∞∞∞∞∞
- อิ่มอุ่น -
'ต่อจากนี้ไปเรากับตุ้ยนุ้ยขาดกัน!!'
ถ้อยคำที่แสดงออกถึงความเอาแต่ใจและบ่งบอกว่าเป็นเด็กน้อยนิสัยไม่ดีมากแค่ไหนของเด็กผู้หญิงผมเปียคนนั้นส่งผลทำให้เธอคนนั้นเติบโตกลายเป็นฉันคนนี้ -_-
ใช่ค่ะ เด็กน้อยผู้แสนวางท่าราวกับนักเลงประจำห้องสมัยอนุบาลและชอบกลั่นแกล้งแย่งขนมของไอ้เด็กตุ้ยนุ้ยคนนั้นก็คือฉันเอง อิสซะมี! -_-v
ถ้อยคำตัวอักษรเอียงๆ ที่เกริ่นไปให้ดูเหมือนประโยคสำคัญเมื่อกี้นั้นมันก็คือถ้อยคำที่ฉันจำได้ไม่มีวันลืมแม้ว่าตอนนั้นตัวเองจะอายุเพียงแค่หกขวบก็ตามซึ่งเป็นถ้อยคำที่ฉันพูดทิ้งท้ายใส่หน้าไอ้เด็กตุ้ยนุ้ยคนนั้นเอาไว้ก่อนจะปิดเทอมวันสุดท้ายของชั้นอนุบาลสาม
มันเป็นถ้อยคำที่แสดงออกถึงการตัดขาดจากความเป็นเพื่อนที่ตอนนั้นฉันพูดออกไปด้วยความมั่นใจระดับสิบว่าไอ้เด็กตุ้ยนุ้ยคนนั้นต้องอยากเป็นเพื่อนกับฉันแน่ๆ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วเขาอาจจะไม่ได้คิดอย่างนั้นก็ตาม
ฉันล่ะอยากจะถามตัวเองในวันวานเหลือเกินว่าเธอไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน!//บีบไหล่เขย่าตัว
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะหลังจากที่ฉันพูดประโยคกร้าวใจที่ค่อนข้างก้าวร้าวนั้นออกไปแล้วเราก็ควรตัดขาดกันจริงๆ นั่นแหละ แต่สุดท้ายแล้วใครจะไปคิดล่ะว่าทุกวันนี้ไอ้เด็กตุ้ยนุ้ยคนนั้นจะยังเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับฉันมิหนำซ้ำเรายังเรียนอยู่ห้องเดียวกันมาตลอดราวกับถูกกลั่นแกล้งและตอนนี้เราก็กำลังจะจบ ม.หกแล้ว!
มันเป็นเรื่องที่บ้ามาก! บ้าตั้งแต่ที่ฉันประกาศว่าเราขาดกันในตอนที่เรียนอยู่ อ.สามแต่ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงประสบพบพานกับเด็กชายแก้มยุ้ยตุ้ยนุ้ยคนนั้นอยู่ทุกวี่ทุกวัน -_-
ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ตอนที่ฉันอยู่ อ.สามนั้นฉันจะไม่ตะโกนถ้อยคำน่าอายนั่นออกมาเลย! เป็นเพราะถ้อยคำนั้นที่ทำให้ดูแย่! แกทำให้ฉันดูแย่! U.U
ฉันในวัยเพียงหกขวบคิดเองเออเองว่าเขาต้องอยากเป็นเพื่อนกับตัวจี๊ดเปรี้ยวเข็ดฟันอย่างฉันแน่นอนแต่นั่นมันก็แค่ความคิดของเด็กหลงตัวเองเท่านั้นซึ่งอยากจะบอกว่าอย่าไปถือสาฉันในวันวานเลย ถือว่าขอร้อง//ยกมือไหว้ท่วมหัว
แม้ว่าเราจะเห็นหน้าคร่าตากันตั้งแต่อายุสี่ขวบจนตอนนี้อายุสิบแปดปีแล้วแต่ฉันกับตุ้ยนุ้ยก็ไม่ได้สนิทกันหรอกนะ! เรียกได้ว่าก็แค่เพื่อนร่วมห้อง (ที่ยาวนาน) กันก็แค่นั้น!
"อิอุ่น มึงดูนั่นดิมีคนมาสารภาพรักติณณ์อีกแล้ว แหมะ พ่อหนุ่มหน้ามนคนนี้มันฮอตจริงๆ!"
น้ำเสียงจีบปากจีบคอของเพื่อนสาวตุ๊ดหัวโปกนามว่าซันชายน์ผู้ซึ่งมีผมหน้าม้าหร็อมแหร็มให้เพียงพอต่อการหวีเท่านั้นกำลังพยักพเยิดหน้าไปยังสนามบอลกลางโรงเรียนซึ่งตอนนี้มีสาวสวยดีกรีดาวโรงเรียนกำลังยืนอยู่กับหนุ่มหล่อเดือนโรงเรียนท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ ที่กำลังเตะบอลกันอยู่รวมถึงประชากรคนอื่นๆ ในโรงเรียนที่ต่างมุงดูให้ความสนใจกับคู่ดาวเดือนคู่นี้
เสียงโห่แซวดังไปทั่วบริเวณและด้วยระยะห่างที่ฉันกำลังนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้กับซันชายน์และระยะห่างที่สองคนนั้นยืนทำให้ฉันไม่ได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกันอยู่แต่ดูจากท่าทีเขินบิดจนตัวม้วนของแม่ดาวโรงเรียนที่กำลังยื่นกล่องอะไรสักอย่างคล้ายกับกล่องช็อกโกแลตให้กับพ่อเดือนโรงเรียนแล้วนั้นคงจะไม่พ้นการสารภาพความในใจแน่นอนและภาพแบบนี้มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันจะเห็นว่าตุ้ยนุ้ยถูกผู้หญิงสารภาพรัก
ตั้งแต่ที่ฉันจำได้ก็น่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนประถมเลยล่ะมั้งที่ฉันเห็นว่ามีผู้หญิงเข้าหาเขาไม่หยุดเลย แต่ฉันก็ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมถึงมีแต่คนมาสารภาพรักกับตุ้ยนุ้ยตั้งแต่เขายังเด็กแม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่อวบอ้วนจ้ำม่ำแต่ที่ยังมีคนเข้าหาเขานั่นก็เป็นเพราะว่าเบ้าหน้าที่พระเจ้าลำเอียงยังไงล่ะ!
เรียกได้ว่าลูกรักพระเจ้าเลยเถอะค่ะ! แก้มอวบอ้วนที่แดงปลั่งมีเลือดฝาดและร่างกายป้อมๆ กลมๆ ของเขานั้นทำให้ใครที่เห็นต่างก็เอ็นดูกันทั้งนั้น ยิ่งเขาโตขึ้นมาร่างกายของตุ้ยนุ้ยก็ค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยอ้วนก็กลายเป็นเริ่มผอมลง เริ่มมีกล้ามเนื้อแทนไขมันมากขึ้นและนั่นก็ทำให้เค้าโครงใบหน้าเริ่มฉายชัดแสดงออกถึงความหล่อเหล่า
ฉันกล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าในชีวิตของฉันนั้นมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ฉันมองว่าเขาหล่อและหน้าตาดีที่สุด! คนที่หนึ่งคือพ่อขุนของฉันเอง คนที่สองก็คือพี่ชายฝาแฝดของฉันที่ชื่อว่าโอบกอดและคนที่สามก็คือตุ้ยนุ้ยนี่แหละ!
และแน่นอนว่าในเมื่อพี่ชายฝาแฝดฉันหน้าตาดีมาก แล้วคนที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะอย่างฉันคนนี้นั้นก็ต้องหน้าตาดีไม่ต่างกัน! โฮะๆๆ//หัวเราะปิดปาก
แต่ทว่าหัวสมองที่พระเจ้าให้มานั้นกลับลำเอียงเช่นกัน…U.U
โอบกอดกับติณณ์พวกเขาสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันและคะแนนสอบของทั้งสองคนนั้นก็เป็นระดับท็อปๆ ของโรงเรียนในขณะที่ฉันนั้นเรียกได้ว่า...เอิ่ม ร่อแร่เต็มทนจ้ะ! อย่าได้พูดเลยเพราะถ้าพูดแล้วเดี๋ยวฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน U.U
∞∞∞∞∞
เรื่องนี้มันมีเ****นงำนะคะพี่ๆฃ
#นิยายเรื่องนี้มีอี บุ๊คค่ะสามารถตามไปอ่านกันได้น้าาา