“..คุณ...คุณหนูจ้องบ่าวเช่นนั้นทำไมกันเจ้าคะ...บ่าว..แค่แอบกินน้ำตาลขิงเท่านั้น ของนี้บ่าวไม่ได้ขโมยมานะเจ้าคะ คุณหนูเมตตาด้วยเจ้าค่ะ ยกให้ท่านทั้งหมดเลย”
“เจ้าเป็นใคร? มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“บ่าวมาจากเรือนอื่นเจ้าค่ะ แต่บ่าวไม่ได้ทำอะไรผิดนะเจ้าคะคุณหนู”
“หากไม่ได้ทำผิดเหตุใดต้องหวาดกลัวด้วย” ซ่งซือหลานปรายหางตามอง “ตกลงเจ้าเข้ามาเรือนจวี๋อิ่งตั้งใจทำอะไร หากไม่บอกอย่าหาว่าข้าใจร้ายกับเจ้า”
“คุณหนู นางมากับบ่าวเองขอรับ”
น้ำเสียงแหบพร่าของบุรุษวัยกลางคนรูปร่างผอมบางเอ่ยวาจาอยู่ด้านหลัง ซ่งซือหลานหันกลับไปดู เป็นบ่าวรับใช้ชายหน้าตาไม่คุ้นอีกคน ในมือถือสมุดบัญชีเล่มใหญ่มาด้วย ซ่งซือหลานเข้าใจทันทีคงเป็นบ่าวใช้ของท่านพ่อ หรือไม่ก็หร่วนซื่อให้เอาของมามอบให้
“นางเพิ่งเข้าจวนมาใหม่นิสัยขี้กลัว คุณหนูตำหนิข้าแทนก็ได้”
ซ่งซือหลานโบกมือ
“ช่างเถอะ พวกเจ้าเอาของมามอบให้ข้าใช่หรือไม่ วางไว้แล้วออกไปเถอะ”
“คุณหนูสีหน้าไม่สู้ดี รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่ขอรับ”
ซ่งซือหลานปรายตามองบุรุษผู้นี้อีกครั้ง ใบหน้าเขาไม่ได้มองสบสายตานางเพียงก้มหน้าลงทั่วไป “สาวใช้ของข้าไปบอกหร่วนซื่อแล้วว่าข้าไม่สบายท้อง อีกเดี๋ยวนางคงตามหมอมาให้”
“ที่แท้คุณหนูไม่สบายท้อง เสี่ยวตงชอบกินน้ำตาลขิงเพราะนางไม่สบายท้องบ่อย หากคุณหนูไม่รังเกียจรับน้ำตาลขิงห่อนี้ไว้กินเล่นเถอะขอรับ”
“พวกเจ้ามาจากเรือนเฉียนฮวางั้นหรือ”
“คุณหนูเข้าใจผิดแล้ว ข้ากับเสี่ยวตงมาจากเรือนหน้าขอรับ”
“อ้อ”
บ่าวรับใช้สองคนจากไปแล้ว ก่อนไปเสี่ยวตงท่าทางหวาดกลัวยามวางถุงน้ำตาลขิงให้ซ่งซือหลานนางเหลือบสายตามอง ความจริงแล้วน้ำตาลขิงห่อนี้ซ่งซือหลานไม่อยากรับ แต่ได้ยินว่าน้ำตาลนี้ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้ อย่างไรเสียความเจ็บปวดตรงช่วงท้องที่เพิ่มมากขึ้นนั้นไม่อาจรอนาน ซ่งซือหลานกินน้ำตาลขิงเข้าไปหนึ่งเม็ดก็ถอดรองเท้าขึ้นเตียงนอน
คราแรกนางอยากเอาสมุดบัญชีมาเปิดดูสักหน่อย ผลสุดท้ายผล็อยหลับไปหลายชั่วยาม สะดุ้งตื่นขึ้นมาท้องฟ้าด้านนอกดึกสงัดแล้ว ชุนหลันกับจูเหนียงคงไปพักผ่อนกันหมด ซ่งซือหลานรู้สึกปวดหน่วงช่วงท้องเล็กน้อยคร้านจะปลุกสาวใช้ แต่ที่นางรู้แน่คือหร่วนซื่อไม่ได้ตามหมอมาตรวจอาการนาง หากท่านหมอมาตรวจไม่มีทางที่ชุนหลันจะไม่ปลุก ซ่งซือหลานถอนหายใจออกมาพลันฝ่ามือสัมผัสถุงน้ำตาลขิงเข้า ไม่คาดคิดว่าก่อนขึ้นเตียงนางจะคว้าเอาน้ำตาลถุงนี้ติดมาด้วย แค่ขิงกับน้ำตาลไม่อาจใช้แทนยา แต่ต้องยอมรับว่าน้ำตาลขิงห่อนี้ช่วยบรรเทาอาการปวดได้จริง
มือผอมบางล้วงเอาน้ำตาลขิงใส่เข้าปากไปอีกสองลูก รสชาติเผ็ดร้อนเจือรสหวานติดปลายลิ้นทำออกมาได้ดีทีเดียว พอกลืนลงท้องอาการปวดม้วนรู้สึกบรรเทาลง อย่างไรเสียเวลาผ่านเลยครึ่งคืนไปแล้วซ่งซือหลานตั้งใจหลับอีกสักหน่อย พรุ่งนี้เช้านางยังต้องรับมือหร่วนซื่ออีกหลายกระบวนท่า โชคดีที่นางหลับง่ายดายศีรษะหนุนหมอนเข้าสู่ห้วงนิทราทันที
เห็นคนบนเตียงนอนหลับสบายอีกครั้ง เงาร่างหลบเร้นในมุมมืดเดินออกมา สายตาคมวาวทำเพียงมองดูดวงหน้าซีดเซียวหลับใหล นางยอมทรมานตนเองเผื่อเล่นงานมารดาเลี้ยงถึงเพียงนี้ เว่ยจิ้งหรงใช่ว่าไม่เคยเห็นสตรีลงมือกับตนเอง
ต้องยอมรับว่าสตรีลงมือกับตนเองได้เลือดเย็นเช่นซ่งซือหลานเขาเพิ่งเห็นครั้งแรก ถุงน้ำตาลขิงที่นางกินเข้าไปเมื่อครู่เป็นยาสมุนไพรรักษาและเป็นน้ำตาลขิงคนละถุงกับเสี่ยวตงมอบให้ ที่แท้ซ่งซือหลานไม่ได้ความจำเลอะเลือน ก่อนนอนนางไม่ได้คว้าห่อน้ำตาลขิงติดมือมาด้วย เป็นเว่ยเจิ้งหรงต่างหากนำมาวางให้
เงาร่างสาวใช้นามว่าเสี่ยวตงชะโงกดูการกระทำผู้เป็นนายอยู่ตรงบานหน้าต่าง ท่าทางแอบดูนี้ไร้ซึ่งสง่าราศีนัก ไม่ใช่ว่าเขาเคยเป็นถึงอดีตขันทีรับใช้นามว่าเห่อตงหนึ่งในสี่เสาหลักหน่วยสุ่ยจื่อจวิน เว่ยเจิ้งหรงปรายตามองไป เห่อตงรีบหดหัวกลับไปทันที
“นายท่านอย่าโกรธเลย ผู้น้อยแค่เป็นห่วงแม่นางเท่านั้น”
“ออกไป อย่ารบกวนนางพักผ่อน”
เห่อตงทำตาโต “ที่เรือนด้านโน้นมีความเคลื่อนไหวขอรับ ข้าเลยมาบอกนายท่าน”
“อืม”
เงาร่างสองร่างหายจากเรือนจวี๋อิ่ง ไปโผล่บนยอดไม้เหนือหลังคาสูงเรือนเฉียนฮวา ใบหน้าที่เว่ยเจิ้งหรงเพิ่งได้เห็นเมื่อกลางวัน ยามนี้โผล่มาอยู่ในเรือนเฉียนฮวาเช่นกัน เป็นหลงจู๊ร้านฮวาจิ่นเหลียนลอบมาพบหร่วนซื่อ
“ฮูหยินขอรับ วันนี้คุณหนูไปที่ร้านได้อย่างไรข้าน้อยไม่รู้เห็นแม้แต่น้อย นางชี้เอาข้าวของไปหลายชิ้น พอผู้น้อยทวงถามนางเลยโวยวายขอดูสมุดบัญชีขอรับ”
“นางโวยวายอย่างไร” หร่วนซื่อนั่งจิบชา ใบหน้าเฉยเมย
“เรียนฮูหยิน คุณหนูหาว่าร้านค้าขายของได้ไม่ดีอยากดูยอดรายรับรายจ่ายขอรับ”
“เจ้าเอาสิ่งใดให้นางดู”
หลงจู๊ล้วงเอาสิ่งของในแขนเสื้อยื่นส่งให้หร่วนซื่อ “เป็นสมุดบัญชีเล่มนี้ขอรับฮูหยิน”
“นางดูแล้วไม่พูดอะไรสักคำเลยหรือ”
“ไม่ปิดบังฮูหยิน สมุดบัญชีเล่มนี้ผู้น้อยเตรียมไว้ให้ฮูหยินแต่แรกขอรับ ตอนคุณหนูขอดูนางเพียงทำท่าเปิดดูเท่านั้น ผู้น้อยแอบสอดกระดาษเพิ่มไปหนึ่งแผ่นนางไม่ทักท้วง”
หร่วนซื่อเปิดสมุดบัญชีที่หลงจู๊อ้างถึงดูเงียบเชียบ แม้แต่กระดาษที่เขาสอดไว้หลอกซ่งซือหลานยังไม่ดึงออกด้วยซ้ำ วันนี้นางเด็กโง่งมสร้างปัญหาให้นางไม่น้อย ต่อให้ซ่งเหลียงไม่มาเรือนเฉียนฮวาด้วยตัวเองนางก็รู้ได้ว่าเขาไม่พอใจอย่างมาก หลงจู๊เห็นหร่วนซื่อพลิกเปิดอยู่เป็นนานยังคงนิ่งเงียบ ในใจเริ่มกังวลขึ้นมา
“สมุดบัญชีเล่มนี้มีสิ่งใดผิดไปหรือไม่ขอรับ ขอฮูหยินชี้แนะสักหน่อยกลับไปผู้น้อยจะจัดการให้ดี”
“ไม่มีสิ่งใดผิดไปหรอก เพียงแต่วันนี้ข้ามีเรื่องยุ่งยากใจอยู่บ้าง อีกเดี๋ยวหลงจู๊นำของที่ข้ามอบให้ไปคัดลอกสักรอบแล้วส่งกลับมาก็แล้วกัน”
หลงจู๊ดวงตาฉายประกายวาว “ให้ผู้น้อยปะปนมาเหมือนทุกทีใช่หรือไม่ขอรับ”
“ไม่ใช่” หร่วนซื่อปรายตามองสีหน้าหลงจู๊ “ให้คนนำมาส่งให้ทางหน้าประตูใหญ่ตามปกติ ไม่ต้องมีสิ่งใดพิเศษ”
“เข้าใจแล้วขอรับ ขอบคุณฮูหยินที่ชี้แนะ”
“เวลาไม่เช้าแล้ว หลงจู๊กลับไปเถอะ”
เงาร่างหลงจู๊ร้านฮวาเหมยจิ่นย่องออกจากเรือนเฉียนฮวา ขาไปขากลับเขาสวมอาภรณ์สีดำสนิทตลอดร่างยากจะมีผู้พบเห็น อีกทั้งสาวใช้ข้างกายหร่วนซื่อเป็นคนพาออกจากจวนด้านหลังด้วยตัวเอง เว่ยเจิ้งหรงหรี่สายตามองเส้นทางการเดินในความมืดของสาวใช้ผู้นี้ นางเดินวกวนเลี่ยงเส้นทางอยู่สองสามรอบถึงพาคนออกไปได้ แววตาเว่ยเจิ้งหรงทอประกายแพรวพราว ที่แท้เรือนหลังจวนสกุลซ่งมีคลื่นใต้น้ำดุเดือดไม่แพ้วังหลวงแม้แต่น้อย น่าสนใจ!
“นายท่านจะทำอย่างไรต่อไปขอรับ”
“เห่อตงแต่ก่อนเสียนเฟยดูแคลนเจ้าว่าชอบทำเรื่องเหม็นคาวไม่สะอาดลับหลัง ในเมื่อเปลี่ยนที่อยู่ทั้งที ลืมเลือนการทำอย่างเดิมนั้นไม่เหมาะสม”
เห่อตงยิ้มออกมา รอยยิ้มนี้น่าเกลียดยิ่งนักแต่เจ้าตัวกลับชอบมาก “ผู้น้อยเข้าใจแล้วขอรับ จะไม่ทำนายท่านผิดหวัง”
“อย่าลืมดูแลนางกินยาตามเวลา”
“ทราบแล้วขอรับ”