เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังก้องไปทั่วทั้งห้องครัวภัตตาคารอาหารจีน ไม่นานอาหารคาวหน้าตาน่ากินเมนูสุดท้ายก็ถูกจัดวางลงในจานกระเบื้องเนื้อดี
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอดังอึก กลิ่นหอมของอาหารเรียกน้ำย่อยในกระเพาะเธอได้ดีทีเดียว แต่ก็นั่นแหละ ฐานะทางการเงินกระจอกงอกง่อยอย่างเธอแค่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครัวนี้ก็ดีถมเถแล้ว และแม้จะเป็นพนักงานที่นี่มาเกือบครึ่งปี แต่อาหารพวกนี้ก็ไม่เคยตกถึงท้องเธอเลยสักปลายช้อนเดียว
“มัวแต่ยืนมองอะไรอยู่ล่ะ รีบยกอาหารพวกนี้ไปเสิร์ฟสิ ขืนชักช้าลูกค้าได้ด่าเปิง รายใหญ่เสียด้วย”
“เอ่อ คะ...ค่ะ”
หญิงสาวรับคำแบบอึกอักแล้วเดินเงอะงะเข้าไปยังโต๊ะตัวยาวที่เชฟใหญ่เพิ่งวางจานอาหารลงทันที
“เอ่อ โต๊ะไหนนะคะเชฟ”
“เธอทำงานมาก็หลายเดือนแต่ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง เรื่องแค่นี้ก็ต้องให้บอก” หัวหน้าเชฟวัยกลางคนบอกด้วยอารมณ์หงุดหงิดประสมน้ำเสียงปนรำคาญ หากช่วงปีใหม่คนไม่เยอะจนแทบล้นภัตตาคารและพนักงานไม่ลากลับบ้านพร้อมกันถึงหกคน เธอคงไม่ขอแรงเด็กล้างจานคนนี้มาทำหน้าที่เด็กเสิร์ฟชั่วคราวหรอก เด็กเส้นก็แบบนี้...คุณภาพหาไม่เจอ “ห้องวีไอพีศูนย์สี่”
“ค่ะ ๆ”
ตลอดทางจากห้องครัวมาถึงห้องวีไอพีที่ว่า ศนิมองอาหารตาละห้อย ตอนนี้เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว แต่วันทั้งวันเธอเพิ่งได้กินเพียงแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปหนึ่งซองเท่านั้น แถมยังเป็นมื้อเช้าเสียด้วย
“อุ๊ย !”
เพราะมัวแต่เหม่อลอย หญิงสาวจึงชนเข้ากับคนที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องวีไอพีเข้าพอดี และสิ่งที่ทำให้ดวงตาคู่สวยซึ่งปกติก็โตอยู่แล้ว เบิกกว้างขึ้นเท่าไข่ห่านคือบัดนี้อาหารที่เธอถือใส่ถาดมา ลงไปกองรวมกันบนตัวลูกค้าที่เดินสวนออกมาจากโซนวีไอพีเป็นที่เรียบร้อย
“กรี๊ดดดดด นังบ้า ฉันร้อน กรี๊ดดดดด”
“ขอโทษค่ะ หนูไม่ทันมอง” ศนิกุลีกุจอดึงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากระโปรงขึ้นมาปัดอาหารราคาแพงออกให้ แต่ก็ถูกปัดมือ
“แกไม่มีตาหรือไงห้ะ ! รู้ไหมชุดนี้ราคาแพงกว่าเงินเดือนแกหลายเดือนรวมกันอีกนะ”
สาวไฮโซแหวขึ้นอย่างลืมมาดผู้ดี และแน่นอนว่าเสียงแหลม ๆ มีประสิทธิภาพเหลือเฟือที่จะดึงดูดให้ลูกค้ารายอื่น ๆ รวมทั้งพนักงานหันมายังต้นเสียงนี้ด้วย
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ” สติที่แต่เดิมเหลือน้อยนิด ตอนนี้กลับเตลิดปลิวหายไปไกล ศนิโค้งตัวขอโทษซ้ำ ๆ เริ่มมองเห็นชะตากรรมในอนาคตของตัวเองแล้วราง ๆ
“นี่แกบอกว่าไม่ตั้งใจอย่างนั้นหรือ ถ้าตั้งใจแกไม่เอาอาหารพวกนี้รดหัวฉันเลยหรือไง” เมื่อความร้อนจากน้ำซอสบนตัวเริ่มเย็นลง สาวไฮโซก็ด่าฉอด ๆ พลางชี้นิ้วตรงหน้าอกอวบอิ่มภายใต้ชุดเกาะอกสีน้ำเงินเข้มที่เลอะเทอะไปด้วยเศษซากอารยธรรมของอาหาร
“ไม่นะคะ หนูไม่ได้คิดแบบนั้นเลยค่ะ”
“หน้าด้าน ! สันดานไพร่ ทำผิดยังไม่กล้ายอมรับ นังคนชั้นต่ำ พ่อแม่ไม่รู้จักสอน”
หญิงสาวกำหมัดแน่นแนบลำตัวเมื่อถูกด่าเป็นชุด เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธเต็มที่
“คุณด่าฉันได้ แต่กรุณาอย่าลามปามไปถึงพ่อแม่ฉันค่ะ”
“หรือไม่แน่...ความไพร่ก็คงถ่ายทอดกันทางพันธุกรรม” เธอกอดอกเชิดหน้าใส่
“มากไปแล้วนะคุณ !” ศนิง้างหมัดขึ้นด้วยอารมณ์ที่กักเก็บไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ทว่าหมัดกลับไม่พุ่งปะทะกับใบหน้าสวยอย่างใจต้องการ
หญิงสาวหันหน้าไปมอง และก็ต้องหน้าซีดลงเมื่อเห็นว่าคนที่มาจับข้อมือไว้คือคนที่ทำให้เธอหัวใจวูบไหวได้ทุกครั้งที่เขามาใช้บริการที่ร้าน
แม้เขาจะไม่เคยมองเธอเลยก็ตาม
“ทำแบบนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก” ชายหนุ่มบอกเสียงนิ่งเรียบ ก่อนคลายมือออก
“คุณคีนขา ช่วยเกรซด้วยสิคะ ยายพนักงานคนนี้มันแกล้งเกรซ ดูสิคะตัวเกรซแดงไปหมดแล้ว” เกล็ดดาวขยับควงเขาอย่างออดอ้อน จงใจกระแซะหน้าอกเข้าบดเบียดกับท่อนแขนแข็งแกร่ง
“ผมว่าคุณเกรซเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำก่อนดีกว่าครับ”
“ไม่ค่ะ เกรซต้องจัดการกับยายนี่ก่อน” เสียงแหลมแหวขึ้น ก่อนเบาน้ำเสียงลงเมื่อเผลอสวมมาดนางร้ายต่อหน้าชายที่ตนหมายปอง “เอ่อ เกรซหมายถึงให้ยายคนนี้ขอโทษเกรซน่ะค่ะ”
“มีอะไรกันหรือเปล่าครับ” ผู้มาใหม่เดินเป็นวิ่งเข้ามายังจุดเกิดเหตุ เศษกระเบื้องตกแตกบนพื้นและเศษอาหารทำให้เขารู้ว่านี่คงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก
“คุณเป็นใครไม่ทราบ” เกล็ดดาวถามทั้งที่ยังไม่มองหน้า
“ผมเป็นผู้จัดการของที่นี่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ลูกน้องคุณทำอาหารพวกนี้รดตัวฉัน คุณต้องไล่มันออก !”
ศนิถึงกับอ้าปากเมื่อได้ยินความต้องการของผู้หญิงตรงหน้า หญิงสาวมองสลับไปมาระหว่างผู้จัดการกับลูกค้าคู่กรณี
“เอาเป็นว่าผมจะให้ลูกน้องขอโทษคุณและก็ไม่คิดค่าอาหารมื้อนี้ของคุณแล้วกันนะครับ พนักงานคงไม่ตั้งใจจะให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกันครับ”
“ไม่ ! คุณต้องไล่นังนี่ออก ไม่อย่างนั้นฉันจะประกาศให้ทั่วว่าร้านนี้มันห่วยแตก เอาให้เจ๊งกันไปเลย”
ศนิพูดไม่ออก เธอส่ายหน้าช้า ๆ อย่างไม่เชื่อ คนที่เรียกตัวเองว่าผู้ดีเขาดูถูกคนและใช้คำพูดพวกนี้กันด้วยหรือ
“เอ่อ...” ผู้จัดการภัตตาคารมองหน้าลูกน้องอย่างไม่รู้จะช่วยอย่างไร น้องสาวที่เป็นญาติผู้น้องของเขาไหว้วานให้รับศนิเข้ามาทำงานที่ร้านเพราะหญิงสาวต้องหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือ
แต่ถ้าต้องเลือกเล่า...เขาควรเลือกอะไร
“หวังว่าถ้าฉันออกมาจากห้องน้ำจะได้รับข่าวดีจากคุณนะ” เกล็ดดาวจีบปากจีบคอสั่ง แล้วออเซาะชายข้างกายต่อ “คุณคีนขา ดูสิคะ หน้าอกเกรซแดงไปหมดแล้ว เลอะซอสเหนียว ๆ ด้วย คุณคีนพาเกรซไปห้องน้ำนะคะ คุณต้องช่วยเกรซเช็ดคราบพวกนี้ด้วยนะคะ น้า...”
“ครับ”
“ขอบคุณนะคะ เกรซรักคุณที่สุดเลย” หญิงสาวเขย่งเท้าขึ้นหอมปลายคางสาก ควงเขาไปยังห้องน้ำด้านใน มั่นใจทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าหากมาที่นี่อีกครั้ง แม่เด็กเสิร์ฟเจ้าปัญหาจะไม่อยู่ให้เธอเห็นหน้าอีก
พนักงานสาวได้แต่มองตามด้วยใจห่อเหี่ยว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้าใกล้เขามากที่สุด
...และมันคงเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน