นิตานอนซมเป็นผักลวกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ผลพวงจากมหกรรม "วิ่งวิบากนองซอสมะเขือเทศ" และการสวมวิญญาณร็อกเกอร์สาวดีดกีตาร์สู้ลมหนาวจนดึกดื่นส่งผลทันตาเห็นในเช้าวันต่อมา นิตาที่เคยซ่าจนกู้ไม่อยู่บัดนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยพิษไข้ ปากแห้งผาก และส่งเสียงไอคุกคิกเหมือนลูกแมวป่วยอยู่ในคอก
"ป้าอัญ" เดินเข้ามาดูอาการหลานสาวในไส้พร้อมกับเอาหลังมือแตะหน้าผาก ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว "ตายแล้วยัยนิตา! ร้อนอย่างกับกระติกน้ำร้อน แม่บอก... เอ๊ย! ป้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปเล่นอะไรพิเรนทร์ๆ แข่งวิ่งวิบากภาษาอะไรถึงเอาซอสมะเขือเทศมาพอกหน้าพอกตัวจนปอดบวมแบบนี้!"
"ป้าอัญ... นิตาแค่... อยากสร้างตำนาน..." เสียงแหบพร่าตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะจามออกมาจนตัวโยนจนหัวสั่นหัวคลอน
เนื่องจากวันนี้ป้าอัญมีนัดสำคัญกับสมาคมแม่บ้านที่ยกเลิกไม่ได้ และพ่อแม่ของนิตาก็อยู่ต่างจังหวัดกันหมด ป้าอัญจึงหันไปพึ่งพาทางรอดเดียวที่มีนั่นคือ "เกื้อหนุน" พี่ชายข้างบ้านมาดเนี๊ยบที่กำลังผูกเนกไทเตรียมไปฝึกงานตรวจสอบบัญชีวันสุดท้ายของสัปดาห์พอดี
"ลูกเกื้อ! ช่วยป้าหน่อยเถอะลูก!" ป้าอัญเกาะรั้วบ้านตะโกนเรียกด้วยความลนลาน "ยัยนิตามันไข้ขึ้นสูงปรี๊ด ป้าต้องไปธุระจริงๆ ฝากพานิตาไปโรงพยาบาลทีนะลูกนะ ป้ากลัวมันจะเพ้อจนช็อกไปเสียก่อน"
เกื้อหนุนชะงักมือที่กำลังจัดปกเสื้อ "ฮะ? ยัยตัวแสบนั่นป่วยเหรอครับ? เมื่อคืนยังเห็นกระโดดโลดเต้นโซโล่กีตาร์ปานวิญญาณร็อกสตาร์เข้าสิงอยู่เลย"
"นั่นแหละลูก สงสัยจะใช้พลังงานมากเกินขีดจำกัดมนุษย์ ตอนนี้ขี้มูกโป่งนอนคุดคู้อยู่บนเตียงนู่น ป้าฝากด้วยนะลูก!"
เกื้อหนุนถอนหายใจยาวเหยียด เขามองนาฬิกาข้อมือแล้วนึกถึงกองเอกสารงบดุลที่รออยู่ที่ออฟฟิศ แต่พอเห็นสีหน้ากังวลของป้าอัญที่เอ็นดูนิตาเหมือนลูกในไส้ เขาก็ใจอ่อน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาหัวหน้าฝึกงานด่วน: "ขออนุญาตลากิจครึ่งวันครับ พอดีมี 'ภาระข้างบ้าน' ป่วยกะทันหันครับ"
เขาก้าวข้ามรั้วบ้านมายังห้องนอนของนิตา เห็นหลานสาวตัวดีของป้าอัญนอนขดตัวเป็นก้อนกลมๆ อยู่บนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนรังนกที่ถูกพายุพัดถล่ม
"นี่... ยัยร็อกเกอร์หน้าซอส ลุกขึ้นไหวไหม?" เกื้อหนุนเรียกพลางสะกิดไหล่
นิตาลืมตาขึ้นมาปรือๆ "พี่เกื้อ... นิตาเห็น... เห็นตัวเลขบัญชีลอยเป็นผีซอสมะเขือเทศเต็มห้องเลย..."
"เพ้อใหญ่แล้วแกน่ะ ลุกขึ้น! เดี๋ยวฉันพาไปหาหมอ" เกื้อหนุนประคองนิตาให้ลุกขึ้น แต่คนป่วยตัวอ่อนปวกเปียกจนหัวซบลงที่แผงอกของเขาพอดี กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจากเสื้อเชิ้ตของเกื้อหนุนทำให้นิตารู้สึกเคลิ้มจนเกือบจะหลับต่อ
"อย่ามาเนียนหลับบนตัวฉันนะนิตา! ไปอาบน้ำล้างหน้าเดี๋ยวนี้!"
เกื้อหนุนกึ่งลากกึ่งจูงนิตามาถึงโรงพยาบาลในสภาพที่นิตาสวมชุดนอนลายหมีสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวตัวโคร่ง แว่นสายตาเอียงกระเท่เร่ และถือถุงพลาสติกเตรียมคายของเก่าตลอดเวลา
"คนไข้ชื่อนิตา เชิญที่ช่องคัดกรองค่ะ" พยาบาลเรียก
เกื้อหนุนพานิตาไปนั่งบนตาชั่ง แต่นิตาที่มึนหัวสุดขีดดันไป "กอดเสาตาชั่ง" แล้วพยายามจะปีนขึ้นไปประหนึ่งเป็นหมีแพนด้าในสวนสัตว์เชียงใหม่
"นิตา! ลงมา! เขาให้ยืนชั่งเฉยๆ ไม่ใช่ให้ปีน!" เกื้อหนุนรีบดึงตัวเธอลงมา ท่ามกลางสายตาขำขันของคนไข้รอบข้าง
จังหวะที่ต้องวัดความดัน นิตาก็เริ่มออกอาการเปิ่นตามสไตล์คนไข้ไข้ขึ้น เธอเห็นเครื่องวัดความดันที่บีบแขนแน่นๆ แล้วเธอก็อุทานออกมาเสียงดัง "อุ๊ย... พี่พยาบาลคะ... เครื่องมันกำลัง... กอดแขนนิตาแน่นจังเลยค่ะ มันแอบชอบนิตาแน่ๆ เลย"
เกื้อหนุนเอามือกุมขมับ "พยาบาลครับ... ช่วยวัดไข้ที่สมองเธอด้วยนะครับ ผมว่ามันน่าจะไหม้แดดไปแล้ว"
พอถึงคิวเข้าห้องตรวจ หมอถามอาการ "เป็นยังไงบ้างครับนิตา เจ็บตรงไหนไหม?"
นิตาที่สติเริ่มลอยล่องตอบกลับไปว่า "เจ็บใจค่ะหมอ... เจ็บใจที่วิ่งวิบากแล้วหน้าเลอะซอสจนไม่สวย... หมอมีซอสพริกไหมคะ นิตาว่ามันน่าจะเข้ากับหน้านิตามากกว่า..."
หมอหันไปมองหน้าเกื้อหนุนด้วยความฉงน เกื้อหนุนรีบแก้ตัวพัลวัน "เอ่อ... น้องผม เอ๊ย หลานป้าอัญเขาเพิ่งผ่านงานกีฬาสีมหาลัยมาครับหมอ สงสัยสารเคมีในซอสมะเขือเทศจะซึมเข้ากระแสเลือดจนเพ้อ ให้ยาแรงๆ ได้เลยครับหมอ ผมอนุญาต!"
"เดี๋ยวพยาบาลจะฉีดยาลดไข้ให้เข็มหนึ่งนะคะ" พยาบาลพูดพร้อมเตรียมอุปกรณ์ที่ดูแหลมคม
นิตาที่เกลียดเข็มฉีดยายิ่งกว่าเกลียดวิชาบัญชีของเกื้อหนุน ลุกพรวดขึ้นจากเตียงคนไข้ทันที "ไม่! นิตาไม่ฉีด! นิตาหายแล้ว! นิตาแข็งแรงเหมือนควายธนูที่พร้อมจะโซโล่กีตาร์ต่อแล้วค่ะพี่พยาบาล!"
เธอกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งหนีไปรอบห้องตรวจ เกื้อหนุนต้องรับบท "บุรุษพยาบาลจำเป็น" วิ่งไล่จับนิตาจนวุ่นวายไปทั้งแผนกอายุรกรรม
"นิตา! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! อยากตายหรือไง!"
"ไม่เอา! เข็มมันแหลม! พี่เกื้อช่วยนิตาด้วย!" นิตาวิ่งไปหลบหลังเกื้อหนุนแล้วเอาหน้าซุกหลังเขาแน่นจนเสื้อเชิ้ตเขายับยู่ยี่
"เออ! ฉันช่วยแกอยู่นี่ไง ช่วยจับแกให้พยาบาลจิ้มตูดเนี่ย!" เกื้อหนุนล็อกตัวนิตาไว้แน่นด้วยวงแขนแข็งแรง "อยู่นิ่งๆ นะนิตา ถ้าแกดิ้นแล้วเข็มหักคาตูด ฉันไม่ช่วยแกดึงออกนะโว้ย"
นิตาหลับตาปี๋ ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ "พี่เกื้อ... นิตากลัว..."
เห็นหลานป้าอัญกลัวจนตัวสั่น เกื้อหนุนก็เริ่มใจอ่อนลงเล็กน้อย เขาเปลี่ยนจากการล็อกตัวมาเป็นกอดปลอบเบาๆ แล้วเอามือปิดตานิตาไว้ "หลับตาซะ... ไม่ต้องมอง เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว... ถ้าเจ็บก็กัดแขนเสื้อฉันได้เลย"
จึ๊ก!
"โอ๊ยยยยยยย!" นิตาร้องลั่นสนาม ไม่ใช่เพราะเจ็บทีเข็มจิ้มที่แขน แต่เพราะเธอตกใจเสียงเกื้อหนุนที่ดันตะโกนลุ้นไปกับเธอด้วยความตื่นเต้น
หลังจากฉีดยาเสร็จ นิตาก็อยู่ในสภาพ "ปิดสวิตช์" เธอหลับปุ๋ยไปบนรถเก๋งมาดเนี๊ยบของเกื้อหนุนระหว่างทางกลับบ้าน เกื้อหนุนมองดูใบหน้ายามหลับของยัยหลานสาวข้างบ้านที่ดูสงบเงียบผิดปกติ คราบบางอย่างที่แก้ม (ที่เขาสงสัยว่าเป็นซอสมะเขือเทศที่ล้างไม่สะอาดจากเมื่อวาน) ทำให้เขาแอบหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว
เมื่อถึงบ้าน เกื้อหนุนแบกนิตาขึ้นไปวางบนเตียงอย่างทุลักทุเล เขาต้องลางานช่วงบ่ายต่อเพื่ออยู่ดูแลคนป่วยตามคำสั่งกึ่งร้องขอของป้าอัญ
เขาเดินลงไปต้มข้าวต้มในครัวบ้านนิตา... หนุ่มบัญชีมาดเนี๊ยบที่ปกติจะจับแต่ปากกาและเครื่องคิดเลข บัดนี้ต้องมาจับตะหลิวคนข้าวต้มที่เริ่มจะไหม้ติดก้นหม้อจนส่งกลิ่นแปลกๆ
"กินได้ไหมเนี่ย... สูตรบัญชีงบดุลไม่มีสอนเรื่องสัดส่วนข้าวกับน้ำซะด้วย" เกื้อหนุนพึมพำขณะตักข้าวต้มใส่ชาม
เขาเดินขึ้นไปเรียกนิตา "เฮ้... ตื่นมากินข้าวต้มก่อน จะได้กินยา"
นิตาค่อยๆ ยันตัวขึ้น สติเริ่มกลับมาบ้างแล้วเธอมองเห็นเกื้อหนุนที่เสื้อเชิ้ตราคาแพงมีรอยยับย่นและคราบน้ำข้าวต้มติดอยู่ที่แขนเสื้อ "พี่เกื้อ... พี่ลางานมาเฝ้านิตาเหรอ?"
"เออเซ่! ถ้าฉันไม่เฝ้า ป้าอัญกลับมาเจอแกนอนเพ้อเรื่องซอสมะเขือเทศจนตกเตียงคอหัก แกได้กลายเป็นผีเฝ้าบ้านแน่ๆ"
"พี่เกื้อ... ขอบคุณนะ" นิตาพูดเสียงอ่อย "นิตารู้ว่าพี่งานยุ่ง..."
"รู้ก็ดีแล้ว... เพราะฉะนั้น หายเร็วๆ แล้วรีบไปล้างรถให้ฉันเป็นการชดเชยด้วย ค่าลางานหนึ่งวันของฉันมันแพงมากนะบอกก่อน" เกื้อหนุนพูดพลางยื่นช้อนข้าวต้มเข้าปากนิตา
นิตาอ้าปากรับข้าวต้ม แต่ด้วยความเปิ่นที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอ แม้จะป่วยเธอก็เผลอสะอึกจนข้าวต้มพุ่งออกมาใส่หน้าเกื้อหนุนเต็มๆ!
"..." ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอน
"นิตา... แก... แกพ่นข้าวต้มใส่หน้าอัยการบัญชีอย่างฉันเหรอ!"
"ขอโทษค่ะพี่เกื้อ! นิตาไม่ได้ตั้งใจ! มันเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับของคนเป็นไข้!" นิตารีบหยิบผ้าห่มมาเช็ดหน้าให้เขา แต่มันกลับทำให้หน้าเกื้อหนุนเลอะเทอะกว่าเดิมเพราะผ้าห่มก็มีแต่คราบน้ำมูกเธอ
เกื้อหนุนหลับตาลงพยายามนับหนึ่งถึงสิบล้านในใจ "ฉันคิดผิดจริงๆ ที่ลางานมาดูแลแก... ยัยหายนะข้างบ้านเอ๊ย!"
เย็นวันนั้น เมื่อป้าอัญกลับมาถึงบ้านด้วยความรีบร้อน เธอเห็นเกื้อหนุนนอนหลับคอพับอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงนิตา ในมือยังถือแผ่นเจลลดไข้ค้างไว้ ส่วนนิตาก็นอนหลับปุ๋ย หน้าผากมีแผ่นเจลแปะเอียงๆ อยู่หนึ่งแผ่นจากการกระทำของเกื้อหนุน
ป้าอัญยิ้มด้วยความเอ็นดู "คู่นี้เนี่ย... ปากบอกว่าไม่ถูกกัน แต่เวลาลำบากเกื้อหนุนก็ไม่เคยทิ้งนิตาเลยจริงๆ"
เกื้อหนุนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เห็นป้าอัญเขาก็รีบจัดท่าทางให้ดูเนี๊ยบเหมือนเดิมทันที "ป้าครับ... นิตาไข้ลดแล้วครับ แต่ผมว่าป้าควรพามันไปเช็คระบบพ่นน้ำด้วยนะ เห็นพ่นข้าวต้มใส่ผมไม่หยุดเลย"
"จ้ะๆ ขอบใจมากนะลูกเกื้อ เดี๋ยวป้าทำกับข้าวอร่อยๆ ไปขอบคุณนะจ๊ะ"
เกื้อหนุนเดินกลับบ้านตัวเองพลางมองดูรอยเลอะบนเสื้อเชิ้ต เขาบ่นพึมพำไปตลอดทาง แต่ในใจเขากลับรู้สึกโล่งอกที่เห็นว่ายัยหลานป้าอัญเริ่มมีแรงประชดประชันเขาได้บ้างแล้ว
"เป็นร็อกเกอร์ร่วงคาถังซอสมันก็แย่พอแล้ว... อย่ามาป่วยให้ฉันต้องเสียงานเสียการบ่อยนักนะนิตา ยัยตัววุ่นวาย" เกื้อหนุนคิดในใจพร้อมกับแอบยิ้มมุมปากเพียงลำพังในความมืด