เมื่อพูดจบแล้วผมก็เลือกที่จะเดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่คิดที่จะรอให้เธอถามหรือวิ่งตามอะไรอีก ความคิดของผมความรู้สึกของผม ผมไม่ต้องการให้ใครมาคาดเดาอะไรทั้งนั้น การที่จะต้องมาตอบคำถามอะไรแบบนี้สำหรับผมแล้วผมรู้สึกว่ามันก้าวก่ายกันเกินไป ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย
จะหาว่าผมขวางโลกหรือใจร้ายอะไรก็แล้วแต่เพราะผมไม่สนใจหรอก ทั้งชีวิตผมแคร์อยู่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละ
"..."
ทันทีที่แยกจากดาวโรงเรียนคนนั้นผมก็เดินมายังห้องสมุดก่อนจะกวาดตามองรอบๆ บริเวณเพื่อหาคนที่บอกว่ารออยู่ที่นี่แต่ทว่าผมก็ต้องหยุดเดินกะทันหันเมื่อเห็นว่าอิ่มอุ่นนั้นกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่หน้ากล้องโทรศัพท์ตัวเองกับซันชายน์
ท่าทางการลิปซิงค์ต่อปากต่อคำของสองเพื่อนรักแบบเป๊ะปังราวกับท่องจำมาอย่างดีทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่า ‘ดาวติ๊กต๊อก’ ที่มีคนติดตามหลักแสนอย่างอิ่มอุ่นนั้นกำลังอัดคลิปอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ ผมจึงเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนั้นรอให้อิ่มอุ่นอัดคลิปให้เสร็จก่อนเพราะไม่อยากขัดจังหวะของเธอ
แต่ทว่าสายตาของอิ่มอุ่นในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์หลังอัดคลิปเสร็จก็เหลือบมองเห็นผมที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงหน้าเธอสักเท่าไหร่พอดีก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายโบกมือเรียกผมด้วยรอยยิ้มกว้างอารมณ์ดีออกมาในขณะที่ผมนั้นยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับตัวไปไหน
จู่ๆ หัวใจที่เคยเต้นในอัตราคงที่ก็เริ่มคันยุบยิบๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
มัน...ผ่านมากี่ปีแล้ววะที่ผมไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของเธอที่มีต่อผมถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะไม่ต่างจากคนแปลกหน้าของเธอก็ตาม...
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาผมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของอิ่มอุ่นมาตลอดราวกับว่าเธอคือสิ่งที่ผมไม่สามารถละสายตาไปไหนได้ถ้าหากเธออยู่ในรัศมีสายตาของผมและผมรู้ว่าความจริงแล้วเธอไม่ใช่คนยิ้มยากอะไรเลยออกจะเป็นคนอารมณ์ดีซะด้วยซ้ำ
ถ้าหากสนิทกับเธอก็จะรู้ว่านิสัยของเธอไม่ได้หยิ่งเหมือนหน้าตา จากที่สังเกตนิสัยของอิ่มอุ่นมานานหลายปีทำให้ผมรู้ว่าพื้นฐานของเธอนั้นดูเป็นคนอ๊องๆ เด๋อๆ เพียงแต่ว่าการกระทำพวกนั้นของเธอผมยังไม่เคยสัมผัสโดยตรงเลยสักครั้ง…
ผมเห็นนิสัยพวกนั้นของเธอผ่านไอ้โอบ ผ่านซันชายน์และผ่านครอบครัวของเธอเท่านั้นในบางครั้งที่ผมไปบ้านของไอ้โอบและเห็นมุมชีวิตนั้นของเธอส่วนสาเหตุที่ผมไม่เคยได้สัมผัสนิสัยของเธอโดยตรงกับตัวแม่งก็ง่ายมากก็คือผมยังไม่เคยอยู่ในจุดที่เรียกว่าคนสนิทสำหรับคนอย่างเธอ
ตอนนี้ผมเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับเธอเท่านั้นแม้ว่าเราจะเรียนอยู่ห้องเดียวกันมาถึงสิบห้าปีแล้วก็ตาม แต่ในอนาคต...ผมไม่ยอมเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับเธอหรอกครับ
"รอนานไหม? "
ผมเป็นคนเปิดประเด็นถามอิ่มอุ่นแต่คนที่ตอบกลับมาคือซันชายน์
"ไม่นานเลยค่า"
เอาจริงๆ นะตอนนี้ผมโคตรอยากจะดีดซันชายน์ให้ออกไปจากรัศมีสายตาของผมเลยจริงๆ แม่งจะมาเป็นก้างขวางคอทำไมวะ? คนเขากำลังจะตีสนิทกัน...แม่ง
แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายผมก็ได้แต่ฮึมฮัมภายในใจเท่านั้นเพราะในความเป็นจริงแล้วนั้นสีหน้าของผมที่แสดงออกก็เป็นสีหน้าเรียบเฉยเท่านั้นก่อนจะถามเสียงนิ่งพร้อมกับทิ้งตัวนั่งตรงข้ามกับอิ่มอุ่นที่นั่งติดกับซันชายน์
"งั้นเริ่มติวกันเลยไหม? "
"เริ่มเลยเหรอ? "
"อืม หกโมงเย็นห้องสมุดก็ปิดแล้ว เราจะรีบสอนเธอให้เข้าใจง่ายและรวบรัดที่สุด"
ตอนนี้เวลาเกือบสี่โมงเย็น ผมมีเวลาติวให้กับอิ่มอุ่นแค่สองชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น
ผมรู้ว่าเราจะไม่ได้ติวกันแค่วันนี้วันเดียวหรอก ผมจะลากยาวเธอให้มาติวด้วยกันทุกวันจนกว่าจะถึงวันสอบแอดมิชชั่นนั่นแหละซึ่งมันอีกหลายสัปดาห์เลยล่ะ
ช่วงระยะเวลานี้ผมพยายามจะสอนให้เธอเข้าใจบทเรียนที่สำคัญๆ มากที่สุดและจะช่วยเธอเอาคะแนนสอบฟาดหน้าครูประจำวิชาคณิตด้วยที่บังอาจมาต่อว่าอิ่มอุ่น
นี่ผมโกรธแทนเธอจริงๆ นะเนี่ย -*-
ส่วนอีกประเด็นก็คือ...ผมจะใช้ช่วงเวลานี้เข้าหาเธออย่างแนบเนียนในฐานะเพื่อนนี่แหละ
"เอาล่ะ มาลองดูพื้นฐานความรู้ของเธอหน่อย"