ข้อเสนอของพ่อกับแม่

1355 Words
บรรยากาศในช่วงสายของวันหยุดควรจะเป็นเวลาพักผ่อนที่แสนสงบ แต่สำหรับบ้านไม้สองชั้นของป้าอัญในวันนี้กลับเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงพูดคุยที่คุ้นเคย เมื่อรถกระบะคันโตป้ายทะเบียนต่างจังหวัดขับมาจอดเทียบหน้าบ้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของ "พ่อวีระ" และ "แม่นวล" พ่อและแม่แท้ๆ ของนิตาที่หอบหิ้วของฝากจากบ้านสวนมาเต็มพิกัด นิตาที่เพิ่งฟื้นไข้และกำลังนั่งเซ็งกับ "บันทึกสั่งตาย" ของเกื้อหนุนที่ทิ้งไว้ให้เธอไปทำงานชดใช้กรรม ถึงกับกระโดดโลดเต้นลืมป่วยเมื่อเห็นหน้าพ่อกับแม่ "พ่อ! แม่! มาได้ยังไงคะเนี่ย ไม่เห็นบอกนิตาเลย!" นิตาพุ่งเข้ากอดแม่นวลจนตัวกลม "ก็แม่เราน่ะสิ บ่นคิดถึงหลาน... เอ้ย บ่นคิดถึงลูกจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เห็นป้าอัญโทรไปบอกว่าป่วยหนักจนต้องหามส่งโรงพยาบาล พ่อเลยรีบบึ่งรถมาดูเนี่ย" พ่อวีระพูดพลางลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู "นิตาหายแล้วค่ะพ่อ พี่เกื้อพานิตาไปหาหมอเองกับมือเลย" นิตาอวดสรรพคุณพี่ชายข้างบ้านโดยไม่รู้ตัว แม่นวลมองสำรวจลูกสาวที่ดูซูบไปนิดหน่อย "หายแล้วก็ดีลูก แต่แม่ว่านะ... อยู่กรุงเทพฯ มันวุ่นวาย รถก็ติด อากาศก็น่ากลัว ดูซิเนี่ย ป่วยบ่อยจนแม่ใจคอไม่ดีเลย" ป้าอัญที่เดินออกมาสมทบพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสิแม่นวล ยัยนิตาน่ะมันดื้อ แอบไปแข่งกีฬาวิบากจนเลอะเทอะไปหมด ถ้าวันนั้นลูกเกื้อไม่ลางานมาดูแล ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไง" หลังจากล้อมวงกินข้าวมื้อเย็นโดยฝีมือแม่นวลจนพุงกาง พ่อวีระก็เริ่มเข้าเรื่องที่ตั้งใจมาในวันนี้อย่างจริงจัง "นิตา... พ่อกับแม่คุยกันแล้วนะลูก" พ่อวีระวางช้อนแล้วมองหน้านิตา "ช่วงหลังมานี้ พ่อเห็นลูกป่วยบ่อย แถมงานที่มหาลัยก็ดูเครียด พ่อว่าจบเทอมนี้... นิตากลับไปอยู่บ้านเราที่ต่างจังหวัดเถอะลูก" นิตาชะงักมือที่กำลังจิ้มผลไม้ "ฮะ? กลับไปอยู่บ้าน? แต่นิตายังเรียนไม่จบนะคะพ่อ" "โธ่ ลูกก็โอนหน่วยกิตไปเรียนมหาลัยแถวบ้านก็ได้ หรือจะพักการเรียนไปช่วยแม่ทำรีสอร์ตเล็กๆ ที่เราแพลนไว้ก็ได้นะ" แม่นวลเสริม "อยู่บ้านเรา อากาศดี มีปลา มีผัก นิตาไม่ต้องมาผจญภัยวิบากอะไรแบบนี้อีก แม่เป็นห่วงลูกจริงๆ นะ" นิตานิ่งไป ความรู้สึกในใจมันตีกันยุ่งเหยิง ใจหนึ่งเธอก็คิดถึงบ้านสวนแสนสงบ แต่อีกใจหนึ่ง... ภาพใบหน้าดุๆ ของพี่ชายข้างบ้านที่เพิ่งเช็ดตัวให้เธอตอนไข้ขึ้นกลับลอยเข้ามาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ในขณะเดียวกัน "เกื้อหนุน" ที่เพิ่งกลับจากการฝึกงาน กำลังเดินหิ้วกระเป๋าเอกสารจะเข้าบ้านตัวเอง เขาตั้งใจจะแวะเอา "ขนมเบเกอรี่เจ้าดัง" ที่หัวหน้าเอามาแจกไปฝากคนป่วย (ที่เขาบอกตัวเองว่าเอาไปฝากป้าอัญต่างหาก) แต่จังหวะที่เขากำลังจะก้าวข้ามรั้วเตี้ยๆ เขาก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยจากวงสนทนาที่ริมหน้าต่างบ้านนิตา "นิตาว่ายังไงลูก? กลับไปอยู่บ้านเรานะ พ่อเตรียมห้องนอนใหม่ไว้ให้ลูกแล้วด้วย" เสียงพ่อวีระดังชัดเจน เกื้อหนุนชะงักกึก เท้าที่กำลังจะก้าวแช่ค้างอยู่ในอากาศ หัวใจของนักบัญชีมาดดุที่เคยเต้นเป็นจังหวะคงที่ กลับกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เกื้อหนุนยืนนิ่งอยู่หลังพุ่มต้นเข็มที่กั้นระหว่างสองบ้าน เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่มันเหมือนร่างกายถูกแช่แข็งไปเสียดื้อๆ ในหัวเขาเริ่มประมวลผลเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลัง Error นิตาจะกลับต่างจังหวัดงั้นหรอ? ยัยดาวรั่วที่ชอบปีนรั้วหนีเที่ยวคนนั้นน่ะนะ? คนที่พ่นข้าวต้มใส่หน้าเขา... คนที่ทำให้ชีวิตที่แสนเป็นระเบียบของเขาพังพินาศในทุกๆ วัน... กำลังจะไม่อยู่ที่นี่แล้วงั้นหรอ? เขามองไปที่รั้วบ้านที่นิตาชอบแอบปีน มองไปที่โรงจอดรถที่เขาเคยจอดรอพาเธอไปหาหมอ... จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าบ้านข้างๆ ที่เคยดูวุ่นวาย มันกำลังจะกลายเป็นสถานที่ที่เงียบเหงาจนน่ากลัว "นิตา... นิตายังไม่แน่ใจค่ะพ่อ" เสียงนิตาตอบกลับมา "นิตาขอคิดดูก่อนนะคะ" "คิดอะไรอีกล่ะลูก อยู่ที่นี่ก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย พี่ชายข้างบ้านเราเขาก็ต้องทำงานต้องมีชีวิตของเขา เขามาคอยดูแลลูกตลอดไปไม่ได้หรอกนะ" เสียงแม่นวลพูดตามความเป็นจริง เกื้อหนุนกำถุงขนมในมือแน่นจนกระดาษดังกรอบแกรบ คำว่า "ตลอดไปไม่ได้" มันทิ่มแทงเข้าไปในใจเขาอย่างรุนแรง เกื้อหนุนตัดสินใจเดินออกมาจากหลังพุ่มไม้ ไม่ใช่เพื่อเข้าไปขัดจังหวะ แต่เขากลับเลือกที่จะเดินเข้าบ้านตัวเองด้วยท่าทางนิ่งเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าจังหวะที่เขาจะเปิดประตูบ้าน นิตาก็เดินออกมาที่ชานบ้านเพื่อเอาขยะมาทิ้งพอดี ทั้งคู่สบตากัน... นิตาเห็นเกื้อหนุนยืนอยู่หน้าบ้าน "อ้าว พี่เกื้อ... กลับมาแล้วหรอคะ?" เกื้อหนุนมองหน้านิตา แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ด่านิตาเรื่องแซนด์วิชเปลือกไข่ เขาไม่ได้บ่นเรื่องเสื้อเชิ้ตเลอะหมึก แต่เขาพูดออกมาเพียงคำเดียวสั้นๆ "อืม... กลับมาแล้ว" "พี่เกื้อเป็นอะไรหรือเปล่าคะ? หน้าตาดูไม่ดีเลย" นิตาเดินมาที่รั้วด้วยความสงสัย เกื้อหนุนมองดูเด็กสาวที่เพิ่งหายป่วยตรงหน้า ความรู้สึกอยากจะรั้งไว้กับความรู้สึกที่อยากให้เธอไปมีชีวิตที่ดีกว่าตีกันจนเขาพูดอะไรไม่ออก เขาเพียงแต่ชูถุงขนมในมือขึ้น "มีคนเอาขนมมาฝาก... เห็นแกป่วยเลยว่าจะเอามาให้ แต่เห็นที่บ้านมีแขก งั้น... เก็บไว้กินเองเถอะนะ" พูดจบเกื้อหนุนก็หันหลังเดินเข้าบ้านไปทันที ทิ้งให้นิตายืนงงอยู่คนเดียว "อะไรของเขา... บทจะเงียบก็เงียบจนน่าขนลุก" นิตาพึมพำ แต่ลึกๆ เธอก็รู้สึกได้ถึง "มวลความเศร้า" บางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวพี่ชายข้างบ้าน คืนนั้น นิตานอนมองเพดานห้องนอน เสียงพ่อกับแม่ที่นอนคุยกันอยู่ห้องข้างๆ เรื่องแพลนรีโนเวทห้องนอนให้เธอที่ต่างจังหวัดลอยเข้าหูมาเป็นระยะ แต่ในหัวของนิตากลับมีแต่ภาพของเกื้อหนุนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบ้าน แววตาคู่นั้นมันทำให้เธอรู้สึกจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก "ถ้าเรากลับไปจริงๆ พี่เกื้อคงจะดีใจสินะ... ชีวิตเขาจะได้กลับมาเป็นระเบียบ ไม่มีใครไปกวนใจ ไม่มีใครไปทำเสื้อเขาเลอะ... แต่ทำไม... ทำไมเราถึงไม่อยากเห็นเขาดีใจแบบนั้นเลยนะ?" ในขณะเดียวกัน เกื้อหนุนก็นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่หน้าจอไม่ได้เปิดโปรแกรม Excel กลับมีเพียงหน้าต่างแชทของเขากับนิตาที่เขากำลังพิมพ์ข้อความค้างไว้ว่า: "อย่าเพิ่งไปได้ไหม..." ก่อนที่เขาจะกดลบข้อความนั้นทิ้งไป แล้วเปลี่ยนเป็น: "พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า เตรียมตัวมาทำงานชดใช้กรรมที่ค้างไว้ด้วย ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียว!" เกื้อหนุนถอนหายใจยาว... เขาตัดสินใจแล้วว่า ตราบใดที่นิตายังอยู่ที่นี่ เขาจะทำทุกวิถีทางให้เธอ "วุ่นวาย" จนไม่มีเวลาคิดเรื่องย้ายกลับต่างจังหวัดเด็ดขาด!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD