บทที่ 2 - ความฉลาดของพวกเขาทำให้ฉันดูแย่ [3]

1281 Words
∞∞∞∞∞ คาบบ่าย… "เอาล่ะ นั่งที่ครับเด็กๆ วันนี้ครูจะมาบอกคะแนนสอบของครั้งที่แล้วนะครับ" ขวับ! "O_O" ฉันที่กำลังฟุบหน้ากับท่อนแขนไปกับโต๊ะและอยู่ในอาการง่วงงุนถึงกับเงยหน้าขึ้นมองคุณครูด้วยแววตาตื่นตาใสขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินอาจารย์ประจำวิชาคณิตกำลังจะบอกคะแนนสอบของครั้งที่แล้ว! เดี๋ยวดิ้! ฉันยังไม่พร้อมรับฟังคะแนนสอบอันร่อแร่ของตัวเองเลยนะ! "เห้ย เพิ่งสอบไปเมื่อสองวันก่อนเองนะครูเขาตรวจไวขนาดนั้นเลยเหรอวะ? " ฉันหันไปเขย่าตัวซันชายน์คร่ำครวญกับมันพร้อมทั้งเตรียมผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาเอาไว้รับความชอกช้ำที่ใกล้จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้และในระหว่างที่ฉันกำลังร้อนอกร้อนใจคุยกับซันชายอยู่นั้น จู่ๆ สายตาคมกริบของอาจารย์ประจำวิชาก็มองตรงมายังฉัน นั่นทำให้ฉันยิ่งรู้สึกร้อนวูบวาบคล้ายกับไฟไหม้หลังเพราะคิดว่าถูกเพ่งเล็งเข้าแล้วแต่เมื่ออาจารย์พูดขึ้นมาฉันถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้มองฉันอยู่ "เพื่อนโต๊ะแถวหลังสุดสองคนนั้นยังไม่มาอีกเหรอครับ? " โต๊ะแถวหลังสุดที่อาจารย์พูดถึงนั้นไม่ใช่โต๊ะใครที่ไหนนอกจาก... "ขอโทษครับ พวกผมไปเข้าห้องน้ำมา" น้ำเสียงเรียบนิ่งและใบหน้าที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ของโอบกอดที่เดินมาถึงหน้าห้องพอดีเป็นคนพูดก่อนจะดึงความสนใจจากทุกคนในห้องให้มองไปยังเขาเป็นจุดเดียวซึ่งฉันเองก็เช่นกัน แต่สายตาเจ้ากรรมของฉันดันมองเลยไปยังด้านหลังของโอบกอดก็เห็นว่าตุ้ยนุ้ยนั้นมาพร้อมกับเขา ทั้งสองคนมีใบหน้าชื้นน้ำที่มองยังไงก็ดูออกว่าผ่านการล้างหน้ามาก่อนจะเข้าห้องเรียนและเสื้อนักเรียนที่เปียกเหงื่อเพราะเกิดจากการเตะบอลเมื่อตอนพักกลางวันมันทำให้ทั้งคู่เกิดประกายออร่าความหล่อพุ่งกระแทกเบ้าตาของคนในห้องอย่างแรงโดยเฉพาะพวกผู้หญิง! ถ้าหากดวงตาของพวกเธอมันสามารถเปลี่ยนเป็นรูปหัวใจได้คุณก็คงจะได้เห็นมันไปแล้ว -_- แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันกลับมองว่าทั้งโอบกอดและตุ้ยนุ้ยนั้นมีความหล่อที่ฟุ่มเฟือยเกินไป คนอะไรหล่อกันจริงหล่อกันจัง หล่อแบบความโป๊ะเป็นศูนย์ หล่อแบบไม่จกตาโดยเฉพาะ...พ่อตุ้ยนุ้ยคนนั้น -.,- "เข้ามานั่งที่ได้แล้ว ครูกำลังจะบอกคะแนนสอบ" "ครับ" ทั้งสองคนขานรับเสียงนิ่งพอๆ กันจนบางครั้งฉันก็สงสัยนะว่าถ้าหากสองคนนี้อยู่ด้วยกันตามลำพังแล้วพวกเขาจะคุยกันเรื่องอะไร เพราะนิสัยของโอบกอดนั้นเป็นคนนิ่งๆ อยู่แล้วทั้งยังพูดน้อยส่วนตุ้ยนุ้ยนั้นเขาก็เป็นคนนิ่งๆ เหมือนกันแต่ความนิ่งของสองคนนี้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด อย่างโอบกอดจะนิ่งแบบที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นต่างจากตุ้ยนุ้ยที่เขาดูนิ่งแบบเฉยชาไม่ค่อยสนใจอะไรสักเท่าไหร่แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าเขานั้นดูอันตรายเหมือนกันนะ สายตาและสีหน้าของตุ้ยนุ้ยมันเป็นอะไรที่ดูแล้วแบดๆ อย่างบอกไม่ถูก อันนี้ฉันไม่อคตินะแต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ -_- นับวันยิ่งโตก็ยิ่งดูอันตรายยังไงก็ไม่รู้สิ "เหี้ยเอ้ย ทำไมกูไม่ได้หน้าพวกมันมาสักเสี้ยวหนึ่งของความหล่อบ้างวะ? " เพื่อนโต๊ะข้างๆ คู่ถัดไปจากฉันทำให้ฉันรีบดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจะหันไปมองพวกเขาทั้งสองคนที่พูดคุยกันเอง สายตาที่พวกเขามองโอบกอดและตุ้ยนุ้ยนั้นแลเต็มไปด้วยความอิจฉาที่สองคนนั้นเป็นดั่งลูกรักของพระเจ้าที่ประธานเบ้าหน้าหล่อเหล่าให้พวกเขาอย่างลำเอียง ในขณะที่ฉันก็มองสองหนุ่มหล่อเดินเข้ามาภายในห้องโดยที่ตุ้ยนุ้ยนั้นเดินตามหลังของโอบกอดแต่ทว่าสายตาของฉันนั้นกลับสังเกตเห็นว่าเขาเข้าห้องมาด้วยมือเปล่า! เขาไม่ได้ถืออะไรที่ใครบางคนน่าจะให้ของกับเขาตอนที่อยู่สนามบอลมาด้วย! "สรุปว่านังดาวโรงเรียนไม่ได้ไปต่อจ้า" "..." ฉันไม่ได้ตอบอะไรซันชายน์กลับไปเพราะเอาแต่จับจ้องไปตุ้ยนุ้ยที่จับคอเสื้อนักเรียนตัวเองก่อนจะสะบัดไล่ความร้อนสองสามครั้งพร้อมๆ กับเดินกลับมานั่งที่ของเขาที่อยู่ติดกับโต๊ะนั่งของโอบกอด บางครั้งก็อยากจะลองถามตุ้ยนุ้ยดูสักครั้งเหมือนกันนะว่าเขาไม่รู้ตัวเลยเหรอกับการที่เขาสะบัดคอเสื้ออย่างนั้นมันทำให้ความหล่อของเขาฟุ้งกระจายน่ะ! ให้ตายสิ! ทำไมช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าตาตัวเองฝ้าฟางเพราะความหล่อของเขากันนะ! แล้วมีอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ฉันเรียกว่าตุ้ยนุ้ยๆๆ ในสมัยเด็กนั้นมาตอนนี้ถึงได้โตมาอย่างมีคุณภาพคับคั่งจริงๆ! ไม่ว่าจะมองมุมไหนเบ้าหน้านี้มันก็คือเนรมิตมาเพื่อเขาเลยจริงๆ! มันไม่ได้แม้ะ? แล้วอะไรคือการเหลือบตามามองหน้าฉันเพียงนิดด้วยสายตาเรียบเฉยอย่างนั้นล่ะ? คือจะมาทำหน้าหยิ่งใส่กันด้วยความหล่ออย่างนี้มันไม่ได้แล้วแม้ะ? ชักจะหมั่นไส้แล้วสิ! -*- อย่าให้นิสัยเสียชอบกลั่นแกล้งเพราะความหมั่นไส้ของฉันมันออกมานะ! "เอาล่ะ ครูจะบอกคะแนนแล้วนะ คะแนนสอบครั้งที่แล้วเต็มสิบนะครับ" เด็กๆ ทุกคนเริ่มกลับมาสนใจอาจารย์ในขณะที่ฉันนั้นเริ่มกลับมาวิตกกังวลอีกครั้ง เอาจริงๆ ก็วิตกกังวลกับคะแนนสอบของทุกวิชานั่นแหละ เรียกได้ว่าร่อแร่มันทุกวิชาเลยค่ะ! ก็อย่างที่บอกว่าฉันนั้นมันมีดีแค่หน้าตาส่วนสมองนั้น...มิได้นำพามาด้วยจ้า Y.Y เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่สามารถทำใจยอมรับได้แต่ก็ต้องอยู่กับมัน ครั้งหนึ่งแม่พลีสเคยบอกกับฉันว่าฉันนั้นได้นิสัยพ่อขุนมาเต็มๆ ในขณะที่โอบกอดนั้นได้นิสัยแม่มา สิ่งที่แม่กำลังจะสื่อความหมายก็คือ...ฉันอาจจะโง่เหมือนพ่อขุนก็ได้ -_- "อารยาได้เก้า สมโยชน์ได้แปด ชยาภา..." อาจารย์ประจำวิชายังคงไล่เลียงเลขที่บอกคะแนนต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงซันชายน์ที่มีลำดับเลขที่ก่อนฉัน "สมชาย" "ซันชายน์ค่ะอาจารย์~ ได้โปรดเรียกหนูว่าซันชายน์ TT" เพื่อนสาวของฉันถึงกับโอดครวญเมื่อคุณครูเรียกชื่อจริงของนางโดยไม่มีบิดพลิ้วแต่อย่างใดก่อนจะที่เพื่อนๆ ทั้งห้องจะพากันหัวเราะขำเมื่อเห็นใบหน้ากระเง้ากระงอดของซันชายน์ที่มีต่ออาจารย์และเขาก็กำลังกลั้นขำอยู่เช่นกัน "โอเคๆ ซันชายน์ได้แปด" "เยส!" คะแนนระดับนี้สำหรับซันชายน์แล้วก็คงเรียกว่าพอใจได้เลยล่ะเพราะมันก็ถือว่าเป็นคนที่เรียนใช้ได้เลยนะในขณะที่ฉันนั้น...เอิ่ม...ละเว้นเอาไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วนะจ้ะ U.U "ส่วนอิ่มอุ่น...ไปพบครูที่ห้องพักด้วย" ∞∞∞∞∞ #นิยายเรื่องนี้มีอี บุ๊คนะคะพี่ๆ สามารถไปติดตามอ่านกันได้ที่ MEB น้า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD