อยากรู้ 2(nc)

1189 Words
มันผิดคาดสิครับเพราะไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้ตอนนี้มันยืดท้าวแขนรอผมอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ มืออีกข้างก็จกกระเป๋ากางเกงมองมาที่ผมตาเขม็ง ผมถอยหลังกรูดเข้ามาจนติดผนังห้องน้ำด้านใน ผมรอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก! เพราะไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่จะทำอะไรผมรึเปล่า ที่ผมบังอาจมาแอบดูมันพลอดรักแบบนี้ "เอ่อ...คือ...เราไม่ได้ตั้งใจนะ เราแค่มาเข้าห้องน้ำ" ผมพูดจาด้วยเสียงที่ตะกุกตะกัก ขาก็สั่นไปหมดด้วยความกลัวคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาสูงกว่าผมพอสมควรน่าจะ 170 กว่าๆ หน้าเข้มคม คิ้วหน้า จมูกโด่ง ดูจากหุ่นแล้วคงจะเป็นนักกีฬาอะไรสักอย่าง เพราะดูตัวเขาค่อนข้างหนาและมีกล้ามนิดๆ พอให้เห็น แต่ที่นึกไม่ออกคือ ผมเคยเห็นหน้าคนๆ นี้ที่ไหนนะมันค่อนข้างคุ้นตาแต่ผมกลับนึกไม่ออก "มึงแอบดูกูเอาหรอไอ้แว่น" น้ำเสียงเข้มและสายตาแข็งกร้าวมองจ้องมาที่ผม จนผมนี่ขนลุกซู่ไปทั้งตัวและรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังจากสายตาคู่คมกริบ "ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจไง" ผมยังยืนยันคำเดิมก็ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นี่นา ไม่คิดว่าจะเป็นคนด้วยซ้ำไป แต่จะให้บอกว่าผมคิดว่าเป็นผีมันคงไม่เชื่อผมอีกนั่นแหละ เอาวะ ผมต้องหาวิธีหนีเอาตัวรอดให้ได้ก่อน "ถ้านายทำร้ายเรา เอ่อ...เราจะบอกอาจารย์ฝ่ายปกครองว่านาย...แอบ...มามีอะไรกับผู้หญิงในห้องน้ำ" ผมยืดอกพูดออกไปเพื่อขู่ให้มันไม่ทำร้ายร่างกายผม "หรอ นี่มึงคิดจะฟ้องอาจารย์เลยหรอไอ้แว่น" ผมเห็นมันยกยิ้มที่มุมปากแถมตอนนี้ยังเท้าแขนทั้งสองข้างลงมาคล่อมตัวผมที่ยืนตัวสั่นติดอยู่กับผนังห้องน้ำอีก ผมเอี้ยวตัวไปทางซ้ายก็เจอแขน พอเอี้ยวตัวจะออกมาทางขวาก็ติดเข้ากับลำแขนหนาอีก ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อพร้อมกับการเผชิญหน้าอย่างเต็มที่ ผมมองรอดกรอบแว่นตาอันหนาเตอะ จ้องสายตากลับไปที่คนยืนอยู่ตรงหน้า เพื่อบอกให้รู้ว่าผมก็ไม่กลัวเขาเหมือนกัน "ฮ่า ๆ ๆ ๆ ให้ตายเหอะไอ้แว่น หน้ามึงนี่ตลกชะมัดเลยว่ะ" จู่ๆ มันก็ขำออกมาเสียงดังลั่น ทำเอาผมลืมความมั่นใจที่มีอยู่เมื่อกี้ไปจนหมดสิ้น "สัด ขาสั่นหน้าซีดขนาดนี้ มึงยังกล้ามองหน้ากูอีกนะ" มันเอามือมาบีบคางผมให้ยกหน้าเชิดขึ้น ผมเห็นหน้ามันแล้วโคตรจะหมั่นไส้ หล่อก็หล่อ แถมดูดีไปหมดจนผมอิจฉา "ว่าไง ไม่กลัวกูใช่มั้ย" มันยักคิ้วใส่และยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากพร้อมกับแสยะยิ้มมองมาที่ผม แต่ผมก็ทำใจดีสู้เสือจ้องตามันกลับไปเช่นกัน "ดี กูชอบ" มันพูดจบก็กดปากหนาลงมาบนปากของผมทันที โดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ผมตาเบิกโพลงตกใจกับสิ่งที่มันกำลังทำจนกระเป๋าที่ถืออยู่ในมือล่วงลงไปอยู่บนพื้นห้องน้ำแล้วตอนนี้ ในหัวขาวโพลนไปหมดนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรต่อไป ใช่! หนี ผมต้องหนีสิ ปั้ก!! ผมใช้แรงที่มีอยู่ทั้งหมดผลักร่างหนาออกจากตัว มันได้ผลไอ้คนตัวหนากระเด็นไปอยู่ติดประตูห้องน้ำ ผมรีบยกมือขึ้นมาเช็ดที่ริมฝีปาก ก็จูบแรกที่ผมอุตส่าห์สงวนไว้ให้แฟนคนแรกกลับตกเป็นของไอ้บ้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วมันดันเป็นผู้ชายอีก "ทำบ้าะไรของนายวะ" ผมมองหน้าและถามมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ "กูก็จะเอามึงไง" เสียงหนาพูดจบ มันแสยะยิ้มและตรงดิ่งพุ่งมาหาผมอย่างรวดเร็ว สองแขนแข็งแรงกดลงมาที่แขนผมจนติดไว้กับผนังห้องน้ำอีกรอบ ผมทำหน้าตาเลิ่กลั่กเพราะกำลังหาวิธีหนี ไม่รู้ว่าที่มันกำลังทำอยู่นี้คือกำลังขู่หรือกำลังจะทำจริงอย่างที่ปากมันพูด "เฮ้ย นายเดี๋ยวก่อน ใจเย็น" ผมร้องห้ามเมื่อปากหนากำลังยื่นลงมาหาปากของผมอีกครั้ง มันไม่ได้หยุดฟังผมเลยแม้แต่นิด เรียวปากหนาทาบลงมาจนผมพูดไม่ได้ ถึงพูดได้ก็ฟังไม่ออกว่ากำลังพูดว่าอะไร ทันทีที่ผมเผยอปากจะพูด ลิ้นร้อนก็ดันตัวแทรกเข้ามาที่ด้านในโพลงปากของผมทันที มันสอดส่ายไปมาวนเวียนอยู่ในโพลงปากตอดเล่นดูดเม้มอยู่กับลิ้นของผม ที่ตอนนี้กำลังมีน้ำลายของผมหรือมันก็ไม่รู้กำลังปริ่มย้อยลงมาที่มุมปากด้านล่างของผมเอง ผมเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ หายใจไม่ออก อึดอัด จนรู้สึกได้ว่าใบหน้ากำลังร้อนผ่าวและค่อนข้างที่จะหายใจได้อย่างยากลำบาก ภาพในหัวมันหมุนติ้ว ขาผมสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว ใบหน้าและร่างกายก็ร้อนขึ้นมาราวกับว่าผิวกายกำลังโดนเปลวไฟลนอยู่ใกล้ๆ เรือนร่าง "ฮะ ฮะ ฮ้า" ผมรีบโกยอากาศหายใจทันทีที่มันผละปากหนาออกจากปากของผม แต่มือหนายังคงกดลงมาที่แขนของผมอยู่เลย ผมรู้สึกหมดแรงจนขาเริ่มสั่น มันค่อยๆ ทรุดตัวลงเหมือนคนที่ยืนไม่อยู่เพราะขาแข้งหมดแรง แต่มือหนาอีกข้างก็ผละออกจากมือของผมมาช้อนหลังพยุงเอาไว้ที่รอบเอว ผมมองหน้ามันตอนนี้กำลังยกยิ้มอยู่ที่มุมปาก มันค่อนข้างหล่อมากจนผมเผลอหน้าทำหน้าแดงออกมาซะได้ ไม่ทันไรริมฝีปากหนาก็ตรงมาที่ซอกคอ มันกดปากลงและเม้มปากจนผมรู้สึกเจ็บนิดๆ เมื่อมันขยับเปลี่ยนที่ริมฝีปากบนคอของผม ผมไม่รู้ว่าอาการแบบนี้มันคืออะไร มันร้อนวูบวาบและจั๊กกะจี้ แถมยังขนลุกซู่ทุกครั้งที่ซอกคอโดนลมร้อนจากปลายจมูกโด่งปล่อยออกมาประทะเข้าที่ลำคอของผม ใจเต้นแรงจนมันแทบจะระเบิด หายใจไม่ค่อยเป็นจังหวะเหมือนคนที่กำลังจะหมดลม ขาไม่มีแรงเหมือนกับว่าไปวิ่งมาสัก 10 กิโลได้ ในหัวก็ปั่นป่วนไปหมดยากที่จะบรรยายออกมา "พร้อมรึยัง" ผมไม่รู้ว่าคำว่าพร้อมของมันในที่นี้คืออะไร เพราะผมยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าความคิดที่อยากจะหนีในตอนแรกหายไปไหนหมด ตอนนี้ผมกำลังอยากรู้มากกว่าว่ามันกำลังจะทำอะไรกับผมต่อไปอีก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD