จันทร์เจ้าขานักศึกษานิเทศศาสตร์ปีสอง ตอนนี้เธอกำลังช่วยงานของคณะอย่างตั้งใจ เพราะเธอต้องเข้าร่วมกิจกรรมตามทุนของคณะ
“เจ้าขา…” เสียงหวานตะโกนเรียนคนที่กำลังนั่งทำงานของคณะอยู่
“ว่ายังไงแพรว” จันทร์เจ้าขาเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสนิทที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับนั่งลงด้วยความสดใส
“เย็นนี้แกจะไปทำงานไหม?” แพรวดาวคณะนิเทศศาสตร์เอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มๆ เพราะอยากให้เพื่อนช่วยติวหนังสือให้ก่อนสอบอีกไม่กี่วัน
“ไปสิ แกจะให้ฉันช่วยติวเหรอ?” เธอเอ่ยถามพลางขยับแว่นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มจางๆ ด้วยเพื่อนคงมีเรื่องให้เธอช่วยแค่ไม่กี่อย่าง
“ก็ใช่นะสิ แต่ไว้วันที่แกหยุดก็ได้” แพรวเบะปากเล็กน้อยด้วยความเสียดาย แต่ก็เข้าใจว่าเพื่อนก็ต้องทำงานหาเงิน เธอเลยไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรมาก
“งั้นพรุ่งนี้แล้วกันนะ” เธอตอบคนตรงหน้าพร้อมกับนั่งตัดกระดาษต่อด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
แต่ใครจะไปรู้ว่าภายใต้กรอบแว่นตาหนาเตอะ เธอมีอีกหนึ่งตัวตนที่ไม่อยากให้ใครรู้ แต่ถ้าจะให้เธอเปิดเผยมุมนั้นคงจะไม่มีทางแน่นอน มันไม่ใช่เพราะน่าอายอะไรเลย เธอแค่ไม่อยากให้ภาพลักษณ์เด็กทุนดูไม่ดีก็เท่านั้นเอง
“ได้สิ ขอบใจแกมากนะ” ใบหน้าสวยได้แต่ยิ้มกว้าง ทั้งความสดใสเลยทำให้พวกผู้ชายอยากจะได้มาเป็นแฟน
ซึ่งคนที่ได้รับความหนักใจก็คือจันทร์เจ้าขา
“เดี๋ยวอีกสักพักฉันก็จะไปแล้ว ทางนี้คงต้องให้คนอื่นทำ” เจ้าขาเอ่ยบอกกับเพื่อนอย่างต้องการจะอธิบายคำพูดของตัวเอง
“ฉันทำเอง แกไปเถอะ” แพรวเอ่ยบอก เพื่อให้เพื่อนสบายใจและไม่ต้องมานั่งเป็นห่วงงานทางนี้
“โอ๊ย ดีเนอะ…ดาวมหา’ลัยต้องมานั่งทำงานอะไรแบบนี้” พีชสาวสวยสุดแซ่บในคณะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
“แล้วทำไมเธอไม่มาช่วยฉันทำล่ะ?”
“คือเราต้องรีบไปทำงาน” เจ้าขาพูดอธิบายพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โดยชุดเสื้อผ้าที่เธอใส่เป็นชุดนักศึกษาตัวใหญ่ติดกระดุมถึงคอ ทั้งกระโปรงยังยาวถึงข้อเท้าดูน่ารำคาญตาไม่สบายเอาเสียเลย
“ข้ออ้างนะสิไม่ว่า” สีหน้าเย้ยหยันพูดบอกราวกับไม่ได้ใส่ใจคำพูดเจ้าขาแม้แต่น้อย
“นั่นปากเหรอ?” แพรวได้ฟังก็ถึงกับอารมณ์เสียแทนเพื่อนที่ไม่ค่อยจะมีปากมีเสียงเอาซะเลย
“แพรว อย่ามีเรื่องกันเลย” เจ้าขารีบจับแขนเพื่อนเอาไว้ไม่ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
“แกไปทำงานเถอะ เดี๋ยวทางนี้ให้คนอื่นทำ” แพรวพูดตัดบทอย่างไม่ต้องการให้เพื่อนเสียความรู้สึก
“อืม ฉันไปก่อน”
“ฉันไม่ใช่เด็กทุนทำไมจะต้องมาทำอะไรใช้ทุนด้วยกัน” พีชเอ่ยขึ้นในตอนที่เจ้าขาเดินผ่านทางเธอพอดี อย่างต้องการให้อีกฝ่ายได้ยิน
“….” เจ้าขาทำแค่ปรายตามองและลอบถอนใจ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น
เจ้าขาที่กลับมาหอพัก เธอก็รีบอาบน้ำแต่งตัวพร้อมกับนั่งลงยังโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อไม่อยากให้ใครจำเธอได้แม้แต่คนเดียว ทว่าคืนนี้โชคอาจจะไม่ค่อยเข้าข้างเธอสักเท่าไหร่
เมื่อมาถึงหน้าผับเธอก็สูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปด้านในด้วยเวลาเพียงแค่สี่โมงเย็น เมื่อเข้าไปเธอก็เจอกับพนักงานกำลังทำความสะอาดร้านเตรียมที่จะเปิดทำการ
“พี่แนนสวัสดีค่ะ” เจ้าขายกยิ้มมุมปากพลางยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม
“จ้ะน้องเจ้าขา ไปเตรียมตัวเถอะ” รอยยิ้มกว้างพูดบอกอย่างใจดี
“ค่ะเจ้าขา ไปก่อนนะคะทุกคน” เจ้าขาพูดทักทายคนอื่น ก่อนจะเดินแยกออกไปยังห้องของพนักงาน ทั้งเธอคิดว่าตัวเองยังต้องเตรียมตัวมากกว่านี้สักหน่อย
“วันนี้น้องเจ้าขาสวยกว่าทุกวันเลยนะเนี่ย” ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลา ทั้งยังเป็นน้องชายเจ้าของร้านเอ่ยทักคนตัวเล็กที่มาทำแต่งานไม่คิดจะสนใจอย่างอื่น
“แหม คุณไบเบิ้ลอย่างแกล้งชมกันแบบนี้สิคะ” เธอพูดด้วยสีหน้าเขินอาย เพราะถ้าเป็นตอนมหา’ลัย คงจะไม่มีใครชมเธอแบบนี้แน่นอน เพราะการแต่งตัวต่างกันสุดขั้วเกินไป
“ฉันพูดจริง เราก็รู้จักกันมาปีกว่าแล้ว เธอไม่คิดจะใจอ่อนให้กันบ้างหรือไง” เขาย้อนถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ นอกจากการแค่ได้พูดเต๊าะไปเรื่อยก็เท่านั้น
“มาหม้อสาวอยู่ตรงนี้เอง” เสียงทุ้มของคนมาใหม่พูดแทรกขึ้น
“เฮียเฟิร์ส มาทำอะไรหลังร้านเนี่ย” เขาถึงกับตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาได้ยินบทสนทนาของเขากับคนตัวเล็ก
“ก็มาตามมึงไปแดกเหล้ากัน พี่ชายมึงรออยู่กับไอ้เพทาย”
“เออไปดิ ฉันไปก่อนนะเจ้าขา” เขาไม่ลืมจะหันหน้าไปบอกร่างบางด้วยรอยยิ้มแหยๆ
“ได้ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ ด้วยเธอก็ไม่ค่อยจะชอบอยู่กับผู้ชายสักเท่าไหร่
“ใครวะอย่างสวยเลย” เฟิร์สปรายตามองหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างให้ความสนใจ
“เอ่อ สวัสดีค่ะ เจ้าขาค่ะ” เธอรีบพูดแนะนำตัวอย่างนอบน้อมและรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่ค่อยสนิทกับใครในร้านเท่าที่ควร
“ไปเถอะเฮียเฟิร์สอย่ามัวแต่มาเต๊าะเด็กในร้าน” ไบเบิ้ลรีบพูดท้วงขึ้น ทั้งอยากจะรีบไปหาพี่ชายที่นานๆ ครั้ง จะเข้าร้านมาสักทีหนึ่ง
“มึงไม่ทำเลยหรือยังไงกัน” คำพูดเหน็บแนมเอ่ยกลับไปอย่างไม่คิดจะยอมแพ้
“เอ่อ คือ...” เธอที่กลัวว่าทั้งสองคนจะทะเลาะกันขึ้นมาจริงๆ รับพูดแทรกด้วยสีหน้ากังวลใจ
“เห็นไหมเนี่ย เจ้าขามันกลัวเฮียไปหมดแล้วเนี่ย”
“เปล่า แค่กลัวว่าทั้งสองคนจะทะเลาะกัน” เธอรีบพูดตอบ เพราะเธออยากทำงานที่นี่อย่างสงบสุขไม่คิดจะมีเรื่องกับใครทั้งนั้น
“น่ารักจัง ชื่อก็เพราะ” เฟิร์สเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปาก ทว่าก็ไม่ได้คิดจะชอบ ด้วยดูแล้วว่าน้องชายเพื่อนน่าจะชอบมากกว่า
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันว่าทั้งสองคนรีบไปหาเพื่อนเถอะค่ะ” เธอพูดอ้อมๆ เพราะเธอแทบจะขาดอากาศหายใจอยู่แล้ว
“นั่นสิ ไว้เจอกันนะ” ไบเบิ้ลเอ่ยพร้อมกับดันร่างของรุ่นพี่ออกไปจากห้องพักพนักงาน เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้าขาเต็มไปด้วยความกังวลใจ
“ค่ะ” เธอตอบรับอย่างโล่งใจ เพราะเธอแอบกลัวว่าทั้งสองคนจะไม่ยอมออกไป
เจ้าขาได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา เพราะเธอต้องนั่งทำงานให้ตัวเอง ซึ่งน้องชายของเธอกลับได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
“แกทำได้เจ้าขา อย่าพึ่งยอมแพ้” เธอพูดให้กำลังใจตัวเองพร้อมกับเดินออกไปด้านนอกเพื่อทำงานตามหน้าที่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เมื่อมาถึงได้นอกก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามานั่งมากมายหลายตา เธอได้แต่ยิ้มกว้างและเปิดเพลงสร้างบรรยากาศในตอนนี้ให้ดูครึกครื้น
“คนนั้นอย่างสวยเลยวะ” เพทายว่าขึ้น เพราะปกติแทบจะไม่ค่อยได้ลงมาด้านล่างและอยู่โซนวีไอพี
“เออจริง น้องเจ้าขาสวยเด็ด” เฟิร์สพูดเสริมด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม
“พวกเฮียอย่ามายุ่งดิ ผมจีบมาตั้งนาน” ไบเบิ้ลรีบพูดแทรกขึ้นด้วยสีหน้าเซ็งๆ
“ไร้สาระ”