“นายคิดไม่ถึงหรอก…งั้นฉันขอตัวไปเก็บกระเป๋ากลับบ้านก่อนนะคะ” เจ้าขาที่ได้โอกาสไปจากที่นี่พูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ พร้อมกับลุกขึ้นยืน ด้วยความสูงและสวยสะดุดตายิ่งทำให้ผู้ชายโต๊ะอื่นๆ หันมามองเจ้าขาเป็นทางเดียว
“ทำไมคนสวยๆ ถึงต้องทำตัวลึกลับด้วยวะ” เฟิร์สพูดพึมพำ แต่ก็ไม่ใช่คนที่คิดจะพยายามวิ่งไล่ตามคนที่ไม่ได้สนใจกัน เขาคิดว่าแค่ได้เต๊าะที่ทำงานก็พอใจแล้ว
ร่างบอบบางที่ได้รับอิสระอีกครั้ง หลังจากนั่งชงเหล้ามาเกือบสองชั่วโมง แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะอยากได้อะไรแล้วนอกจากการนอนให้อิ่มเอมใจกว่านี้
“ได้ยินว่าเธอไปนั่งดื่มกับพวกเฮียเฟิร์สเหรอ?” น้ำเสียงเย้ยหยันว่าถามขึ้นด้วยความอิจฉา
“ใช่ เธอมีอะไรหรือเปล่า?” เจ้าขาที่กำลังจะกลับบ้านหันกลับไปมองทางต้นเสียง
“ก็แค่ถามเฉยๆ เธอจะกลับบ้านก็กลับเถอะ”
“แล้วคราวหลัง…เวลาคุยกับคนอื่นช่วยใช้น้ำเสียงที่มันดีกว่านี้หน่อย” เจ้าขาที่ถึงแม้ว่าจะไม่อยากมีเรื่องกับใคร แต่การที่อีกฝ่ายหาเรื่องก็ใช่ว่าเธอจำเป็นจะต้องยอมเสียเมื่อไหร่กัน
“ปากเก่งไปเถอะ…”
“หึ…” เจ้าขาได้แต่มองผู้หญิงตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง เพื่อกลับบ้านยังไม่คิดจะสนใจอย่างอื่นในตอนนี้
“ทำไมฉันต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วยนะ” ในขณะที่เจ้าขาเดินออกมาจากร้านก็ได้แต่บ่นกับตัวเอง เพราะตอนอยู่ที่มหา’ลัยก็ชอบเจอคนแขวะอยู่แล้ว พอมาทำงานก็ดันเจอคนไม่ชอบขี้หน้าอีก
“จะไปไหนเหรอ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามร่างเล็กที่กำลังชะเง้อคอมองไปทางถนน
“เอ่อเปล่าค่ะ….” เจ้าขาพูดตอบ ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองด้วยสีหน้างุนงงกับการเจอไตเติ้ลเจ้าของผับยังด้านล่างและเป็นหน้าร้านแบบนี้
“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกนะ” ไตเติ้ลที่เห็นท่าทางระแวดระวังของคนตัวเล็กตรงหน้าก็นึกขำ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องสนใจเธอเลยสักนิด มีผู้หญิงตั้งมากมายอยากจะนอนกับเขา
“อ่อเปล่าค่ะ ฉันแค่ไม่คิดว่าจะเจอคุณตรงนี้” เจ้าขาที่พอจะรู้จักว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้าของผับนี้ แต่เธอรู้ดีว่าเขาคงจะจำพนักงานทุกคนของตัวเองไม่ได้
“เธอรู้จักฉัน?” ใบหน้าหล่อเหลาย่นคิ้วถาม ด้วยเขาไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้าก็สนใจในตัวเขาเหมือนกันกับคนอื่น
“ก็คุณเติ้ลเป็นเจ้าของที่นี่ ถ้าฉันไม่รู้จักสิคะแปลก” น้ำเสียงหวานรีบพูดอธิบายออกไปตามตรง เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจกันผิด
“อืม นั่นเธอจะกลับแล้ว?” เขาถึงกับกระแอมออกมาเบาๆ เมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลงตัวเองมากเกินไป จนทำให้ลืมว่าเธอทำงานที่นี่การรู้จักเขาจึงเป็นเรื่องปกติ
“ใช่ค่ะ พรุ่งนี้ฉันมีเรียนเช้า” เธอพูดอธิบายตามจริง ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับเขาในระยะใกล้แบบนี้ ทั้งที่ทำงานมาได้เกือบสองปีแล้ว
“เธอก็เรียนที่เดียวกับฉันเหรอ?”
ไตเติ้ลที่มันใจมากว่าไม่เคยแม้แต่จะเห็นเธอมาก่อน แต่พอคิดถึงความจริงเรื่องเขาไม่ค่อยได้สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขารู้สึกย้อนแย้งในใจก็ไม่มีอะไรติดค้างในใจ
“ใช่ค่ะ แต่พอดีฉันเรียนเสร็จก็กลับบ้านเลย อาจจะไม่ค่อยสะดุดตาใครเท่าไหร่” เจ้าขารีบพูดอธิบายหาตัวรอดให้กับตัวเอง เพราะเธอกลัวจะเผยพิรุธออกมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้
“เหรอ? ก็คงจริง…งั้นเธอก็กลับบ้านดีๆ แล้วกัน” ไตเติ้ลที่ไม่อยากจะติดใจหรือสนใจอะไรกว่านี้จึงเลือกจะกลับขึ้นห้องไปนอน
“ค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มแห้ง ทั้งยังรู้สึกเกร็งๆ เมื่อได้จ้องมองแววตาคมกริบคู่นั้นสะท้อนเงาของเธออยู่ด้วย
“อืม…” เขาทำเพียงแค่ส่งเสียงในลำคอ เพราะคนที่สวยอยู่ด้านบนเวทีพอเห็นในระยะใกล้ยิ่งดูสวยเด่นสะดุดตาราวกับกวางน้อยหัดล่าเหยื่อเสียอย่างนั้น
“…” เจ้าขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนเธอจะเปิดประตูเข้าไปด้านในรถที่มาพอดีอย่างกับรู้เวลาเสียอย่างนั้น
“จะสวยแต่รูปหรือเปล่านะ?” ไตเติ้ลพึมพำพร้อมกับหมุนตัวเดินเข้าไปด้านในร้าน เมื่อรถคันที่เจ้าขานั่งไปวิ่งหาลับตาไปแล้ว
เจ้าขาที่นั่งอยู่ในรถได้แต่ลอบถอนใจออกมา ทั้งเธอยังคิดว่าตัวเองไม่ควรจะเข้าใกล้คนดังของมหา’ลัยเธอทุกคน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและเธอไม่อยากจะเป็นจุดสนใจของใครทั้งสิ้น
ฉันจะต้องไม่ให้ใครรู้ว่าฉันเป็นใครเด็ดขาด
“ถึงแล้วครับน้อง…”
“นี่เงินนะคะพี่ ขอบคุณค่ะ” มือเรียวสวยยื่นเงินไปยังด้านหน้าคนขับพร้อมกับลงจากรถไป ดวงตาคู่สวยเป็นประกายจ้องมองหน้าหอพักของตัวเอง
เพราะแค่การจะใช้ชีวิตให้ดีสำหรับเธอยังยากเลย เธอไม่ควรจะเอาเวลาไปสนใจอย่างอื่นนอกจากเงินและงาน เพื่อหวังว่าเรียนจบเธอจะได้มีงานดีๆ ทำ ไม่ต้องดิ้นรน
“ฉันจะต้องใจเรียนมากกว่านี้แล้วสิ”
วันต่อมา
เจ้าขาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าพร้อมกับติดกระดุมเสื้อจนถึงคอและกระโปรงยาวจนถึงข้อเท้า ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นต้นแบบที่ดีของมหา’ลัย แต่ใครต่างก็หัวเราะเยาะเธอในการแต่งตัวได้เชย ทั้งยังไม่มีแม้แต่หนุ่มที่ไหนมาเหลียวมองกัน
“เจ้าขา…ทางนี้” แพรวที่มานั่งรอได้สักพักและเห็นว่าเพื่อนเพิ่งจะเดินเข้าไปคณะก็รีบตะโกนเรียกเอาไว้ด้วยความสดใส
“…” เจ้าขาหยุดชะงักตามเสียงเรียกพร้อมกับหันหน้าไปทางเพื่อนด้วยรอยยิ้มสดใส แม้ดวงตากลมสวยจะอยู่ภายใต้กรอบแว่นหนาจนกลบความสวยไปเยอะก็ตาม ทั้งใบหน้าสวยยังไร้การแต่งแต้มจนดูน่าเบื่อ
“เมื่อคืนเลิกงานดึกไหม?” แพรวเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่เธอสามารถจ้างเจ้าขาสอนชั่วโมงละพันยังได้ เพราะเธอหน้าสวยก็จริงแต่เรื่องเรียนค่อนข้างจะห่างไกลหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ
“ไม่หรอกตามปกติ…แต่วันนี้ฉันต้องไปทำที่บาร์นะสิ” เจ้าขาบอกกับเพื่อนสนิท เพราะมีแค่แพรวที่รู้เรื่องราวของเธอ ทั้งยังเคยเห็นตอนเธอไม่ใส่แว่นแค่ไม่กี่ครั้งในวันที่ไม่แต่งหน้า
“ถ้าแกแต่งตัวสวยๆ ไปเงินต้องดีแน่นอน” แพรวที่อยากให้เพื่อนกล้ามากกว่านี้พูดออกไปตามตรง
“ไม่เอาหรอก พี่จ๋ายเขารู้จักฉัน…เกิดเอาฉันลงเพจมหา’ลัยขึ้นมาจะทำยังไง” เจ้าขารีบปฏิเสธอย่างไม่เสียเวลาคิด เพราะเธอไม่อยากให้ใครรู้ตัวตนเพิ่มขึ้นกว่านี้
“งั้นตามใจเธอ มาสอนฉันทำข้อนี้ดีกว่า” แพรวพูดเปลี่ยนเรื่องด้วยเข้าใจความไม่สบายใจของเพื่อน ทั้งยังค่อนข้างจะมีผลต่อทุนพอสมควร
“เดี๋ยวฉันสอนเอง...”
“อุ้ย ตอนแรกฉันก็นึกว่าอาจารย์กำลังนั่งอธิบายการบ้านให้นักศึกษาซะอีก”
“พีช เธออีกแล้วเหรอ…” แพรวเอ่ยด้วยสีหน้าเซ็งๆ เพราะไม่อยากให้ใครมาว่าเพื่อนเธอ ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นดาวคณะเธอคงตบหน้าพีชไปแล้วให้รู้แล้วรู้รอด
“ก็ใช่นะสิย่ะ”
“ถ้าไม่มีอะไรทำก็ไปหาข้าวกินนะ จะได้ไม่ต้องมาพูดมากแบบนี้” แพรวพูดขึ้นอย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ตัวเองสักเท่าไหร่
“แพรวไม่เอาสิ อย่าว่าพีชเป็นหมาเลย” เจ้าขาที่ดูเป็นคนเงียบๆ แต่คำพูดก็พร้อมจะจิกกัดเช่นเดียวกัน
“นี่แก…” พีชแทบอยากจะกรีดร้อง แต่ก็ต้องเดินออกไปจากตรงนี้ด้วยคิดว่าอยู่ไปคงจะแพ้
“กรี๊ด…นั่นพวกเดือนคณะภาควิศวะนี่น่า”
เจ้าขาเมื่อได้ยินเสียงคนรอบข้างพูดกันเป็นเสียงเดียว เธอก็หันไปมองก่อนจะชะงักค้างไป
“แย่แล้ว เจ้าขา…”