บทที่ 4 - ขอบคุณเดย์ [1]

1686 Words
- อิ่มอุ่น - สองอาทิตย์ผ่านไปสำหรับการติวหนังสือโดยที่มีตุ้ยนุ้ยเป็นคนสอนและฉันยอมรับเขาจากใจเลยว่าตุ้ยนุ้ยนั้นใจเย็นกับคนอย่างฉันได้มากที่สุดแล้วจริงๆ! คนอะไร๊! ใจเย็นอย่างกับเกิดมาเป็นน้ำแข็ง โธ่ถัง… แล้วอีกอย่างคือเขาจับจุดสังเกตเห็นว่าฉันนั้นเป็นคนสมาธิสั้นและสามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ไม่เกินสิบนาทีเท่านั้น และช่วงเวลาสิบนาทีที่ฉันยังมีสมาธิอยู่ตุ้ยนุ้ยจะสอนฉันในช่วงเวลานั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มสมาธิหลุดออกไปเขาจะให้ฉันพักเบรกประมาณห้านาทีและจะกลับมาเริ่มติวใหม่ในช่วงเวลาที่สมาธิของฉันยังอยู่ในลิมิตสิบนาที ให้ตายเถอะพี่จี้! เขาสังเกตฉันได้ดีอะไรขนาดนี้เนี่ย! แล้วอยากเขาชมฉันด้วยนะ! เขาชมว่าฉันน่ะหัวไวเพียงแต่สมาธิสั้นแค่นั้นเอง! อ่ะ ก็ทุ่มเทกันซะขนาดนี้จะไม่ให้ฉันยอมรับเขาได้ยังไงกันล่ะว่าเขาน่ะเก่งที่สามารถเปลี่ยนคนที่ไม่มีอะไรในหัวของฉันเลยให้กลายเป็นคนที่มีความรู้ประดับหัวสมองโอ้อวดคนอื่นได้อย่างไม่ต้องน้อยหน้าใครแล้วนะจ้ะ! ล่าสุดเมื่อกี้คะแนนสอบของวิชาคณิตศาสตร์นั้นฉันได้เก้าคะแนนเต็มสิบเชียวนะ! ทำเอาครูประจำวิชาคณิตถึงกับเหวอแดกไปเลยนะคะน้อนๆ! "มึงหุบยิ้มบ้างเหอะอิอุ่น กูหลอนไปหมดแล้วนะเนี่ยเล่นยิ้มคนเดียวมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ!" "จิ้! ให้กูได้ซึมซับคะแนนหน่อยไม่ได้หรือไง? มึงก็รู้ว่ากูเพิ่งจะเคยสอบแล้วได้คะแนนเยอะมากขนาดนี้เป็นครั้งแรก กูก็ต้องเก็บฟีลนี้ไว้หน่อยไหมล่ะ!" "แหม~ สงสัยต้องยกความดีความชอบให้กับตุ้ยนุ้ยของมึงแล้วล่ะมั้งเนี่ย? ไม่คิดจะตอบแทนเขาหน่อยหรือไง? เขาอุตส่าห์ติวให้มึงตั้งสองอาทิตย์เชียวนะแถมยังทำให้มึงได้คะแนนเยอะด้วย" ซันชายน์เหล่ตามองตุ้ยนุ้ยที่เงยหน้าขึ้นมองสบตากับฉันพอดีก่อนที่ฉันจะกะพริบตาปริบๆ ใส่เขาด้วยแววตาเป็นประกายที่ช่วงนี้มักจะทำบ่อยๆ กับเขาเมื่อรู้สึกว่าเราสนิทกับขึ้นมาอีกนิ๊ดนึง! แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นนะ! (_ _;) "ตุ้ยนุ้ยอยากได้ของตอบแทนอะไรไหมเราจะพยายามหามาให้เธอ" "ไม่เอา" "ง่ะ ถ้าอย่างนั้นกินข้าวไหม? เราเลี้ยงข้าวตุ้ยนุ้ยได้นะ?" "..." เพราะตุ้ยนุ้ยปฏิเสธน้ำใจของฉันที่อยากจะตอบแทนเขาเรื่องที่เสียเวลามาติวหนังสือให้กันถึงสองอาทิตย์แต่ทว่าสิ่งที่ฉันได้ยินกลับเป็นเสียงถอนหายใจจากคนตรงหน้าที่เคาะปากกาลงกลางหน้าผากฉันเบาๆ ก่อนที่เขาจะเหลือบตามองซันชายน์ที่อมยิ้มอรุ่มเจาะใส่ตุ้ยนุ้ยและถ้าฉันไม่ได้รู้สึกไปเองพักนี้สองคนนี้ดูมีลับลมคมในกันแปลกๆ นะเนี่ย -_- หรือมีอะไรบางอย่างที่ฉันยังไม่รู้อย่างนั้นเหรอ? อะไรกันอะ? -*- "สองคนนี้ชักจะแปลกๆ แล้วนะ แอบแซ่บกันเหรอ?" เพี้ยะ! "โอ๊ย! เจ็บนะเนี่ย! เจ็บนะเนี่ย!" ครั้งนี้ฉันถึงกับโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บพร้อมกับรีบยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองบริเวณที่ถูกดีดจากฝีมือของตุ้ยนุ้ยที่ถลึงตาใส่ฉันราวกับโกรธเคืองแต่เท่านั้นยังไม่พอเขายังดุฉันด้วย! "คิดอะไรเลอะเทอะ" "เอ้า ก็เห็นส่งสายตาลับลมคมในใส่กันนี่! ก็นึกว่าแอบแซ่บกันอยู่" "ยังไม่หยุด?" "หยุดก็ดั้ยยย~" ฉันรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองมองหน้าตุ้ยนุ้ยที่ตวัดสายตาคมกริบมองหน้าซันชายน์ที่หลุดหัวเราะคิกคักออกมา เริ่มไม่แน่ใจว่าที่หัวเราะนั้นเพราะสะใจที่ฉันกับตุ้ยนุ้ยเถียงกันหรือหัวเราะเพราะมีลับลมคมในกับตุ้ยนุ้ยกันแน่ "แหม ถ้ากลัวนังอุ่นมันเข้าใจผิดก็ยอมรับความจริงไปเลยสิค้าคุณติณณ์~" "ไอ้ซัน...หุบปาก" "อุ้ปส์~" ซันชายน์ยกมือขึ้นปิดปากและเป็นการอุ๊ปส์ที่ดูจากดาวอังคารก็รู้ว่าปลอมมากกกกก! แต่ฉันรู้สึกได้นะว่าสองคนนี้มีลับลมคมในจริงๆ นะ! เอาจริงๆ ก็อยากรู้นะแต่ไม่อยากถาม! เชอะ! "สรุปคือยังไงเนี่ย? กินชาบูไหม?" ฉันวกกลับมาเข้าเรื่องเดิมอีกครั้ง ตุ้ยนุ้ยเองก็ดึงสายตากลับมามองเหมือนเดิม "เธออยากกินไหมล่ะ?" "อยากกินสิ" ถ้าไม่อยากกินฉันไม่เสนอว่าเป็นชาบูหรอก คิคิ~ "อื้ม งั้นไปกินชาบูก็ได้" "แหม ตามใจเก่ง~" น้ำเสียงคลับคล้ายคลับคลาที่ฟังแลดูหยอกล้อแกมแซะของซันชายน์ทำให้ฉันหันไปมองมันที่อมยิ้มมองตุ้ยนุ้ยอีกต่อแต่เขากลับทำหน้านิ่งก้มหน้าอ่านหนังสือไม่ได้สนใจคำหยอกล้อของซันชายน์เลย เนี่ย...ลับลมคมในกันเก่ง! หลังจากตกลงกันเสร็จสรรพพวกเราก็นั่งติวกันไปเรื่อยๆ แม้ว่าจิตใจของฉันจะไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่เพราะอยากกินชาบูมากจนกระทั่งเวลาหกโมงเย็นเราทั้งสามคนก็นั่งแท็กซี่ไปยังห้างชื่อดังใกล้โรงเรียนก่อนจะเดินหน้าตั้งไปยังร้านชาบูที่ฉันมากินบ่อยที่สุด "พวกมึงสั่งไปก่อนนะ กูขอไปเข้าห้องก่อนแป๊บนึง" "อื้อๆ รีบกลับมานะ" ซันชายน์พยักหน้ารับก่อนจะคว้าโทรศัพท์ติดมือไปด้วยปล่อยให้ฉันนั่งอยู่กับตุ้ยนุ้ยสองคนซึ่งตอนนี้ใครๆ ก็ต่างหันมองเขาด้วยความสนใจแม้กระทั่งผู้หญิงในอยู่ชุดมหาลัยโต๊ะข้างๆ ยังเอาแต่หันมองเขาไม่หยุดเลย! "ตุ้ยนุ้ยอยากกินอะไรก็เลือกเลยนะ วันนี้เราเลี้ยงเธอเอง" "อื้ม เธอจะกินกุ้งไหม?" "กินดี้ ติ๊กให้ด้วย เอาหมูสไลด์มาเยอะๆ เลยนะ" "อื้ม" ตุ้ยนุ้ยก้มหน้าติ๊กรายการอาหารโดยที่มีฉันคอยโน้มตัวมองเขาอยู่แต่จู่ๆ คนที่นั่งตรงกันข้ามก็ลุกขึ้นเดินมานั่งฝั่งเดียวกับฉันพร้อมกับเลื่อนรายการอาหารมาอยู่ตรงกลางระหว่างเราสองคนเพื่อให้ฉันมองเห็นง่ายขึ้น "เลือกสิ เราจะเขียนให้เอง" "เอาเห็ดเข็มทอง เอาไข่มาด้วยแล้วก็เอาข้าวโพดอ่อน ที่เหลือตุ้ยนุ้ยเลือกเลย" 'มึง! น้องเขาหล่อมาก! นี่เด็กมัธยมจริงเหรอวะ?' 'นั่นดิ แต่เขามากับแฟนใช่หรือเปล่า?' 'แก! ฉันได้ยินน้องผู้หญิงเรียกว่าน้องผู้ชายว่าตุ้ยนุ้ยด้วยล่ะ ไม่ใช่แฟนจะเรียกสรรพนามกันซะน่ารักขนาดนี้เชียวเหรอ?' ประโยคซุบซิบที่แทบจะไม่ได้เรียกว่าซุบซิบจากผู้หญิงที่แต่งชุดนักศึกษาโต๊ะข้างๆ ทำเอาฉันชะงักนิ่งไปเหมือนกันนะและฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าเผลอเรียกสรรพนามที่ไม่ควรเรียกออกมาในที่สาธารณะจนทำให้คนอื่นเข้าใจเราผิดคิดว่าเป็นแฟนกันไปแล้วทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย…-_- 'น้องผู้ชายดูเทคแคร์แฟนดีนะแก ทั้งหล่อทั้งเอาใจเก่งอย่างนี้ต่อให้เด็กกว่าฉันก็ยอม' 'เดี๋ยวขึ้นมหาลัยก็เลิกกัน เชื่อฉันดิ เจอสังคมใหม่ๆ ใจไม่มั่นคงพอไปกันไม่รอดหรอก' "ตะ...ติณณ์จะย้ายกลับไปนั่งที่เดิมก็ได้นะ" "ติณณ์?" คนถูกเรียกด้วยชื่อเล่นจริงๆ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากกระดาษรายการอาหารก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นมองฉันด้วยสายตาแปลกใจและถ้าฉันมองไม่ผิดฉันรู้สึกเหมือนจะเห็นแววตาไม่พอใจจากเขาด้วยแม้จะเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็ตาม "เอ่อ..." "ถ้าเรียกติณณ์แล้วมันไม่คล่องปากงั้นเธอก็เรียกเราว่าตุ้ยนุ้ยเหมือนเดิมเถอะ" ตุ้ยนุ้ยพูดเสียงนิ่งก่อนจะก้มหน้าลงอ่านรายการอาหารต่อ ทำให้ฉันไม่เห็นว่าเขานั้นกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนต่างกับฉันที่ไม่รู้ว่าควรจะเรียกเขาว่าอะไรดี ถ้าเรียกตุ้ยนุ้ยในที่สาธารณะบางครั้งฉันก็กลัวว่าเขาจะไม่พอใจหรือว่าอายในสิ่งที่ฉันเรียกเขาว่าอย่างนั้น เอาจริงๆ มันก็ไม่ต่างจากคำบูลลี่สักเท่าไหร่หรอกถ้าคนอื่นเขาตีความหมายไปในทางแบบนั้นน่ะ "เธอไม่อายเหรอที่เราเรียกเธอว่าตุ้ยนุ้ยต่อหน้าคนอื่นน่ะ?" สมัยอนุบาลฉันมักจะเรียกเขาว่าตุ้ยนุ้ยมาตลอดและมักจะติดคำเรียกนี้เสมอมา แต่เมื่อไหร่ที่ต้องอยู่ต่อหน้าคนอื่นฉันก็จะเรียกเขาว่าติณณ์นั่นแหละ ทว่าตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่เราทั้งสองคนเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น ได้เห็นมุมต่างๆ ของกันและกันมากขึ้นหรือแม้กระทั่งคุยกันในห้องเรียนมากขึ้น บางครั้งฉันก็เผลอเรียกเขาว่าตุ้ยนุ้ยออกมาแม้ว่าจะอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ตามแต่เขากลับไม่เคยต่อว่าอะไรฉันเลยที่เรียกเขาอย่างนั้น "ไม่ต้องคิดมากหรอก ทุกครั้งที่เธอเรียกเราว่าตุ้ยนุ้ยเราไม่เคยอายใครเลย" "ตุ้ยนุ้ย..." ฉันเผลอเรียกคนที่ยังก้มหน้ามองดูรายการอาหารเสียงแผ่ว หัวใจดวงน้อยๆ ใต้อกข้างซ้ายเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกยุบยิบคันหัวใจที่เพิ่งเคยเกิดเป็นครั้งแรกทำให้ฉันไม่กล้าสบสายตาของตุ้ยนุ้ยก่อนที่คำพูดต่อมาของเขานั้นแทบจะทำให้หัวใจฉันเกือบจะหยุดเต้นไปเลย... "ออกจะชอบด้วยซ้ำ..." "..." "...ที่เธอกลับมาเรียกเราอย่างนั้นเหมือนเมื่อก่อน" ∞∞∞∞∞ ก็คือตุยเย่ไปเลยสิค้าาา!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD