งานกีฬาสีมหาวิทยาลัยปีนี้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นปีที่ "นองเลือด" (ด้วยซอสมะเขือเทศ) และ "นองน้ำตา" (จากการขำจนท้องคัดท้องแข็ง) มากที่สุด เมื่อ "นิตา" ถูกเพื่อนร่วมคณะบริหารโหวตแกมบังคับให้ลงแข่ง "วิ่งวิบากมหากาฬ" ซึ่งเป็นรายการปิดท้ายที่รวมเอาความซวยทุกรูปแบบมาไว้ในที่เดียว
เหตุผลที่เพื่อนเลือกนิตาน่ะเหรอ? ง่ายมาก "นิตาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้" เพื่อนสนิทคนหนึ่งกล่าวขณะสวมหมวกกันน็อกให้นิตา "แกไม่ต้องพยายามโก๊ะหรอกนิตา แค่แกเดินเฉยๆ โลกก็วิบากสำหรับแกแล้ว"
ที่อัฒจันทร์ฝั่งประธาน "เกื้อหนุน" ในชุดเชิ้ตขาวพับแขนเสื้อมาดเนี๊ยบ นั่งกอดอกมองลงมาที่ลู่วิ่งด้วยสายตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความสงสารกับความอยากจะเอาถุงคลุมหัวตัวเองเพื่อบอกว่าไม่รู้จักยัยนี่
ยกที่ 1: วิ่งวิบากสะท้านโลกันตร์
"ปัง!" เสียงปืนปล่อยตัวดังขึ้น
นิตาออกตัววิ่งพุ่งทะยาน... ไปได้เพียงสามก้าวเธอก็สะดุดเชือกรองเท้าตัวเองจนตัวลอย แต่นี่คือนิตา! เธอไม่ได้ล้มธรรมดา เธอใช้วิธี "ม้วนหน้าสามตลบ" จนพุ่งเข้าไปในด่านแรกคือ "ด่านกินวิบาก" ได้เร็วกว่าคนอื่นเสียอีก
ด่านแรกคือการกินขนมปังที่ห้อยอยู่บนเชือกโดยห้ามใช้มือ แต่ความโหดร้ายคือขนมปังนั้นถูกราดด้วย "ซอสมะเขือเทศ" มาแบบฉ่ำวาวจนเยิ้มหยด นิตาอ้าปากกว้างหมายจะงับทีเดียวให้จบเรื่อง แต่จังหวะที่เธอกระโดดงับ ลมดันพัดหวนทำให้ขนมปังเหวี่ยงมาฟาดหน้าเธอเต็มรัก!
แปะ!
ซอสมะเขือเทศสีแดงสดกระจายเต็มแก้มและจมูกนิตาประหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสมรภูมิรบ นิตาไม่ยอมแพ้ เธอพยายามสะบัดหน้าเพื่องับขนมปังต่อ แต่ยิ่งสะบัด ซอสก็ยิ่งป้ายไปทั่วหน้าจนตอนนี้สภาพเธอเหมือน "โจ๊กเกอร์" เวอร์ชันหิวโซ
"นิตา! หน้าแกเหมือนไปฟัดกับถังซอสมาเลยโว้ย!" เกื้อหนุนตะโกนลงมาจากอัฒจันทร์พลางขำจนไหล่สั่น
นิตางับขนมปังเข้าปากได้ในที่สุด แต่ความซวยซ้อนคือซอสมะเขือเทศดันหยดลงบนเสื้อนิสิตขาวสะอาดจนกลายเป็นลายจุดสีแดง นิตารีบวิ่งต่อไปยังด่านที่สองคือ "วิบากแป้ง"
เธอจุ่มหน้าที่มีซอสมะเขือเทศแฉะๆ ลงไปในถาดแป้งทันที! ผลที่ได้คือแป้งสีขาวผสมกับซอสมะเขือเทศสีแดง กลายเป็น "แป้งเปียกสีชมพู" พอกหน้าเธอหนาเตอะประหนึ่งพอกโคลนกุหลาบ นิตาเงยหน้าขึ้นมามองไม่เห็นทางเพราะแป้งเปียกอุดรูตา
"ฮัดชิ้ววววว!"
นิตาจามออกมาหนึ่งที แป้งผสมซอสพุ่งกระจายใส่นิสิตข้างๆ จนอีกฝ่ายยืนอึ้ง นิตาฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนกำลังตกตะลึง คว้าถุงกระสอบมาใส่แล้วโดด "ดึ๋ง ดึ๋ง" เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งในสภาพที่หน้าเหมือนเค้กสตรอว์เบอร์รีที่ทำตกพื้น
ยกที่ 2: การแสดงดนตรี "นิตาคืนชีพ... ร็อกถล่มโลกันตร์!"
ช่วงค่ำเป็นงานเลี้ยงฉลองปิดกีฬาสี บรรยากาศในสนามเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อถึงคิวการแสดงดนตรี นิตาที่เพิ่งล้างคราบแป้งออกจากซอกหูเสร็จ เดินขึ้นเวทีมาในชุดแจ็กเกตหนังสีดำทับชุดนิสิต ผมที่เคยยุ่งเหยิงถูกรวบตึงเป็นหางม้าสูงดูโฉบเฉี่ยว
ทุกคนในงานต่างกลั้นหายใจ เตรียมขำรอเพราะคิดว่านิตาจะมา "ปาหี่" เหมือนรอบก่อนๆ แม้แต่เกื้อหนุนยังเตรียมยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปช็อตหลุดๆ ไว้ล้อ
แต่ทว่า... ทันทีที่นิตาคว้า "กีตาร์ไฟฟ้า" สีแดงเพลิงขึ้นมาสะพาย แววตาที่เคยลนลานก็เปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทและดุดันประหนึ่งวิญญาณร็อกสตาร์เข้าสิง เธอกวาดสายตาไปรอบสนามก่อนจะเหยียบเอฟเฟกต์เสียงแตก (Distortion) จนดังสนั่น
แปร๊นนนนนนนน!
เสียงกีตาร์แผดก้อง นิตาสับคอร์ดร็อกด้วยจังหวะที่รุนแรงและแม่นยำจนคนทั้งสนามเงียบกริบ เธอเริ่มร้องเพลงร็อกสากลจังหวะเดือดๆ เสียงของเธอที่ปกติจะดูเอ๋อๆ กลับกลายเป็นพลังเสียงทรงพลังที่สะกดคนฟังได้อยู่หมัด
"Are you ready!!!" นิตาตะโกนใส่ไมค์พร้อมสะบัดหัวทำ Headbang จนผมกระจาย
จังหวะที่นิตาโซโล่กีตาร์ เธอโชว์ลีลา "สไลด์เข่า" ไปกับพื้นเวทีอย่างคล่องแคล่ว (ซึ่งจริงๆ เธอแอบลื่นน้ำแข็งที่หกอยู่ แต่เธอกลับใช้ความลื่นนั้นให้เป็นประโยชน์จนดูเหมือนนักดนตรีมือโปร!) เธอดีดกีตาร์รัวเร็วประหนึ่งนิ้วระบำอยู่บนสายลวด ทิ้งภาพจำนิตาจอมเปิ่นหายไปในพริบตา
เกื้อหนุนที่ยืนถือโทรศัพท์ค้างอยู่ ถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงเกือบบินเข้าปาก "นี่มันนิตาคนเดียวกับที่วิ่งตกถังแป้งเมื่อบ่ายจริงๆ หรอวะ?" เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความทึ่ง
การแสดงจบลงด้วยท่าจบนิตากระโดดลงจากลำโพงยักษ์แล้วฟาดคอร์ดสุดท้ายจนสายแทบขาด เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ "นิตา! นิตา! นิตา!" ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย เธอยืนหอบหายใจพร้อมเหงื่อที่อาบหน้า แต่รอยยิ้มบนหน้าเธอนั้นคือรอยยิ้มของผู้ชนะตัวจริง
ยกที่ 3: กำลังใจจากพี่ชายข้างบ้าน
นิตาเดินลงจากเวทีในสภาพเหงื่อท่วมตัว เธอถอดแจ็กเกตหนังออกเหลือเพียงเสื้อนิสิตขาวโพลนที่เปียกชุ่ม เธอไปนั่งพักเหนื่อยอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนหลังเวทีคนเดียวพลางเช็ดเหงื่อ
"นิตา... กินน้ำหน่อยไหม?" เสียงคุ้นหูจากด้านหลัง
นิตาเงยหน้าขึ้นมาเห็นเกื้อหนุนถือขวดน้ำเย็นๆ พร้อมถุงน้ำแข็งมาส่งให้ เขาไม่ได้หัวเราะเหมือนตอนบ่าย แต่แววตาของเขาดูเปลี่ยนไป มันมีความภูมิใจลึกๆ ซ่อนอยู่ข้างใน
"พี่เกื้อ... เมื่อกี้... นิตาเท่ไหมคะ?" นิตาถามด้วยเสียงแหบพร่า
เกื้อหนุนนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะยื่นขวดน้ำให้ "เออ... ก็พอใช้ได้ นึกว่าเครื่องปั่นไฟระเบิดซะอีก"
"โธ่ พี่เกื้อ! ชมหน่อยก็ไม่ได้" นิตาทำหน้ามุ่ย
"เออๆ เท่มาก..." เกื้อหนุนยอมรับออกมาเบาๆ "แกทำเอาคนทั้งวิศวะบ้าคลั่งไปเลยนะรู้ไหม พวกไอ้โยไอ้บาสมันชมแกไม่ขาดปากเลยว่า 'น้องนิตาสุดยอด' ส่วนฉัน..."
"ส่วนพี่ทำไมคะ?" นิตาจ้องตา
"ส่วนฉัน... ฉันแค่ดีใจที่แกไม่ตกเวทีคอหักตายไปซะก่อนน่ะสิ" เกื้อหนุนรีบเบือนหน้าหนีเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้ม "ไป... กลับบ้านได้แล้ว ป้าอัญรอกินข้าวฉลองที่แกไม่โดนไล่ออกจากสนามแข่ง"
นิตามองตามแผ่นหลังของเกื้อหนุนที่เดินนำไป เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ไม่ใช่เพราะเธอชนะการแข่งวิ่ง หรือเพราะเธอแสดงดนตรีได้ดี แต่เป็นเพราะเธอรู้ว่า... ไม่ว่าเธอจะอยู่ในลุคไหน จะเป็นยัยบ๊องตกถังแป้ง หรือร็อกเกอร์สาวสุดเท่ เธอก็จะมีพี่ชายข้างบ้านคนนี้คอยเดินตามหลังและคอยส่งน้ำให้เสมอ
"ถึงโลกจะวิบากใส่นิตาแค่ไหน แต่อย่างน้อยนิตาก็ยังมี 'บอดี้การ์ดส่วนตัว' ที่คอยดูแลอยู่ข้างๆ เสมอแหละนะ"