ในขณะที่นิตากำลังจะตัดสินใจยอมจำนนและเดินเข้าไปถามทางรุ่นพี่สถาปัตย์ที่กำลังนั่งสเก็ตช์ภาพอยู่ เสียงเรียกเข้ามือถือก็ดังขึ้น... เป็นเบอร์ที่เธอไม่ได้เมมชื่อไว้ แต่จำตัวเลขสี่ตัวท้ายที่ดูเรียงกันอย่างเป็นระเบียบได้อย่างแม่นยำ
08X-XXX-1234
"ฮัลโหล!" นิตากดรับสายเสียงดังกว่าปกติเพื่อกลบความตื่นตระหนก
"อยู่ไหนครับ?" เสียงทุ้มเรียบแสนคุ้นเคยดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นนิ่งสงบจนนิตารู้สึกเขม่น
"ก็... ก็อยู่ที่คณะดิพี่ ถามทำไม"
"คณะไหนครับ? คณะที่อยู่ติดกับโรงอาหารบัญชี หรือคณะที่คุณกำลังยืนจ้องรูปปั้นหัวเสาไอโอนิกอยู่ตรงหน้าตึกสถาปัตย์?"
นิตาชะงักกึก เธอรีบหันขวับไปมองรอบตัวทันที สายตาสอดส่ายหาต้นตอของเสียง จนกระทั่งเห็นรถเก๋งสีขาวเจ้าเดิมจอดนิ่งอยู่ริมฟุตบาทห่างออกไปไม่กี่เมตร กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยของเกื้อหนุนที่กำลังมองมาทางเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"พี่... พี่ตามหนูมาเหรอ!" นิตาเดินกึ่งวิ่งไปที่รถด้วยความโมโหปนอาย
"ผมไม่ได้ตามครับ ผมแค่ขับรถวนมาดูความหายนะที่ผมพยากรณ์ไว้" เกื้อหนุนลดแว่นสายตาลง "แล้วก็เป็นไปตามตัวเลขเป๊ะๆ ... นิตาเดินหลงตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเท้าลงจากรถ"
"หนูไม่ได้หลง! หนูแค่... มาชมสถาปัตยกรรมของเพื่อนบ้านเฉยๆ โยธากับสถาปัตย์เขาก็เหมือนพี่น้องกันนั่นแหละ!"
"พี่น้องที่ห่างกันเกือบหนึ่งกิโลเมตรเนี่ยนะ?" เกื้อหนุนส่ายหัว "ขึ้นรถมาครับ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจปล่อยให้คุณเดินไปถึงโยธาตอนเที่ยง"
"ไม่ขึ้นค่ะ! หนูเดินเองได้!"
"นิตา... ดูนาฬิกาครับ อีกสิบนาทีจะเก้าโมง ถ้าคุณไม่ไปรายงานตัวตอนนี้ ชื่อคุณจะไปอยู่ในรายชื่อ 'สาย' ของรุ่นพี่ปกครองทันที แล้วผมขอ
บอกไว้ก่อนนะว่าพวกวิศวะเขาโซตัสแรงกว่าบัญชีเยอะ"
นิตามองเข็มนาฬิกาข้อมือแล้วหน้าซีดสลับแดง เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะตัดสินใจกระชากประตูรถเปิดออกแล้วมุดกลับเข้าไปนั่งที่เดิมด้วยความจำใจ
เกื้อหนุนออกรถอย่างนิ่มนวล เสียงเครื่องยนต์เงียบสนิทขัดกับเสียงหัวใจของนิตาที่เต้นระรัวเพราะความโกรธตัวเอง
"ทำไมพี่ต้องมาคอยจับผิดหนูด้วยเนี่ย?"
"ผมไม่ได้จับผิดครับ ผมแค่ 'บริหารจัดการความเสี่ยง'" เกื้อหนุนหมุนพวงมาลัยเข้าสู่เส้นทางลัดที่ตัดผ่านหลังมหา’ ลัย "คุณเป็นปัจจัยภายนอกที่ผมควบคุมไม่ได้ แต่ผมต้องทำให้ผลลัพธ์มันออกมาดีที่สุดตามความต้องการของลูกค้า... ซึ่งก็คือป้าอัญ"
"หนูไม่ใช่ปัจจัยอะไรทั้งนั้นแหละ!" นิตากอดอก "แล้วพี่รู้ได้ไงว่าหนูอยู่คณะสถาปัตย์?"
"ก็เห็นเดินทำหน้าเหมือนคนหลงป่าตั้งแต่ออกจากรถไปได้สามสิบเมตรแล้ว ผมเลยวนรถกลับมาดู... และก็อย่างที่เห็น"
"เหอะ! บัญชีนี่เขาว่างมากเลยเนอะ ถึงมีเวลามาขับรถเล่นดูคนอื่นหลงทาง"
"ผมไม่มีเรียนเช้าครับ ผมแค่มาส่งงบฯ ให้สโมสรนิสิต" เกื้อหนุนเลี้ยวรถมาจนถึงหน้าตึกขนาดใหญ่ที่มีสัญลักษณ์เฟืองยักษ์ตั้งเด่นเป็นสง่า "นี่ไงครับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ของจริง คราวนี้จำไว้ด้วยนะว่าตึกมันเป็นสีอิฐ ไม่ใช่ตึกโมเดิร์นสีขาวแบบสถาปัตย์"
นิตามองตึกตรงหน้าด้วยความรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก แต่ความหมั่นไส้คนข้างๆ ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม เธอกำลังจะก้าวลงจากรถ แต่คราวนี้เกื้อหนุนเรียกเธอไว้ก่อน
"นิตา"
"อะไรอีกล่ะลุง?"
"เอาไอ้นี่ไป..." เขายื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่พับอย่างเรียบร้อยให้เธอ "มันคือแผนที่แบบแอนะล็อกที่ผมวาดไว้ให้ มีเบอร์โทรติดต่อฉุกเฉิน และพิกัดร้านข้าวที่อร่อยที่สุดในมอฯ รวมถึงห้องสมุดใหญ่และสถานที่ที่พวกวิศวะนิยมไปมั่วสุมกัน... เผื่อว่าสมองกล้องส่องระดับของคุณจะประมวลผลพลาดอีก"
นิตารับกระดาษแผ่นนั้นมา ความอบอุ่นจางๆ จากปลายนิ้วที่สัมผัสกันทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อคลี่ออกดูก็พบว่ามันเป็นแผนที่ที่วาดด้วยปากกาลูกลื่นอย่างประณีต ตัวอักษรบรรจงอ่านง่ายระบุชัดเจนว่าตึกไหนเป็นตึกไหน
"ขอบใจ... ครั้งที่สอง" นิตาพึมพำเสียงเบาจนเกือบไม่ได้ยิน
"ว่าอะไรนะ? ไม่ค่อยได้ยินเลย" เกื้อหนุนแกล้งเอียงหูฟัง
"บอกว่าขอบใจไงเล่า! ไปเรียนแล้ว!" นิตารีบกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งจู๊ดเข้าตึกคณะไปทันที ทิ้งให้เกื้อหนุนมองตามหลังไปพร้อมรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งหาป้าอัญ: 'ส่งนิตาถึงหน้าตึกวิศวะแล้วครับ สภาพจิตใจยังดี... แต่สภาพเข็มทิศในหัวน่าจะพังถาวร'