“ฉันขอสั่ง! ว่าอย่าหันกลับมามอง ให้ขับรถไปเรื่อยๆ ”
น้ำเสียงกดต่ำและสิ่งที่สัมผัสได้ จากปลายกระบอกปืนนาบจี้มาที่ช่วงเอวของคุณหมอสาวอย่างวริญญา
เหล็กกล้าที่สามารถพลาดชีวิตของเธอได้ในทันที หากเพียงตอนนี้เธอแค่คิดจะตุกติก
หญิงสาวเหลือบตามองไปยังกระจกมองข้าง จึงทำให้เห็นบางอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ทางด้านหลัง กับสถานการณ์ที่กำลังวุ่นวายบวกกับความโกลาหล เนื่องจากธนาคารที่อยู่เยื้องกับโรงพยาบาลของเธอเพิ่งจะถูกปล้น และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนกำลังเข้ามาเคลียร์สถานที่นั้น เพื่อสกัดกั้นคนร้ายซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ภายในธนาคาร
แต่ชายคนที่มีอาการคล้ายจะบาดเจ็บสาหัสแล้วนอนคุดคู้อยู่ด้านหลังเบาะรถของเธอคนนี้ละ...
เขาเป็นใคร?
ร่างกายที่โทรมไปด้วยเลือด และบาดแผลฉกรรจ์นั่น บ่งบอกว่าเจ้าตัวถูกยิงเข้าที่สำคัญตรงต้นขา
ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มจับจ้องมองมาที่หญิงสาวอย่างไม่วางตา เหมือนกับปลายกระบอกปืนของเขา ที่จี้มายังช่วงท้องของหญิงสาวด้วยเช่นกัน
“อย่าให้ตำรวจเข้ามาใกล้กับรถคันนี้ เธอรีบขับออกไปสิ” เขาออกคำสั่ง
“ทำไมถึงต้องเป็นรถฉันด้วยฮะ!? ทำไมคุณถึงไม่ไปกับรถคันอื่น?”
“อย่ามัวมาพูดมาก! ฉันสั่งให้ไปก็รีบไป!”
ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้มาก นอกเสียจากยอมสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่ง จากนั้นจึงพารถของตัวเอง ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากตรงนี้ให้ไว
เมื่อเสียงของรถเจ้าหน้าที่ตำรวจดังในขณะที่วิ่งสวนทาง หญิงสาวสะดุ้งร่างขึ้นมาด้วยความตื่นตกใจ เพราะอีกฝ่ายได้จิ้มปลายกระบอกปืนเน้นหนักเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม
“อย่าคิดมีพิรุธ บอกเอาไว้เสียก่อนนะว่า ถึงยังไงถ้าเธอคิดไม่ซื่อก็จะต้องถูกฉันเล่นงานก่อนใครอยู่ดี”
วริญญารู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ ซะให้ได้
เพราะนอกจากเธอจะเจอกับสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้า เมื่อเช้าก็ยังถูกชายคนรักปฏิเสธกลับมา เพียงเพราะปัญหาที่มีเพียงเรื่องเดียว...
นั่นคือเขาไม่สามารถยอมรับอดีตของวริญญาในสมัยที่เธอยังเป็นนักศึกษาแพทย์ได้ …
แล้วไง...เมื่อมันไม่ใช่ประเด็น!...
แต่มันเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของผู้ชายชัดๆ...
ความหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวมันย่อมมีเป็นเรื่องธรรมดา เพราะคนที่กำลังจี้เธอมาน่าจะเป็นโจรที่หลบหนีออกมาจากธนาคาร ที่กำลังเกิดเรื่องวุ่นวายอยู่ในตอนนี้
“นายจะลงที่ไหน บอกฉันสิ ฉันจะได้จอดให้” เธอละสายตาจากถนนด้านหน้าหันมาถาม ก่อนดึงสายตากลับไปมองทางตามเดิม
ร่างหนาชะโงกหน้าขึ้นมามอง เมื่อเห็นรถของคนอื่นวิ่งผ่านไปได้สักพักใหญ่ วริญญาแอบเห็นเขาลอบถอนหายใจอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังหวาดระแวงและแฝงอะไรบางอย่าง กับท่าทางที่เตรียมพร้อมเหมือนจะตั้งรับ และตอบโต้กลับไปหากมีภัยเข้ามา
รถยนต์คันเล็กของวริญญาค่อยๆ วิ่งตามทางมาอย่างช้าๆ จนหันมาแล้วเห็นว่าชายหนุ่มมีเลือดออกมากที่ต้นขาซ้าย
“คุณถูกยิงเข้าเส้นเลือดใหญ่ ถ้าไม่ทำแผลเลือดจะต้องไหลออกมาจนหมดตัวแน่ๆ ให้ฉันทำแผลให้คุณก่อนดีกว่า”
“อย่ามาทำลูกเล่น ขับรถไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละ แล้วผมไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย”
“แต่ฉันดูสีหน้าของคุณมันเริ่มจะซีดมากขึ้นแล้วนะ ตอนนี้คุณมีอาการเหมือนจะง่วงแล้วใช่หรือเปล่าละ?”
ชายหนุ่มไม่ตอบกลับ เขาเพียงแค่เม้มริมฝีปากหนารับ เพื่อระงับอาการง่วงซึม ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่อยากจะไว้ใจคนตรงหน้าที่พูดจา คล้ายกำลังหว่านล้อมเขาอยู่
“ขับไปเรื่อยๆ อย่าหันมาแล้วทำให้ใครผิดสังเกต หากมีเหตุที่ทำให้มีใครเข้ามาจอดรถใกล้ๆ ผมรับรองได้ว่าผมจะลั่นไกใส่สมองของคุณให้มันพรุนไปด้วยรูระบายอากาศ”
แต่ไม่มีใครคาดคิด ว่าวริญญากลับเหยียบเบรกจนมิด แล้วตีไฟเลี้ยวเข้าข้างทางทันที
เพราะหญิงสาวทนกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ภายในรถไม่ไหว ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หากวันนี้ฉันต้องตาย เพราะช่วยคนที่ได้รับบาดเจ็บตรงหน้าฉันก็ยอมละ อย่างน้อยที่สุดผู้หญิงคนหนึ่งที่มีดวงซวยถึงขนาดโดนแฟนตัวเองเพิ่งจะบอกเลิกมาเมื่อเช้า แล้วยังมาถูกจี้เอาตอนนี้จะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเชื่อได้แน่ๆ เหอะ!”
เจ้าของร่างใหญ่ที่ถือปืนจี้เอวเธอไว้ตะลึงงัน กว่าจะรู้สึกตัวนั่นก็ตอนที่เห็นคนตัวเล็กว่าเปิดประตูรถลงไปหยิบอะไรบางอย่างมาจากกระโปรงรถทางด้านหลัง
ในใจของคนที่เป็นผู้ร้ายนึกได้แค่เพียงอย่างเดียว ว่ากำลังถูกหญิงสาวตลบหลังเข้าให้ แต่ถึงยังไงในตอนนี้ตัวเขาเองก็แทบไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะหลบหนีไปทางไหนได้
เจ้าของร่างใหญ่ได้แค่นอนรอให้ตัวเองเป็นฝ่ายที่ถูกตามจับได้เท่านั้น
ร่างบอบบางของหญิงสาวสอดตัวเข้ามาในรถอย่างรีบร้อน พร้อมกับกล่องอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์
“นี่มันอะไรกัน?”
“อยู่เฉยๆ เถอะน่า ถ้าวันนี้ฉันจะต้องตาย ก็ขอให้ตายไปพร้อมกับจรรยาบรรณของคนเป็นแพทย์ก็แล้วกันนะ แต่ถ้าคุณคิดจะยิงฉันก็เชิญ... แต่ขอฉันทำแผลให้คุณก่อน”
“เป็นผู้หญิงบ้าประเภทไหนกันวะ?”
“ก็เป็นผู้หญิงบ้าประเภทที่ถูกผู้ชายทิ้งยังไงล่ะ...ชัดพอไหม?” เธอตะโกนกลับใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างมีโทสะพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา เมื่อเริ่มลงมือทำแผลให้กับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าโจร
เธอรู้สึกหวาดกลัวและสิ้นหวังกับทุกอย่างที่อยู่รอบกาย เมื่อย้อนนึกถึงงานแต่งที่ได้พิมพ์การ์ดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า และอีกเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เธอก็จะได้สวมชุดเจ้าสาว ก้าวผ่านซุ้มดอกไม้เพื่อเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่ทุกอย่างกลับพังไม่เป็นท่า เมื่อว่าที่เจ้าบ่าวมารู้ภูมิหลังของวริญญา ภูมิหลังที่เธอพยายามปิดบังเขามาโดยตลอด