บทที่ 4 - ขอบคุณเดย์ [2]

1176 Words
- ติณณ์ - "เธอ..." "หืม? " ผมละสายตาจากรายการอาหารหันมองอิ่มอุ่นที่เป็นคนเรียกและมองผมด้วยสายตาเลื่อนลอยพร้อมทั้งยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองราวกับเจ็บปวดเสียเต็มประดาแต่ทว่าใบหน้าของเธอนั้นแดงก่ำ "อะไร? เป็นอะไร? " ผมมองอิ่มอุ่นสำรวจเธอที่จู่ๆ ก็ทิ้งหน้าผากพิงหัวไหล่ของผมที่เริ่มใจคอไม่ดีเพราะกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรแต่แล้วเมื่อเธอปริปากพูดออกมากลับเป็นผมเองที่ได้แต่นิ่งอึ้งไปเพราะคำพูดเถรตรงของเธอ "จะ...ใจเต้นแรงเลยเนี่ย~ ฮือออ~" "..." "ตุ้ยนุ้ยทำให้เราใจเต้นแรง! แง่ง! -///- " แม้เธอจะคร่ำครวญพูดไปเรื่อยอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่เธอคงไม่รู้ว่าตอนนี้หัวใจของผมเองนั้นก็กำลังเต้นแรงชิบหายไม่ต่างกัน! ทั้งคำพูด! ทั้งการกระทำของเธอที่กำลังซบไหล่ผมอยู่! ซบไหล่เลยนะเว้ย! ซบไหล่!! แม้จะเป็นแค่การเอาหน้าผากพิงไหล่แต่ผมก็ถือว่าซบอยู่ดีไหม! แล้วไหนจะคำพูดที่บอกว่าใจเต้นแรงนั่นอีก นั่นก็เท่ากับว่าเธอกำลังรู้สึกหวั่นไหวกับผมใช่ไหม? ถือว่าตื่นเต้นเอาเรื่องเลยว่ะกับการตีเนียนเพื่อกลับมาตีสนิทอีกครั้ง! "โอ๊ะโอ~ เหมือนกูจะพลาดอะไรบางอย่างไปหรือเปล่าเอ่ย? " น้ำเสียงกวนตีนของคนที่เพิ่งเดินกลับมาไม่ต้องเดาผมก็รู้ว่าเป็นใครถ้าไม่ใช่ซันชายน์ อิ่มอุ่นเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทของเธอไม่ได้รีบร้อนหรือดีดตัวออกห่างจากผมแต่อย่างใดอีกทั้งแววตาของเธอยังแลดูออดอ้อนเหมือนเด็กน้อยที่อยากจะฟ้องอะไรสักอย่างให้ผู้ใหญ่ฟัง "ฮือ~ อิซัน~ ตุ้ยนุ้ยทำหัวใจกูคันยุบยิบแหละมึง~" "เก็บทรงหน่อยเพื่อน" ซันชายน์ที่ย้ายตัวเองมานั่งตรงกันข้ามอิ่มอุ่นในขณะที่ผมยังนั่งข้างเธอเหมือนเดิมก่อนจะบอกกับเพื่อนสาวของเธอด้วยสายตาดุๆ ต่างจากอิ่มอุ่นที่ยู่ปากใส่เขาเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกระแทกนิดๆ "ก็ด้ะ! -///-" "..." เป็นการก็ได้ที่แม่ง...น่ารักชิบหาย! เป็นการเก็บทรงที่ผมเพิ่งเคยเจอว่าเธอไม่สามารถเก็บงำความรู้สึกของตัวเองได้เลย ต่อให้อิ่มอุ่นทำทีเป็นตีหน้านิ่งแต่ใบหน้าที่แดงระเรื่อยและริมฝีปากของเธอที่ขยับขยุกขยิกคล้ายกับพยายามจะกลั้นยิ้มเอาไว้นั้นมันทำให้ผมรู้ว่าเธอใช้ความอดทนมากแค่ไหน ความมันเขี้ยวที่เกิดขึ้นทำให้ผมอดใจไม่ไหวดึงริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จนอิ่มอุ่นต้องโน้มตัวเข้ามาใกล้เข้าผม ใบหน้าของเราสองคนใกล้กันมากจนผมเห็นขอบคอนเทคเลนส์สีใสที่เธอใส่อยู่ เราสองคนสบตากันภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เสียงกระแอมไอของมารจะขัดขวางจังหวะของผม... "อะ...แฮ่ม! อย่าเยอะค่ะคุณติณณ์ ปล่อยเพื่อนของกูด้วยค่า~" สรรพนามที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สามวันแรกของการติวหนังสือด้วยกันบ่งบอกให้รู้ว่าผมกับซันชายน์ก็มีความสนิทสนมเพิ่มขึ้นเช่นกัน สายตาที่ดูรู้ทันของมันทำให้ผมยอมปล่อยริมฝีปากของอิ่มอุ่นที่รีบยกมือขึ้นจับริมฝีปากของตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ "อ่ะๆๆ ส่งรายการอาหารให้พนักงานได้แล้วค่ะ หิวแล้วค่า" ซันชายน์ตัดบทได้จังหวะพอดีราวกับรู้ว่าถ้าหากให้ผมสองคนจัดการบรรยากาศรอบตัวกันเองก็คงจะมีแต่ความรู้สึกกระด้างกระเดื่องกันบ้าง มีมันคอยเบรกก็ดีเหมือนกันนะ ผมจะได้ไม่วู่วามจู่โจมอะไรอิ่มอุ่นมากเกินไปจนเธอแตกตื่นและหนีห่างจากผม ซึ่งผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น... หลังจากที่ส่งรายการอาหารให้กับพนักงานแล้วรอไม่ถึงห้านาทีสิ่งที่สั่งเอาไว้ก็นำมาเสิร์ฟ ผมจัดการเททุกอย่างลงหม้อชาบูที่มีน้ำซุปอยู่สองรสชาติเป็นต้มยำและน้ำใสโดยที่จัดการฝั่งต้มยำให้กับเด็กหิวโหยอย่างอิ่มอุ่นก่อนในขณะที่ฝั่งน้ำใสเป็นซันชายน์จัดการ "ตุ้ยนุ้ยอย่าใส่แต่ผักสิ! เธอใส่หมูเราให้ด้วยซี่!" "..." เด็กนิสัยไม่ดีเริ่มงอแงหน้างอเมื่อผมใส่ผักในหม้อฝั่งน้ำต้มยำและมีเนื้อหมูเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น "ใจเย็นๆ ดิเธอ เรายังไม่ได้ใส่เนื้อลงหม้อเลย" อิ่มอุ่นคนใจร้อนมองผมหน้ามุ่ย ในมือที่ถือถาดใส่หมูสไลด์ของเธอพร้อมจะลงหม้อทุกเมื่อถ้าหากผมใส่ผักเสร็จและเธอก็ทำอย่างนั้นจริงๆ เมื่อมือของผมพ้นจากปากหม้อได้ไม่เท่าไหร่หมูสไลด์ในถาดก็ไหลลงหม้อทันทีด้วยความรวดเร็ว แววตาของอิ่มอุ่นเป็นประกายมองเนื้อหมูที่เริ่มบิดตัวงอเป็นคลื่นๆ เมื่อถูกความร้อนของน้ำซุปภายในหม้อ ตะเกียบภายในมือของเธอนั้นคีบเข้าคีบออกรออย่างใจจดใจจ่อจนผมกับซันชายน์หลุดขำให้กับความอยากกินจนแทบน้ำลายจะไหลของเธอ "สุกยังอ่ะ? กินได้หรือยัง? " "ใจเย็นก่อน" ผมห้ามปรามอิ่มอุ่นคว้ามือข้างที่ถือตะเกียบของเธอที่กำลังจะคีบหมูทั้งๆ ที่เพิ่งเอาลงหม้อได้เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น "อยากกินแล้ว~" "รอก่อน" ผมดึงมือเธอลงไว้ตรงหน้าตักตัวเองแอบเนียนกอบกุมมือเธอเอาไว้ที่ตอนนี้เอาแต่จ้องหมูอย่างใจจดใจจ่อก่อนที่ผมจะใช้มือเพียงข้างเดียวหยิบชามของอิ่มอุ่นมาไว้หน้าและจัดการคีบเนื้อหมูให้กับเธอที่มองชามตัวเองตาเป็นประกายอย่างหิวโหย "ระวังระ..." "โอ๊ย!" พูดลิ้นยังไม่ทันเข้าปากอิ่มอุ่นที่เพิ่งยัดหมูเข้าปากก็รีบคายกลับใส่ชามเหมือนเดินก่อนจะหันมาแลบลิ้นมองผมน้ำตาคลอเบ้าด้วยแววตาน่าสงสารทำเอาคนมองอย่างผมถึงกับใจเหลวรีบวางตะเกียบทันที "ร้อนอะ ตุ้ยนุ้ย~ TT" "ก็เธอไม่ระวังเลย" ผมดุอิ่มอุ่นทั้งสายตาและน้ำเสียงแต่ถึงอย่างนั้นก็รั้งปลายคางของเธอขึ้นเพียงนิดเพื่อมองลิ้นแดงๆ เล็กๆ ของเธอจากนั้นก็เป่าลมเบาๆ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงตะเกียบหล่นจากมือของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ซันชายน์มองอิ่มอุ่นด้วยแววตาเลื่อนลอยคล้ายกับวิญญาณหลุดออกจากร่างก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเลื่อนมามองผมเช่นกันจากนั้นบทเพลงแสนคุ้นหูก็หลุดออกมาจากปากของซันชายน์ด้วยน้ำเสียงที่โคตรไร้ชีวิตชีวา... "ฉันมาทำอะไรที่นี่~" ∞∞∞∞∞ สงสารซันชายน์~
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD