“นั่นปากเหรอถามจริง?” ไบเบิ้ลถามอย่างขัดใจ ทั้งที่พี่ชายแทบจะไม่ค่อยพูดอะไร
“กูก็เห็นพวกมึงชมผู้หญิงทุกคนว่าสวยนั่นล่ะ” น้ำเสียงเย้ยหยันพูดพร้อมกับมองหน้าคนทั้งสามอย่างเอือมระอา เพราะสำหรับเขาผู้หญิงก็เหมือนกันทุกคน
“โห้เฮียเติ้ล อย่าเอาความจริงมาพูดเล่นดิ” ไบเบิ้ลเอ่ยอย่างขัดใจ เพราะเขาก็แทบจะไม่เจอผู้หญิงคนไหนเลยที่ไม่สวย
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วกูขึ้นไปข้างบนดีกว่า”
ไตเติ้ลหนุ่มวิศวกรรมโยธาเอ่ยจบก็ลุกขึ้นเดินจากไป ก่อนที่เขาจะปรายตามองคนตัวเล็กด้านบน แต่ก็เลือกจะเดินจากไปอย่างไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยว
ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็เลือกจะนั่งโซนวีไอพีด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะมีผู้หญิงสวยหุ่นดีคนหนึ่งเดินมาทางเขาด้วยรอยยิ้มหวาน
“ขอนั่งด้วยคน ได้ไหมคะ?”
“ได้สิ” เขาพูดด้วยรอยยิ้มมุมปากพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง กระนั้นเขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากร่างบอบบางของเจ้าขาได้
“มองอะไรเหรอ แล้วไตเติ้ลมานั่งที่นี่คนเดียวตลอดเหรอ” เสียงหวานยังคงถามต่อ เพราะเธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นถึงเดือนคณะวิศวะ
“อืม” เขาเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ เพราะเรื่องที่เขาสนใจมีแค่เรื่องบนเตียง นอกนั้นเขาไม่คิดจะพูดอะไรให้มากความ
“แล้วคืนนี้นายมีธุระอย่างอื่นไหม?”
“ไม่มี เธออยากนอนกับฉันเหรอ?” เขาย้อนถามตรงประเด็นอย่างไม่คิดต้องใส่ใจกับใครนอกจากตัวเอง
“แล้วเติ้ลคิดว่ายังไงเหรอ?” เสียงนุ่มนวลเอ่ยถามด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ
“ไว้วันหน้าแล้วกัน วันนี้ฉันเลี้ยงเหล้าเธอกับเพื่อนแล้วกัน”
เขาปฏิเสธด้วยรอยยิ้มมุมปากราวกับของเล่นตรงหน้าคงไม่มีทางหนีไปไหนได้แน่นอน
“ขอบคุณนะคะ แต่วันนี้เติ้ลไม่อยากให้เราอยู่เป็นเพื่อนจริงเหรอ?” เธอยังคงพูดถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน เพราะเธอเล็งเขามานาน
“อืม ฉันต้องไปทำงาน”
“งั้นครั้งหน้าก็ได้ ขอช่องทางติดต่อหน่อยได้ไหม?” คนตัวเล็กยังคงพูดตื๊อต่อไปไม่เลิก
“เอาโทรศัพท์มาสิ” เขาพูดปัดรำคาญพร้อมกับให้ช่องทางติดต่อ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังห้องนอนส่วนตัวชั้นบนสุดของผับ
ทางด้านของเจ้าขาที่หมดคิวของตัวเอง เธอก็ได้รับทิปมาพอประมาณด้วยความสวยที่เธอไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ ทั้งเธอยังกลัวว่าจะทำงานได้ไม่ดีพอ
“เจ้าขา มานั่งดื่มด้วยกันก่อนสิ” ไบเบิ้ล เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเดินลงมาจากเวทีก็รีบเข้ามาหาอย่างเร็ว
“แต่…” เจ้าขาเริ่มมีท่าทีอึกอัก แต่ก็ยอมพยักหน้าเดินตามร่างสูงไป เพราะถึงยังไงตอนนี้เธอก็ยังกลับบ้านไม่ได้อยู่ดี
“ไปเถอะ” ไบเบิ้ล เมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้าก็เดินนำไปยังเบื้องหน้าทันที
“มึงไปบังคับน้องเขามาหรือเปล่าเนี่ย” เพทายเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเห็นหญิงสาวที่เดินตามมาสีหน้าเหมือนกับกังวลใจ
“เอ่อ ไม่ใช่ค่ะ” เสียงหวานรีบพูดปฏิเสธออกมา เพราะไม่อยากเป็นสาเหตุของการถูกเข้าใจผิด เธอแค่ไม่ค่อยชอบอยู่กับคนแปลกหน้ามันก็เท่านั้นเอง
“งั้นก็มานั่งด้วยกันสิ พวกเฮียไม่กัดหรอก” เฟิร์สว่าขึ้น เพราะการมีคนสวยมานั่งด้วยเรื่องอะไรถึงจะต้องปฏิเสธกัน
“เอ่อ…ได้ค่ะ” เจ้าขาพยักหน้ารับพร้อมกับนั่งลงข้างไบเบิ้ลที่เธอพอจะสนิทที่สุด
“ว่าแต่ทำงานที่นี่มานานแล้วเหรอ?” เฟิร์สพยายามชวนคนตัวเล็กคุย ทั้งที่พวกเขามีแต่คนอยากเข้าหา ทว่าเจ้าขากลับทำหน้าตาตรงกันข้ามกับคำว่าสนใจในตัวพวกเขาเสียอีก นั้นจึงทำให้ดูเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี
“ไม่นานเท่าไหร่ค่ะ” เจ้าขาเอ่ยบอกด้วยเธอพึ่งจะทำงานที่นี่ได้แค่ปีกว่าเองจึงไม่อยากจะพูดว่าตัวเองทำงานมานานแต่อย่างใดและที่เธอต้องแต่งตัวแบบนี้ก็เพื่องานเท่านั้น
“ไม่นานอะไรกัน ตอนที่เธอมาทำก็เป็นช่วงเปิดตัวร้านเลยนะ มันจะไม่นานได้ยังไง?” ไบเบิ้ลว่าต่อ
“เดี๋ยวฉันชงเหล้าให้พวกพี่ดื่มแล้วกันค่ะ” เจ้าขาพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ พลางหยิบแก้วมาชงเหล้าให้กับคนที่อยู่ใกล้สุด เพื่อบอกให้หยุดพูดจาไร้สาระ
หลังจากนั้นเจ้าขาก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความจำเป็น เพราะเธอทำงานเป็นวีเจไม่ใช่เด็กชงเหล้า แม้ว่าพวกคนชงเหล้าจะได้ทิปมากกว่าก็ตาม แต่เธอก็รักในสิ่งที่ทำมากกว่าอยู่ดี
“นี่เธอคิดจะมอมเหล้ากันหรือยังไง?” ไบเบิ้ลถึงกับบ่นอุบ เพราะรอยยิ้มของเข้าขาเหมือนกำลังเคลือบยาพิษพวกเขาตับแข็งตายมากกว่า
“ฉันเปล่าสักหน่อยค่ะ แค่ต้องทำงานให้คุ้มเท่านั้นเอง” ร่างบอบบางตรงหน้ายังคงพูดราวกับว่าเป็นเรื่องปกติเสียอย่างนั้น ทั้งที่คนดื่มทั้งสามเริ่มจะมึนๆ ขึ้นมาจากเดิมพอสมควร
“นี่มันเกินคุ้มไปล่ะ” เฟิร์สเถียงกลับทันควัน เพราะแค่คนหน้าสวยๆ ไปอยู่บนเวทีก็ต่างเรียกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ได้มากถนัดตา
“แหม ถ้าพวกพี่คิดกันแบบนี้ก็อย่าลืมขึ้นเงินเดือนให้หนูด้วยนะคะ” เจ้าขาเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มๆ ทั้งยังไม่ได้จริงจังกับคำพูดของตัวเอง เพราะเธอมาทำงานร้านนี้อาทิตย์ละสี่ถึงห้าวัน ส่วนบางครั้งเธอก็ต้องไปช่วยพี่ที่รู้จักเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ก็แค่วันที่มีคนเยอะๆ เท่านั้น
“ได้สิ เดี๋ยวพวกพี่จัดการให้เลย” เพทายที่ถึงแม้จะไม่ใช่คนพูดเก่ง แต่ความแพรวพราวก็ไม่ได้มีน้อยกว่าคนอื่น
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันก็แค่พูดเล่นค่ะ” เจ้าขาพูดทีเล่นทีจริง จนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบอย่างจริงจัง ทำให้เธอต้องรีบพูดปฏิเสธออกไปให้ชัดเจน
“เธออยู่มหา’ลัยเดียวกับพวกเราจริงเหรอ?” เพทายเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้มากที่สุด เพราะถ้าคนในมหา’ลัยมีคนหน้าตาสวยขนาดนี้ไม่น่าจะเล็ดลอดสายตาของพวกเขาได้
“อ่อ ใช่ค่ะ” เจ้าขาถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเจอคำถามแบบนี้ ทั้งเธอยังกลัวจะถูกจับสังเกตได้ขึ้นมา
“ทำไมพวกเราถึงตาไม่ถึงวะ…แล้วอยู่คณะไหนล่ะ?” เฟิร์สหันหน้าไปถามกับเพื่อน ก่อนจะหันกลับมามองทันเจ้าขาดังเดิมอย่างต้องการขยายความ
“เอ่อ อันนี้ขอเก็บเป็นความลับนะคะ พอดีตอนกลางวันฉันไม่ค่อยสวยเหมือนตอนกลางคืนน่ะค่ะ” เจ้าขารีบพูดขึ้นทันทีอย่างต้องการบอกปัดและหาข้ออ้างให้ตัวเองรอดจากสถานการณ์นี้ เพราะเธอไม่อยากให้ใครรู้ตัวตนตัวเองมากที่สุด
“เธอยิ่งทำแบบนี้ พวกฉันก็ยิ่งอยากหาให้เจอแล้วสิว่าอยู่คณะไหน” ไบเบิ้ลเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะไม่คิดว่าจะต้องเจอกับคนที่น่าสนใจ แต่เขาก็รู้ดีว่าหญิงสาวให้เขาเป็นได้แค่เพื่อน ทว่าการได้ควงคนลึกลับแบบเจ้าขาก็ถือว่าท้าทายดี
“นั่นสิ ฉันก็อยากรู้…”