้าฉันและหันไปพูดคุยซุบซิบกับคู่นั่งของตัวเอง ซึ่งมันเป็นภาพที่ฉันชินชาไปแล้วเพราะนี่ไม่ใช่การเรียกไปพบที่ห้องพักครูเป็นครั้งแรกเสียหน่อย "เงียบๆ หน่อย ครูจะบอกคะแนนคนอื่นต่อ" เสียงของเพื่อนๆ เงียบหายไปทันทีก่อนที่อาจารย์จะเหลือบตามองไปยังหลังห้องเรียนอีกครั้ง แววตาที่มองฉันคาดโทษเมื่อกี้กลับกลายเป็นแววตาแห่งความภูมิใจไม่น้อยเมื่อเขาต้องเรียกชื่อของคนถัดไปจากเลขที่ของฉัน "โอบกอด...ได้สิบคะแนนเต็ม" "วู้ววว~" เกิดเสียงปรบมือดังไปทั้งห้องโอบกอดเพียงแค่ยกยิ้มบางๆ เท่านั้นในขณะที่ฉันนั้นแอบเบะปากใส่เขาเพราะเกิดความหมั่นไส้ล้วนๆ เอาดีๆ ก็คืออิจฉามันด้วยแหละแต่ก็เป็นความอิจฉาที่ฉันไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่านี้ได้แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าโอบกอดนั้นเกิดมาหัวดี เรียนเก่งในขณะที่ฉันนั้นไม่ได้หัวดีอะไรเลย นอกเสียงจากหน้าตาเท่านั้นที่ดี -_- ส่วนผลการเรียนของฉันก็เรียกได้ว่าเส้นยาแดงผ่าแปดทุกครั้งแต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ได้ฉิวเฉียดแต่อาจจะเรียกว่าสอบไม่ผ่านเลยก็ได้ไม่อย่างนั้นครูไม่เรียกฉันไปพบเป็นการส่วนตัวหรอกแต่ก็อย่างที่บอกว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นเสียหน่อย ปีไหนที่โอบกอดอยู่คนละห้องกับฉันอย่างน้อยปีนั้นฉันก็ไม่ต้องทนฟังเสียงเปรียบเทียบต่างๆ นานาระหว่างฉันกับเขาแต่ทว่าปีไหนที่โอบกอดเรียนห้องเรียนเดียวกับฉัน ปีนั้นฉันก็ต้องทนแบกรับความกดดันหนักหน่อยเหมือนอย่างตอนนี้นี่แหละ บางครั้งฉันก็อยากจะถามแม่เหมือนกันนะว่าที่หัวฉันไม่ค่อยดีนั้นก็อาจจะเป็นเพราะว่าตอนอยู่ในท้องแม่โอบกอดมันแย่งสารอาหารจากฉันไปหมดเลยหรือเปล่าหัวสมองฉันถึงมีอยู่เพียงน้อยนิดแค่นี้! เห็นทีต้องกลับไปถามแม่ให้รู้เรื่องหน่อยแล้วว่าทำไมตอนที่แม่ท้องถึงได้ลำเอียงแบ่งไส้เดินสายอาหารไม่เท่ากัน! แม่อาจจะลำเลียงอาหารให้โอบกอดมากกว่าหรือไม่ก็เป็นเขานั่นแหละที่บีบเส้นสายอาหารของฉันทำให้ฉันรับสารอาหารไม่เต็มที่และกลายเป็นคนสมองน้อย! ในขณะที่โอบกอดนั้นดูดสารอาหารไปและความฉลาดของโอบกอดทำให้ฉันดูแย่!! -*- "ติณณ์..." คุณครูเรียกเจ้าของชื่อลำดับถัดมาจากโอบกอด เสียงปรบมือเมื่อกี้หายไปเพื่อรอฟังคะแนนของตุ้ยนุ้ยและไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าคำที่คุณครูจะพูดออกมานั้นมันคืออะไร "ได้คะแนนสิบเต็มเหมือนกัน" "วู้วววว~" เสียงโห่จากเพื่อนๆ ร้องดังทั่วห้องอีกครั้งราวกับว่าพวกเขาเป็นคนที่ได้คะแนนเต็มเสียเองในขณะที่ฉันนั้นได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะความเซ็ง นอกจากโอบกอดที่ทำให้ฉันดูแย่แล้ว ตุ้ยนุ้ยก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำให้ฉันดูแย่เช่นกัน… พวกคนฉลาดทำให้ฉันดูแย่! U.U ∞ @ห้องพักอาจารย์... "ครูจะทำยังไงกับคะแนนของเธอดีเนี่ยอิ่มอุ่น? " ทันทีที่อาจารย์ประจำวิชาคณิตเห็นหน้าฉันเดินเข้ามาในห้องพักครูเขาก็เปิดประเด็นถามด้วยน้ำเสียงและสายตาเอือมระอาด้วยทันที อีกทั้งยังโบกกระดาษข้อสอบที่มีปากกาสีแดงวงคะแนนอันน้อยนิดของฉันเอาไว้นั้นทำให้ฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตาพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน ทั้งๆ ที่ปกติแล้วนั้นฉันเป็นคนที่สู้คนไม่ถอยเลยนะ แต่พอมีเรื่องของคะแนนเข้ามาเกี่ยวข้องก็ทำให้ฉันนั้นได้แต่เงียบเหมือนคนไม่พกปากมาอย่างนี้นี่แหละ จะก้าวร้าวก็ต้องดูด้วยว่าคะแนนของฉันมันเหลือเท่าไหร่ ลำพังแค่ถอนหายใจทิ้งต่อหน้าครูแกฉันยังกลัวเลยว่าคะแนนอันน้อยนิดนั้นมันจะปลิวหายไปได้ง่ายๆ หากฉันทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับคุณครูท่านนี้ที่เป็นคนกุมคะแนนของฉันเอาไว้ "ครั้งหน้าหนูจะตั้งใจทำให้มากกว่านี้อีกค่ะ" ประโยคเดิมๆ ก็ถูกพูดออกมาจากปากฉันเช่นกันก่อนที่จะได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่มาจากคนตรงหน้าในขณะที่คุณครูคนอื่นๆ ก็ลอบมองฉันเป็นระยะแต่ดูจากสายตาแล้วแต่ละคนก็คงเอือมระอาฉันน่าดูเช่นกัน ก็แหม...แต่ละคนก็เคยเรียกฉันไปคุยกันถ้วนหน้าทั้งนั้นแหละค่ะ! "เกิดเป็นแฝดกันแท้ๆ แต่ทำไมเธอถึงไม่เหมือนโอบกอดบ้างนะ รายนั้นน่ะเขาได้ท็อปทุกวิชาเลย" "..." ถ้อยคำเปรียบเทียบที่ฉันได้ยินเป็นประจำเริ่มทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจ ยิ่งสายตาของอาจารย์ประจำวิชาคณิตมองฉันด้วยแววตาดูแคลนก็ยิ่งทำให้ความไม่พอใจก่อตัวขึ้นทีละนิดแต่ก็พยายามอดทนเอาไว้ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงถอนหายใจจากคุณครูอีกครั้ง "ครูเป็นห่วงคะแนนเธอนะอิ่มอุ่น ไม่ใช่แค่วิชาครูหรอกที่เธอทำคะแนนได้น้อย นอกจากวิชาศิลปะแล้วคะแนนวิชาอื่นๆ ของเธอเรียกได้ว่าพอผ่านเท่านั้น มันไม่ได้ดีเลยนะแล้วอย่างนี้เธอจะเอาความรู้ที่ไหนไปสอบวัดผลล่ะ? " "..." "รู้ใช่ไหมว่าคะแนนสอบวัดผลมันชี้เป็นชี้ตายอนาคตเธอได้เลยนะ? มหาลัยดีๆ เขาก็ต้องการคะแนนสอบวัดผลสูงๆ กันทั้งนั้นแหละ" "..." ฉันเผลอกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อถูกสร้างแรงกดดันด้วยการหยิบยกเรื่องมหาลัยขึ้นมาพูด เรื่องนี้ฉันเองก็รู้ตัวอยู่หรอกว่าคะแนนวัดผลนั้นมันได้กลายเป็นตัวบ่งชี้วัดความฉลาดของคนเราไปแล้ว คุณครูยังคงพูดบั่นทอนกำลังใจฉันต่อไปโดยไม่สนใจเลยว่าฉันในตอนนี้จะรู้สึกยังไง มือที่จากตอนแรกเพียงแค่กอบกุมไว้เท่านั้นมาตอนนี้ฉันเผลอจิกหลังมือตัวเองระงับความอึดอัดและกดดันที่เกิดขึ้น ฉันไม่ชอบความอึดอัดและความกดดันสักนิด... "ครูเองก็จนปัญญาจะสอนเธอให้เข้าใจวิชาพวกนี้ได้แล้วจริงๆ เพราะดูเหมือนว่าครูจะสอนไปกี่รอบๆ เธอก็ไม่เข้าใจสักที" ฉันกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บไปหมด พยายามก้มหน้าหลบซ่อนสายตาไม่พอใจของตัวเองเอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คุณครูมองเห็นแต่ทว่าจังหวะนั้นเองจู่ๆ เสียงของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความอึดอัดที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับอาจารย์ "ก็ในเมื่อครูบอกว่าไม่สามารถสอนให้เข้าใจ ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นคนสอนอิ่มอุ่นเอง" "...!" ขวับ! ด้วยความตกใจกับน้ำเสียงและคำพูดนั้นทำให้ฉันรีบหันกลับไปมองทางด้านหลังของตัวเองทันทีก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ฉันในตอนนี้ก็คือใครก็พานทำให้หัวใจของฉันนั้นเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก! "พูดอะไรบ้าๆ ของเธอน่ะติณณ์! เธอจะเอาเวลาที่ไหนไปสอนอิ่มอุ่น อีกไม่กี่สัปดาห์ก็ต้องลงแข่งคณิตโอลิมปิกแล้วนะ" "ถ้าอย่างนั้นผมขอถอนตัวออกจากการแข่งครั้งนี้" ตุ้ยนุ้ยพูดด้วยท่าทีนิ่งเฉยไม่แสดงอาการทุกข์ร้อนใดๆ แม้แต่นิดต่างจากอาจารย์ประจำวิชาที่เริ่มจะนั่งไม่ติดเมื่อได้ยินเขาพูดอย่างนั้น "จะบ้าเหรอ! จะมาถอนตัวได้ยังไง! เราเสียเวลาฝึกซ้อมกันตั้งหลายเดือนแล้วนะ!" "การแข่งครั้งนี้มีแค่ไอ้โอบคนเดียวผมว่ามันก็เพียงพอที่จะสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนได้แล้วนะครับ อีกอย่างปีนี้ผมก็ไม่ได้อยากลงแข่งเลย" ฉันหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ กันด้วยความตกใจไม่หาย ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาทั้งนั้นแต่ทว่าสายตากลับแน่วแน่มั่นคงคล้ายกับว่าเขาไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจในคำพูดของตัวเอง โอ้โห้ ฉันนี่อยากจะยกนิ้วโป้งให้กับความแน่วแน่ของเขาเสียเหลือเกินค่ะ! "เพราะอะไร? ทำไมถึงไม่อยากลงแข่งครูขอเหตุผลจากเธอหน่อย" "เพราะผมต้องเริ่มติวหนังสือให้กับอิ่มอุ่นตั้งแต่ตอนนี้ไงครับ? เธอจะได้มีคะแนนที่ดีกว่านี้แล้วไม่ต้องมายืนให้ครูต่อว่าเปรียบเทียบกับไอ้โอบมันอย่างนี้อีก" "...!" ∞∞∞∞∞ ค่าตัวพระเอกไม่แพงหรอกค่ะ แต่น้องแค่มาช้าค่ะพี่ๆ กดหัวใจ คอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆ น้า! นิยายเรื่องนี้มีอี บุ๊คแล้วน้าาา ไปตำได้ที่พี่ MEB จ้า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD