จุดหมายที่(เกือบ)ไม่ถึง

1036 Words
การจราจรบนถนนพหลโยธินเริ่มติดขัดอย่างหนักตามคาด นิตานั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่บนเบาะพรีเมียม เธอรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานนับศตวรรษ ทั้งที่จริงๆ เพิ่งผ่านไปแค่ 20 นาที "นี่พี่... ถ้าติดขนาดนี้ หนูลงเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าไม่เร็วกว่าเหรอ?" "อย่าทำตัวฉลาดน้อยไปหน่อยเลย จากตรงนี้ไปสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสองกิโลเมตร ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ คุณเดินไปถึงคณะปุ๊บ สภาพคงดูไม่ต่างจากช่างก่อสร้างที่เพิ่งขุดดินเสร็จ เพื่อนๆ จะจำไม่ได้เอาว่านี่คือเพื่อนใหม่หรือกรรมกรหลงมา" "มันจะเกินไปแล้วนะ!" นิตาหันมาจ้องหน้าเขาเขม็ง "พี่มองหนูเป็นอะไรเนี่ย? ผู้หญิงวิศวะเขาก็มีความถึก มีความอดทนนะคะ ไม่ได้สำอางเหมือนพวกคุณชายบัญชีหรอก" "ผมไม่ได้สำอาง ผมแค่ 'สะอาด'"เกื้อหนุนแก้ต่างเสียงเรียบ "และที่สำคัญ ผมต้องรับผิดชอบชีวิตคุณตามที่ป้าอัญสั่ง ถ้าคุณเป็นฮีทสโตรกตายกลางทาง ผมจะเสียประวัติ" "เหอะ! ที่แท้ก็กลัวเสียประวัติ ไม่ได้ห่วงหนูจริงๆ หรอก" นิตาสะบัดหน้าหนีออกไปทางหน้าต่างอีกครั้ง เกื้อหนุนเหลือบมองเด็กสาวข้างๆ เล็กน้อย เขาเห็นแววความกังวลในดวงตาคู่โตนั้น แม้เธอจะพยายามทำตัวกร่างแค่ไหนก็ตาม เขารู้ดีว่าเด็กต่างจังหวัดที่ต้องมาเผชิญโลกกว้างในมหา’ ลัยใหญ่ๆ เพียงลำพังย่อมมีความกลัวซ่อนอยู่ลึกๆ เพียงแต่ยัยเด็กคนนี้ดันเลือกที่จะแสดงออกด้วยการฟาดปากกับเขาแทน "เอ้า..." เกื้อหนุนยื่นลูกอมรสเลมอนให้เม็ดหนึ่ง "อะไร? มียาพิษป่ะเนี่ย?" นิตามองอย่างระแวง "ยาลดความปากดีครับ... กินซะ จะได้ใจเย็นลงบ้าง มหา’ ลัยไม่ใช่โรงเรียนมัธยมนะ ที่นี่ไม่มีใครมาโอ๋คุณเหมือนป้าอัญหรอกนะ โดยเฉพาะในดงวอล์คเกอร์อย่างคณะวิศวะ" นิตารับลูกอมมาแกะเข้าปาก ความเปรี้ยวและหวานที่ลงตัวทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด แต่ปากยังไม่วายต้องสวน "รู้แล้วล่ะน่า ไม่ต้องมาสอนหรอก ลุงบัญชี!" ในที่สุด รถเก๋งของเกื้อหนุนก็เลี้ยวเข้ามาในอาณาเขตของมหาวิทยาลัย เขาขับไปส่งเธอที่หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มีนิสิตใหม่สวมช็อปสีกรมท่าเดินพลุกพล่าน "ถึงแล้ว ลงไปได้แล้วครับ" นิตาคว้าเป้มาสะพาย เตรียมจะเปิดประตูรถออกไป แต่แล้วเธอก็ชะงัก "เอ้อ... ขอบใจนะที่มาส่ง" "เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นการตั้งใจเรียนอย่าให้ติด F ก็พอครับ ผมขี้เกียจตอบคำถามป้าอัญว่าทำไมหลานสาวถึงต้องเรียนซ้ำชั้น" "พี่เกื้อ! พี่นี่มัน..." นิตาแยกเขี้ยวใส่ "ไปละ! แล้วตอนเย็นไม่ต้องมารับนะ หนูจะกลับเอง!" "ผมก็ไม่ได้บอกว่าจะมารับครับ" เกื้อหนุนตอบกลับนิ่มๆ "ยกเว้นแต่ว่าคุณจะโทรมาหลงทางร้องไห้ขี้มูกโป่งแถวสยาม... ซึ่งผมจะไม่แปลกใจเลย" "ไม่มีวันนั้นแน่!" นิตากระแทกประตูปิดดัง ปัง! ก่อนจะเดินเชิดหน้าเข้าไปในคณะโดยไม่หันมามองหลัง เกื้อหนุนมองตามร่างเล็กนั้นไปจนเธอกลมกลืนไปกับฝูงชน เขาเผลออมยิ้มบางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว "วิศวะโยธาเหรอ... หึหึ ท่าทางบัญชีของผมปีนี้คงมีเรื่องให้ลงบันทึกวุ่นวายกว่าที่คิดซะแล้ว" เขารอจนแน่ใจว่าเธอเดินเข้าตึกไปอย่างปลอดภัย ก่อนจะหมุนพวงมาลัยมุ่งหน้าไปยังคณะบัญชีของตัวเอง โดยหารู้ไม่ว่า... แผนที่นำทางในมือถือนิตานั้นกำลังค้าง และเธอกำลังเดินไปผิดทิศทางตั้งแต่นาทีแรก! หลังจากปิดประตูรถของเกื้อหนุนดัง ปัง! เพื่อประกาศชัยชนะเล็กๆ ในสงครามน้ำลาย นิตาก็เชิดหน้าก้าวฉับๆ เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เธอกระชับสายเป้ที่มีเสื้อช็อปปักตราเฟืองสีกรมท่าพาดอยู่ข้างบน แสงแดดตอนแปดโมงเช้าส่องกระทบใบหน้าใสที่ประดับด้วยรอยยิ้มของผู้พิชิต "หึ! ลุงบัญชีเอ๊ย ดูถูกกันเกินไปแล้ว แค่คณะวิศวะฯ ใครเขาก็ไปถูกทั้งนั้นแหละ" นิตาพึมพำกับตัวเองพลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดแอปฯ นำทางที่เธอปักหมุดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่อยู่บ้านป้าอัญ ลูกศรสีฟ้าในจอมือถือชี้ไปทางขวาผ่านซุ้มต้นจามจุรีใหญ่ เธอเดินตามมันไปอย่างไม่ลังเล ทว่า... สัญญาณอินเทอร์เน็ตเจ้ากรรมดันมาค้างเอาวินาทีสำคัญ ลูกศรสีฟ้าเริ่มหมุนคว้างเหมือนคนเมาเหล้าขาว ก่อนจะหยุดกึกที่ตำแหน่งตึกทรงโมเดิร์นที่มีดีไซน์แปลกตาโอบล้อมด้วยสวนหินและงานประติมากรรมเหล็กดัด "อืม... ตึกวิศวะยุคใหม่เขาก็ดูอาร์ตดีเหมือนกันนะ" นิตาพยักหน้ายอมรับ พลางมองป้ายชื่อตึกที่เขียนด้วยฟอนต์ตัวบรรจงจนอ่านยาก "ตึก... สระ... ถา... สถาปัตยกรรมศาสตร์?" เธอยืนนิ่งไปสามวินาที สายตาพร่าเบลอเล็กน้อยเมื่อเห็นกลุ่มนิสิตชายหญิงที่ดู 'คูล' กว่าที่เธอคิดไว้มาก บางคนไว้ผมยาวเซอร์ๆ บางคนสะพายกระดานวาดรูปอันบิ๊กบึ้ม และที่สำคัญ... ไม่มีใครใส่เสื้อช็อปสีกรมท่าแบบเธอเลยสักคน! ทุกคนดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นคุมโทนสีเอิร์ธโทน "เฮ้ย! ไม่ใช่สิ แผนที่มันบอกให้เลี้ยวซ้ายตรงนี้นี่นา" นิตาพยายามรีเฟรชหน้าจอ แต่วงกลมสีหมุนๆ บนจอยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง "โธ่เอ๊ย! ไอ้เน็ตหอยทาก! ถ้าไปสายตั้งแต่คาบแรก พี่ระเบียบเชือดฉันแน่" นิตาเริ่มเดินวนไปวนมาด้วยความลนลาน เธอพยายามมองหาป้ายบอกทางแต่กลับพบเพียงทางลาดที่ออกแบบมาอย่างมีนัยสำคัญทางศิลปะ (ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เธอหาตึกโยธาเจอเลย) ความมั่นใจที่เคยพกมาเต็มกระเป๋าเริ่มหดหาย กลายเป็นความประหม่าที่คืบคลานเข้ามาแทนที่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD