งบดุลที่หาย

1474 Words
หลังจากเหตุการณ์พาลใส่เกื้อหนุนเมื่อวันก่อน 'นิตา' ก็ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยความขยันขันแข็ง (แบบประชดชีวิต) เธอตื่นเช้ากว่าปกติเพื่อไปขึ้นรถเมล์สายเดิม เดินเข้าคณะวิศวะด้วยใบหน้าที่เชิดขึ้นทุกครั้งที่ผ่านคณะบัญชี เธอพยายามบอกตัวเองว่าการที่ไม่มีรถเก๋งสีขาวมารับส่ง และไม่มีเสียงดุด่ากวนประสาทของเกื้อหนุนเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในโลก แต่ผ่านไปสามวัน... เกื้อหนุนก็หายหน้าไปจริงๆ รั้วบ้านข้างๆ เงียบเหงา รถของเขาไม่อยู่ที่เดิมในตอนเช้า ป้าอัญบอกแค่ว่าเกื้อหนุนต้องไปดูงานด่วนที่ต่างจังหวัดกับอาจารย์ที่คณะ นิตาฟังแล้วก็ได้แต่เม้มปาก พลางคิดในใจว่า 'คงไปกับแม่ดาวคณะบริหารคนนั้นละมั้ง' "นิตา! ทางนี้!" เสียงเรียกสดใสปลุกเธอออกจากภวังค์ 'ธันวา' หนุ่มวิศวะเครื่องกลปี 1 เพื่อนใหม่ที่เธอเพิ่งรู้จักตอนเข้าฐานรับน้องร่วมกัน เดินยิ้มร่าเข้ามาหา ธันวาเป็นผู้ชายประเภทตรงข้ามกับเกื้อหนุนทุกอย่าง เขาเป็นคนคุยเก่ง ร่าเริง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยแบบหนุ่มสายลุย และที่สำคัญ... เขาดู 'เข้าถึงง่าย' กว่าเทพบุตรบัญชีคนนั้นเยอะ "วันนี้มีเรียนช็อปช่วงบ่าย ไปหาอะไรกินที่โรงอาหารกลางกันเถอะ ฉันจองโต๊ะไว้แล้ว" ธันวาอาสาถือกระเป๋าเป้ใบหนักให้นิตาโดยไม่ต้องรอคำขอ "เฮ้ย ไม่เป็นไรธันวา เราถือเองได้" "เหอะน่า ให้สุภาพบุรุษเครื่องกลบริการหน่อยสิครับคุณโยธา" ธันวายิ้มจนตาปิด ท่าทางขี้เล่นของเขาทำให้ความขุ่นมัวในใจของนิตาจางลงไปบ้าง ในขณะที่นิตากับธันวากำลังเดินคุยหัวเราะร่าเริงมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารกลาง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคณะวิศวะ คณะบริหาร และคณะบัญชี เสียงทุ้มที่เธอไม่ได้ยินมาหลายวันก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "หัวเราะเสียงดังเกินค่ามาตรฐานเดซิเบลที่อนุญาตในที่สาธารณะนะครับ" นิตาชะงักกึก รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้า เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะค่อยๆ หันไปมอง 'เกื้อหนุน' ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดนิสิตที่ดูเนี้ยบกว่าเดิม (ถ้าเป็นไปได้) เขาดูเหนื่อยล้านิดๆ จากการเดินทาง แต่สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นกลับจ้องเขม็งมาที่ 'มือ' ของธันวาที่กำลังถือกระเป๋าเป้ของเธออยู่ "พี่เกื้อ..." นิตาพึมพำ "กลับมาแล้วเหรอ?" "ถ้าไม่กลับมาจะเห็นเหรอครับว่าคุณกำลังใช้แรงงานเพื่อนร่วมสถาบัน" เกื้อหนุนก้าวเดินเข้ามาหา กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาปะทะจมูกนิตาจนเธอเผลอถอยหลังหนึ่งก้าว "อ้าว พี่เกื้อหนุน สวัสดีครับ" ธันวายกมือไหว้รุ่นพี่ต่างคณะอย่างมีมารยาท "ผมธันวาครับ เพื่อนนิสิตใหม่ของนิตา พี่กลับมาจากดูงานแล้วเหรอครับ?" เกื้อหนุนไม่ตอบรับคำทักทายด้วยรอยยิ้ม เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยตามมารยาทแบบนิ่งๆ "ครับ... แล้วนี่กำลังจะไปไหนกัน?" "ไปกินข้าวครับ พี่เกื้อสนใจไปด้วยกันไหม?" ธันวาเอ่ยชวนตามประสาคนอัธยาศัยดี "ไม่เป็นไรครับ ผมมีนัดตรวจงบฯ กับอาจารย์" เกื้อหนุนหันมามองนิตา สายตาของเขาดูเย็นชาจนเธอรู้สึกวูบในใจ "แต่ก่อนไป... นิตา คุณลืมของไว้ที่บ้านผม" นิตาขมวดคิ้ว "ของอะไร? หนูไม่เคยเข้าบ้านพี่นะ" "ร่มที่คุณวางทิ้งไว้ริมรั้ววันก่อนน่ะครับ ถ้าไม่รีบไปเอา ผมจะถือว่าเป็นทรัพย์สินไม่มีเจ้าของและดำเนินการ 'จำหน่าย' ออกจากระบบบัญชีส่วนตัวของผมซะ" "เอ้อ... ร่มคันนั้นเอง" นิตาจำได้ว่าเธอเคยวางทิ้งไว้จริงๆ "เดี๋ยวตอนเย็นหนูไปเอาเองแหละ พี่ไปเถอะ ดาวคณะบริหารเขารอตรวจงบฯ อยู่มั้ง" คำประชดนั้นทำให้คิ้วของเกื้อหนุนกระตุกเล็กน้อย เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนิตาเหมือนจะสื่อความหมายบางอย่าง แต่แล้วเขาก็แค่พูดสั้นๆ "ตามใจครับ... อ้อ ธันวา ฝากดูแล 'เด็กหลงทาง' คนนี้ด้วยนะครับ เพราะถ้าเธอหลุดพิกัดไปสถาปัตย์อีกรอบ ผมคงขี้เกียจขับรถไปตาม" พูดจบเกื้อหนุนก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้บรรยากาศรอบตัวนิตาเย็นเยียบยิ่งกว่าแอร์ในห้องสมุด "พี่เขาดุจังเลยนะนิตา แต่ก็ดูห่วงเธอดี" ธันวาพูดพลางส่งยิ้มให้ "ไปเถอะ หิวจะแย่แล้ว" ตลอดมื้อเที่ยง นิตาแทบไม่ได้ยินว่าธันวาเล่าเรื่องตลกอะไรบ้าง ในหัวของเธอมีแต่คำว่า 'จำหน่ายออกจากระบบ' และสายตาเย็นชาของเกื้อหนุน เธอเริ่มรู้สึกว่าความห่างเหินที่เธอเป็นคนสร้างขึ้นเองกำลังขยายกว้างจนน่ากลัว 'ไอ้พี่เกื้อบ้า! กลับมาถึงก็หาเรื่องด่าเลยนะ ไม่เห็นถามสักคำว่าเรียนเป็นไงบ้าง' เธอเขี่ยข้าวในจานไปมาอย่างไร้จุดหมาย ขณะเดียวกัน ที่โต๊ะสโมสรนิสิตคณะบัญชี เกื้อหนุนนั่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กที่เต็มไปด้วยตัวเลข แต่จิตใจของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพื่อนร่วมทีมอย่าง 'พลอย' เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม "พี่เกื้อคะ เป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าเครียดจัง งบไม่ลงตัวเหรอ?" "เปล่าครับพลอย... แค่รู้สึกว่า 'ตัวแปร' บางอย่างมันเริ่มคุมยากกว่าที่คิด" เกื้อหนุนตอบเสียงเรียบพลางนึกถึงภาพหนุ่มวิศวะคนนั้นที่เดินตามนิตาต้อยๆ "พลอยครับ... ผู้หญิงวิศวะเขาชอบผู้ชายประเภทไหนเหรอ?" พลอยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ "แหม พี่เกื้อถามทำไมคะเนี่ย? ก็คงชอบคนลุยๆ มั้งคะ คุยสนุก เข้าอกเข้าใจ... ทำไมเหรอคะ? หรือพี่เกื้อกำลังมี 'เคสพิเศษ' ให้ศึกษา?" เกื้อหนุนไม่ตอบ เขาปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กดัง ฉับ "อาจจะครับ... และดูเหมือนเคสนี้จะใช้ตรรกะทางบัญชีแก้ไม่ได้ซะด้วย" เย็นวันนั้น นิตาเดินคอตกกลับบ้านเองเหมือนเดิม เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านของเกื้อหนุน ลังเลว่าจะเข้าไปเอาร่มดีไหม หรือจะปล่อยให้เขา 'จำหน่าย' ทิ้งไปจริงๆ กริ๊ก... ประตูรั้วอัตโนมัติเปิดออกเองราวกับรู้ใจ (หรือจริงๆ คือเขานั่งเฝ้ากล้องวงจรปิดอยู่กันแน่?) เกื้อหนุนเดินออกมาในชุดลำลอง เสื้อยืดสีเทาที่ทำให้เขาดูเด็กลงและเข้าถึงง่ายขึ้นเล็กน้อย ในมือของเขาถือร่มลายเป็ดสีเหลืองของนิตาอยู่ "มาเอาร่มเหรอครับ?" "อืม... เอามาสิ จะได้จบๆ ไป" นิตายื่นมือไปรับ แต่เกื้อหนุนกลับรั้งร่มไว้ ไม่ยอมปล่อย "ธันวาไปไหนซะล่ะ? ไม่มาส่งถึงหน้าบ้านเหรอ?" "เขาจะมาส่งได้ไง บ้านเขาอยู่ตั้งไกล อีกอย่าง... เราเป็นแค่เพื่อนกัน" นิตาพยายามกระชากร่ม แต่แรงสู้เขาไม่ได้ "พี่เป็นอะไรเนี่ยพี่เกื้อ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หนูตามไม่ทันแล้วนะ!" "ผมก็แค่ทำตามหน้าที่ 'ผู้ปกครองชั่วคราว' ที่ป้าอัญฝากไว้" เกื้อหนุนก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น จนหน้าอกของเขาเกือบจะชนหน้าผากของเธอ "การที่เห็นคุณไปไหนมาไหนกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน มันคือความเสี่ยงที่ผมต้องประเมิน" "ประเมินหรือหวงก้าง?" นิตาโพล่งออกมาอย่างลืมตัว ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ เกื้อหนุนชะงักไป ดวงตาหลังกรอบแว่นสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ผ่อนแรงที่ถือร่มลง "ผมไม่ใช่นักเลงที่ชอบหวงของครับนิตา... ผมแค่นักบัญชีที่เกลียดการสูญเสียของที่ 'สำคัญ' ไปโดยเปล่าประโยชน์" เขาส่งร่มให้เธอจนสำเร็จ "เข้าบ้านไปซะ ฝนกำลังจะตก... และคราวนี้อย่าลืมร่มไว้อีก เพราะผมจะไม่เก็บไว้ให้อีกเป็นครั้งที่สอง" นิตารับร่มมาแล้วยืนนิ่ง มองร่างสูงที่เดินกลับเข้าบ้านไปโดยไม่หันมามองอีก เธอสัมผัสได้ว่าคำว่า 'สำคัญ' ของเขามันก้องอยู่ในหู และหัวใจเจ้ากรรมของสาวโยธาจอมแกร่งก็ดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียอย่างนั้น 'ไอ้พี่เกื้อบ้า... จะบอกว่าฉันสำคัญก็พูดมาตรงๆ ดิ จะมานงมานับบัญชีทำไมวะ!' คืนนั้น นิตานอนกอดร่มลายเป็ดสีเหลือง พลางตั้งคำถามกับตัวเองว่า ระหว่างเธอกับดาวคณะบริหาร... ใครกันแน่ที่มีอิทธิพลต่อ 'งบหัวใจ' ของเกื้อหนุนมากกว่ากัน?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD