รอยร้าวในใจ

1238 Words
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้ง แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างห้องพักไม่ได้ช่วยให้ นิตา รู้สึกสดชื่นขึ้นเลย ร่างกายของสาวน้อยเฟรชชี่วิศวะเพิ่งจะกระเตื้องขึ้นจากอาการไข้หวัดใหญ่ที่รุมเร้ามาหลายวัน ความอบอุ่นจากการปรนนิบัติของพ่อและแม่เมื่อวานนี้ยังคงติดอยู่ที่ผิวสัมผัส แต่หัวใจของเธอกลับหนาวเหน็บเมื่อนึกถึงข้อความสุดท้ายที่ได้รับจาก เกื้อหนุน “พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า เตรียมตัวมาทำงานชดใช้กรรมที่ค้างไว้ด้วย ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียว!” นิตามองตัวเองในกระจก พยายามจัดแต่งเสื้อให้เรียบร้อย ใบหน้าที่ซูบเซียวลงเล็กน้อยถูกเติมแต่งด้วยความมุ่งมั่นที่ฝืนทน เธอเดินออกจากห้องนอนมุ่งหน้าไปยังข้างบ้านที่เกื้อหนุนกำลังนั่งทำงานอยู่ ในหัวของเธอวนเวียนอยู่กับสองทางเลือกที่พ่อแม่หยิบยื่นให้เมื่อวานนี้ ‘กลับบ้านเราเถอะลูก จบเทอมหนึ่งนี้แล้วกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่บ้านเรานะ พ่อกับแม่ไม่อยากเห็นหนูต้องมาลำบากสู้รบตบมือกับใครที่นี่อีกแล้ว’ คำพูดนั้นเป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเหมือนความพ่ายแพ้ที่เธอไม่อยากยอมรับ นิตารักคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เธออุตสาหะสอบเข้ามาได้ แต่เธอก็เกลียดความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวระหว่างเธอกับพี่ชายบ้านติดกันคนนี้เหลือเกิน เมื่อเข็มนาฬิกาชี้เลขเก้า นิตาผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของเกื้อหนุน บรรยากาศภายในเย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่ความร้อนรุ่มกลับพลุ่งพล่านอยู่ในอกทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของหนุ่มบัญชีปี 4 เขานั่งอยู่หลังกองเอกสารขนาดมหึมา ใบหน้าที่เคยดูอบอุ่นในสายตาของสาวๆ ทั้งมหาลัย บัดนี้กลับบึ้งตึงและแผ่รังสีคุกคามออกมาอย่างเห็นได้ชัด “มาแล้วค่ะ” นิตาเอ่ยสั้นๆ พยายามไม่ให้เสียงสั่น เกื้อหนุนไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีเล่มหนา เขาเคาะปากกาลงบนโต๊ะเป็นจังหวะที่น่ารำคาญ “มาตรงเวลาดีนี่... นึกว่าจะมัวแต่ออเซาะพ่อแม่จนลืมวันลืมคืนไปแล้ว” คำประชดประชันประโยคแรกทำให้นิตาหน้าชา “นิตามาตามที่พี่สั่งแล้ว พี่มีงานอะไรก็บอกมาเถอะค่ะ อย่าพูดจาเสียดสีกันเลย” เกื้อหนุนวางปากกาเสียงดัง ปึก! ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่สั่งสมมาตั้งแต่เมื่อวาน ความจริงคือเขาสับสน... เขาบังเอิญไปได้ยินบทสนทนาที่แม่ของนิตาชวนเธอกลับบ้าน ความรู้สึกใจหายที่วูบขึ้นมาอย่างกะทันหันถูกเปลี่ยนเป็นความโกรธตามนิสัยทิฐิสูงของเขา “ฉันพูดเรื่องจริง! เมื่อวานตอนที่พ่อแม่เธอมาหา ฉันก็ได้ยินเต็มสองหูว่าเธอจะชิ่งหนีกลับบ้านหลังจบเทอมนี้” เกื้อหนุนลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมาช้าๆ จนเกือบจะประชิดตัวนิตา “กรรมที่เธอทำไว้กับฉัน มันไม่ได้ล้างออกง่ายๆ แค่การเดินหนีไปพึ่งใบบุญพ่อแม่นะนิตา อย่าคิดว่าฉันจะยอมปล่อยให้เธอหายไปเฉยๆ โดยที่ฉันยังไม่ได้เอาคืนให้สาสม!” “กรรมอะไรนักหนาคะพี่เกื้อ!” นิตาสวนกลับด้วยความเหลืออด น้ำตาเริ่มคลอหน่วย “นิตาทำอะไรผิดนักเหรอ? แค่หนูทำเดตของพี่พัง? หรือแค่เพราะบ้านเราติดกันแล้วพี่อยากจะข่มหนูไปตลอดชีวิต? ที่พ่อแม่ชวนกลับบ้านเพราะเขาเป็นห่วงนิตา นิตาป่วย... พี่เห็นไหมว่านิตาเพิ่งฟื้นไข้!” “คนป่วยที่ไหนเขาดีดกีตาร์เล่นเพลงเศร้าได้เป็นชั่วโมงๆ เมื่อคืนล่ะ?” เกื้อหนุนตวาดกลับ “ฉันยืนฟังอยู่ข้างหน้าต่างบ้าน เธอไม่ได้ดูป่วยเลยสักนิด เธอแค่กำลังเล่นละครเรียกร้องความสงสาร เผื่อว่าฉันจะใจอ่อนปล่อยให้เธอหนีกลับบ้านไปหาพ่อแม่ได้ง่ายๆ ใช่ไหม!” นิตาสั่นไปทั้งตัว ความเสียใจที่เขาไม่เคยพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของเธอเลยมันจุกอยู่ที่ลำคอ เพลงเศร้าที่เธอเล่นเมื่อคืนคือบทเพลงระบายความสับสนในใจที่เธอไม่สามารถบอกใครได้ แต่เขากลับมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือในการโกหก “พี่มันใจดำ... พี่เกื้อหนุนคนเดิมหายไปไหนหมดคะ? พี่คนที่เคยแบ่งขนมให้นิตา คนที่เคยสอนการบ้านนิตาตอนเด็กๆ ... ตอนนี้มีแต่คนเห็นแก่ตัวที่ใช้ความแค้นบังตา!” “คนที่เธอพูดถึงน่ะ เขาตายไปพร้อมกับความเชื่อใจที่ฉันเคยมีให้เธอแล้ว!” เกื้อหนุนคว้าแฟ้มเอกสารบัญชีแยกประเภทกองหนาปึกยัดใส่มือนิตา “เลิกคร่ำครวญ แล้วเอาสมุดพวกนี้ไปตรวจสอบซ้ำ ข้อมูลบัญชีของปีที่แล้วทั้งหมด ฉันต้องการหาจุดที่ตัวเลขคลาดเคลื่อน ถ้าเธอยังอ้างว่าเด็กวิศวะฯ เก่งคำนวณนักหนา ก็พิสูจน์ให้เห็นสิว่าเธอทำงานนี้ได้ดีกว่าการนั่งบีบน้ำตา!” นิตารับแฟ้มงานมาอย่างจำยอม เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเล็กมุมห้องที่เกื้อหนุนจัดเตรียมไว้ ตัวเลขเป็นพันเป็นหมื่นตัวเริ่มพร่ามัวในสายตาของเธอ ความอ่อนล้าจากพิษไข้ยังไม่จางหายไปหมดสิ้น ยิ่งต้องมาเจอแรงกดดันจากคนที่เคยรักและเคารพเหมือนพี่ชายแท้ๆ ยิ่งทำให้สมาธิของเธอหลุดลอย เธอก้มมองสมุดบัญชี แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นใบหน้าของพ่อที่ดูทรุดโทรมลงไปมากเมื่อวานนี้ ความสับสนตีรวนขึ้นมาในอก... ‘จะสู้ต่อเพื่อพิสูจน์ตัวเอง หรือจะยอมแพ้แล้วกลับไปเป็นลูกสาวตัวน้อยในบ้านที่แสนสงบ?’ ท่วงทำนองเพลงเศร้าจากกีตาร์เมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในหู มันเหมือนเป็นเสียงเตือนสติว่าไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหน เธอก็ต้องเจ็บปวดอยู่ดี ถ้าเธออยู่ต่อ... เธอต้องทนรบรากับเกื้อหนุนที่พร้อมจะเหยียบย่ำเธอทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ถ้าเธอไป... เธอจะกลายเป็นคนขี้ขลาดในสายตาของเขาไปตลอดกาล เกื้อหนุนลอบมองแผ่นหลังเล็กๆ ของนิตาจากโต๊ะทำงานของเขา ความเงียบในห้องทำงานเริ่มเข้าปกคลุม แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าระหว่างคนสองคน ความหงุดหงิดในใจของเกื้อหนุนไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขารู้ตัวว่าเขาทำรุนแรงเกินไป แต่ทิฐิและความกลัวที่จะเสียเธอไปทำให้เขาเลือกที่จะผูกมัดเธอไว้ด้วยความแค้นแทนที่จะเป็นความรักอย่างที่เคยเป็น “อย่ามัวแต่นั่งใจลอย ถ้าเที่ยงนี้งานไม่คืบหน้า ฉันจะโทรไปบอกป้าอัญของเธอเองว่าหลานสาวเขาไร้ความรับผิดชอบแค่ไหน!” เกื้อหนุนสำทับด้วยน้ำเสียงกระด้าง นิตาไม่ตอบโต้ เธอเพียงแค่ก้มหน้าลง และเริ่มต้นขยับปากกาจดบันทึกตัวเลขตัวแรกด้วยมือที่สั่นน้อยๆ การตัดสินใจครั้งใหญ่ของชีวิตเธอยังไม่สิ้นสุด แต่วันนี้... เธอต้องผ่าน "กรรม" ที่เกื้อหนุนหยิบยื่นให้ไปให้ได้เสียก่อน แม้ว่าใจของเธอจะแตกสลายไม่มีชิ้นดีแล้วก็ตาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD