นิตาตัดสินใจลุกเดินออกจากหอประชุมก่อนที่งานจะเลิก เธอไม่อยากอยู่ดูภาพบาดตาบาดใจไปมากกว่านี้ เธอเดินเลาะไปตามระเบียงทางเดินที่เงียบสงัดมุ่งหน้าไปทางลานจอดรถเพื่อจะหาวินมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน บรรยากาศรอบหอประชุมใหญ่ในตอนนี้ช่างตัดกับภาพบนเวทีที่เพิ่งผ่านพ้นไป ราวกับคนละโลก แสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องจนแสบตาถูกแทนที่ด้วยความสลัวของโคมไฟทางเดิน ลมกลางคืนพัดเอาความเย็นชื้นมาปะทะผิวแขนของ ‘นิตา’ จนเธอต้องกระชับเสื้อช็อปสีกรมท่าที่สวมทับชุดนิสิตไว้ให้แน่นขึ้น
เธอก้าวเดินไปตามทางลาดปูนเปลือย เสียงฝีเท้าของรองเท้าผ้าใบสีมอซอดังกระทบพื้นสม่ำเสมอ ในใจของสาวโยธาปี 1 กำลังตีกันวุ่นวาย ภาพที่ ‘เกื้อหนุน’ ยืนเคียงข้าง ‘พลอย’ บนเวทีนั้นมันสมบูรณ์แบบเกินไป เพอร์เฟกต์จนนิตารู้สึกว่าตัวเองเหมือน 'เศษหิน' ที่บังเอิญหลุดเข้าไปอยู่ในตู้โชว์ 'เพชร'
"นิตา จะรีบไปไหนครับ? งานยังไม่จบเลยนะ"
เสียงทุ้มเรียบที่แฝงไปด้วยความกวนประสาทนิดๆ ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังรถเก๋งสีขาว นิตาสะดุ้งโหยงจนเกือบทำกระเป๋าเป้หลุดมือ เธอหันไปมองเห็นเกื้อหนุนยืนกอดอกพิงรถอยู่ ในสภาพที่ดู 'ไม่เป็นระเบียบ' อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เนกไทถูกดึงลงจนหลวม กระดุมเชิ้ตถูกปลดออกสองเม็ด และผมที่เคยเซตมาอย่างดีเริ่มตกลงมาปรกหน้าผาก
"อ้าว... พี่เกื้อ ไม่อยู่ฉลองกับดาวมหาวิทยาลัยคนใหม่ล่ะคะ?" นิตาพยายามทำเสียงให้ประชดประชันที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความน้อยใจ "เห็นยิ้มหน้าบานส่งดอกไม้ให้กันขนาดนั้น นึกว่าจะไปต่อร้านหรูกับพวกเซเลบคณะบริหารซะอีก"
เกื้อหนุนไม่ได้โกรธ เขากลับเลิกคิ้วมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก "ยิ้มหน้าบาน? ในใบบันทึกคะแนนของผม ผมจำได้ว่าผมไม่ได้ยิ้มสักครั้งนะนิตา ผมแค่ทำหน้าที่กรรมการที่ดี... ตามระเบียบ"
"เหอะ! ระเบียบที่ต้องจ้องหน้าเขาแทบจะกลืนกินน่ะเหรอคะ?" นิตาสะบัดหน้าหนี "หนูเห็นนะ ขนาดหนูอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นสูงสุด หนูก็ยังเห็นว่าพี่มองพลอยแบบไหน"
เกื้อหนุนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ฝีเท้าของเขามั่นคงและหนักแน่นเหมือนตัวเลขในสมุดบัญชี "แล้วคุณมองลงมาจากชั้นบนสุดด้วยความรู้สึกแบบไหนล่ะนิตา? ความรู้สึกยินดีกับเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย... หรือความรู้สึกที่กำลัง 'ตัดสิน' ผมอยู่ฝ่ายเดียว?"
"หนูไม่ได้ตัดสินพี่! หนูแค่... รู้ที่ต่ำที่สูง" นิตาเสียงอ่อยลง "หนูรู้ว่าหนูมันก็แค่เด็กข้างบ้านมอมแมมที่ชอบหาเรื่องทะเลาะ พี่เกื้อก็เห็น... พลอยเขาสวย เขาฉลาด เขาคุยภาษาเดียวกับพี่ เรื่องบริหาร เรื่องงบประมาณ เรื่องความสำเร็จ ส่วนหนู... วันๆ มีแต่เรื่องค่าการรับน้ำหนักคาน กับวิธีผสมปูนไม่ให้แตกร้าว เรามันคนละเกรดกันพี่เกื้อ"
เกื้อหนุนหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนนิตาได้กลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของเขาชัดเจน เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเป็นไอจางๆ
"นิตา... ในทางบัญชี ข้อมูลที่เห็นเพียงผิวเผินมักจะนำไปสู่ข้อผิดพลาดในการตัดสินใจ" เขาพูดเสียงเบาแต่หนักแน่น "คุณบอกว่าพลอยสวย พลอยเพอร์เฟกต์ ใช่... นั่นคือสิ่งที่ 'ตลาด' ต้องการ และผมในฐานะกรรมการก็ต้องให้คะแนนตามเกณฑ์มาตรฐานนั้น เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย"
"นั่นไง พี่ก็ยอมรับ"
"ฟังให้จบก่อน" เกื้อหนุนขัดขึ้น "แต่ในฐานะคนคนหนึ่ง... สิ่งที่ผมมองหาไม่ใช่สินค้าที่มีมาตรฐานเหมือนกันทั่วโลก แต่คือ 'สินทรัพย์ที่มีลักษณะเฉพาะ' ที่ไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้"
เขายื่นมือออกมา แตะเข้าที่ตราเฟืองบนเสื้อช็อปของเธอเบาๆ "คุณบอกว่าคุณมีแต่เรื่องปูน เรื่องคาน เรื่องความอดทน... คุณรู้ไหมว่านั่นแหละคือเสน่ห์ที่คุณไม่มีวันหาได้จากดาวมหาวิทยาลัยคนไหน ความถึกทนและความจริงใจของคุณมันคือ 'กำไรสะสม' ที่ผมประเมินค่าไม่ได้"
นิตาหน้าแดงซ่าน เธอพยายามจะเถียงแต่คำพูดกลับติดอยู่ที่คอ "พี่... พี่มามุกไหนเนี่ย อย่ามาใช้ศัพท์บัญชีหลอกหนูนะ"
"ผมไม่เคยหลอกใครเรื่องตัวเลข" เกื้อหนุนขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนนิตาต้องถอยไปพิงกับประตูรถของเขา "พลอยอาจจะเป็นดาวที่ทุกคนอยากครอบครอง... แต่สำหรับผม ผมชอบมอง 'ดวงไฟ' ดวงเล็กๆ ที่พร้อมจะลุยไปกับผมในวันลำบาก มากกว่าดาวที่ต้องตั้งไว้บนหิ้งเพื่อบูชาความสวยงามไปวันๆ"
"พี่เกื้อ..." นิตาเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่อ่อนลง สายตาของเธอเริ่มสบเข้ากับดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นที่ตอนนี้ดูอ่อนโยนอย่างประหลาด "ที่พี่พูดมา... พี่หมายความว่ายังไงกันแน่?"
เกื้อหนุนไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาเอื้อมมือไปหยิบเศษด้ายเล็กๆ ที่ติดอยู่บนผมของเธอออกให้ ท่าทางนั้นมันละมุนละไมจนนิตาแทบหยุดหายใจ "หมายความว่า ต่อให้คืนนี้พลอยจะได้มงกุฎ หรือคนทั้งมหา'ลัยจะยกย่องเขาแค่ไหน... แต่คนที่ผมขับรถวนหาทั่วคณะ เพราะกลัวว่าจะไม่มีเพื่อนเดินกลับบ้าน... คือคุณ"
นิตาอ้าปากค้าง "พี่... พี่วนหาหนูเหรอ?"
"ก็เห็นหน้าบูดๆ บนอัฒจันทร์นั่นแล้ว ใครจะปล่อยให้เดินกลับคนเดียวได้ล่ะครับ" เกื้อหนุนกลับมาทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่คราวนี้ที่มุมปากกลับมีรอยยิ้มจางๆ "ขึ้นรถเถอะครับ 'สินทรัพย์หายาก' ของผม ก่อนที่ผมจะโดนหาว่าเป็นกรรมการลำเอียงที่มาแอบรับส่งเด็กวิศวะในที่ลับตาคน"
นิตาพึมพำในลำคอ "ใครเป็นของพี่กันเล่า!" แต่กระนั้นเธอก็ยอมเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับอย่างรวดเร็ว
ภายในรถที่แอร์เริ่มเย็นฉ่ำ เกื้อหนุนยื่นถุงกระดาษเล็กๆ ให้เธอ "อ่ะ... รางวัลสำหรับคนที่ไม่ได้ลงแข่ง แต่อดทนดูจนจบงาน"
นิตาเปิดดูพบว่าเป็นช็อกโกแลตแบรนด์โปรดที่เธอเคยเปรยๆ ว่าอยากกินตอนเดินผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตกับป้าอัญวันก่อน "พี่จำได้ด้วยเหรอ?"
"บัญชีต้องมีความจำที่เป็นเลิศครับ โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลต่อ 'ความพึงพอใจ' ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่แบบคุณ"
รถเก๋งสีขาวค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหอประชุมที่เริ่มไร้ผู้คน นิตานั่งกินช็อกโกแลตเงียบๆ พลางมองใบหน้าของเกื้อหนุนที่กำลังตั้งใจขับรถ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความสวยงามที่คนอื่นมองเห็นบนเวที อาจจะไม่สำคัญเท่ากับความจริงใจที่เขามอบให้เธอในเงามืดหลังม่านแห่งนี้
"พี่เกื้อ..."
"ครับ?"
"ขอบคุณนะ... สำหรับช็อกโกแลต แล้วก็... สำหรับการที่มองเห็นหนู"
เกื้อหนุนไม่ได้ตอบอะไร แต่เขาเอื้อมมือมาปรับระดับแอร์ให้พอดีกับที่นิตาชอบ ความเงียบในรถคราวนี้ไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนวันแรก แต่มันกลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกบางอย่างที่ตัวเลขในงบดุลก็ไม่สามารถอธิบายได้