สาเหตุที่วริญญาถูกแฟนหนุ่มปฏิเสธรัก มีสาเหตุมาจากที่เธอถูกนักศึกษาแพทย์ที่เป็นรุ่นน้อง นำภาพของเธอที่เจ้าตัวเป็นคนแอบถ่าย ไปส่งต่อให้อดีตแฟนหนุ่มของเธอได้ดู
เมื่อเขาเห็นภาพดังกล่าว ที่ในนั้นมีแฟนสาวของตัวเองยืนอยู่ พร้อมกับผู้ชายหลายคนในบริเวณลานจอดรถด้านล่างของคอนโด เพียงแค่นั้นมันก็สามารถระบุตัวตนของแฟนสาวได้ โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องคาดเดา
ชายหนุ่มรับไม่ได้เมื่อรู้ความจริงว่า วริญญาคือลูกสาวคนเดียวของมาเฟียใหญ่ ที่มีนามเรียกขานทั่วไปว่านายใหญ่ ‘กนก’
วริญญาย่างเท้าเข้าประตูบ้านทันทีหลังจากที่รถเอสยูวี สีเทาเข้มจอดสนิท
“กลับมาบ้านเสียทีนะคะคุณหนู รู้บ้างหรือเปล่า ว่านมรอคุณหนูอยู่นานแล้ว”
วรัญญาเห็นหญิงวัยกลางคนที่มีอายุใกล้เคียงกับมารดา วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับกอดวริญญาด้วยความคิดถึง
ซึ่งเธอเองก็โอบกอดร่างท้วมใหญ่ของอีกฝ่ายด้วยเช่นเดียวกัน
“สบายดีหรือเปล่าคะนมนิ่ม หนูไม่ได้กลับมาบ้านตั้งหลายปี สุขภาพร่างกายของนมยังแข็งแรงดีอยู่ใช่ไหมคะ?” เธอถามพร้อมกับบีบนวดตามร่างกายของคนที่เธอเรียกว่าแม่นม
“แม่นมไม่เป็นอะไรเลยค่ะ สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีทุกอย่าง จะมีก็แต่คุณพ่อของคุณหนูนั่นแหละค่ะ ที่ตอนนี้ท่านไม่ค่อยจะสบายเท่าไหร่?”
“ใครบอกว่าฉันไม่สบายฮะ!?”
เสียงดังก้องแสดงออกถึงอำนาจเอ่ยลงมาจากชั้นสองของตัวอาคาร เมื่อวริญญาเงยหน้าขึ้นไปมอง จึงได้พบกับใบหน้าของผู้ให้กำเนิดที่กำลังมองลงมาด้วยสีหน้าตึงเครียด
กนกเดินลงบันไดวนมาอย่างช้าๆ ก่อนจะพาร่างใหญ่เดินผ่านลูกสาวไปที่ห้องรับรองแขก
“ใครเป็นคนบอกให้แกกลับมาที่นี่? ฉันคิดว่าแกคงจะหนีเอาตัวรอดไปอยู่กับแม่แกแล้วซะอีก”
“ริญเพิ่งเรียนจบ แล้วก็เพิ่งจะได้ทำอาชีพที่ตัวเองเคยฝันเอาไว้ค่ะ คุณพ่อไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ ยังไงหนูก็ไปแน่นอนเพราะตอนนี้หนูกำลังเตรียมตัวจะไปหาคุณแม่ที่ฝรั่งเศสค่ะ”
คำพูดถากถางระหว่างกันของสองพ่อลูก กลายเป็นประโยคต้อนรับ ทั้งที่ลูกสาวไม่เคยกลับมาเยี่ยมบ้านนานหลายปี นับตั้งแต่ที่กนกได้เลิกลากันไปกับมารดาของวริญญา
ไม่ได้มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นภายในครอบครัว แต่สาเหตุที่มารดาขอแยกทางกับคนเป็นบิดานั้น เป็นเพียงเพราะท่านไม่สามารถทนเห็นคนที่ท่านรักมาก ต้องเดินอยู่บนเส้นทางหลากสีได้ และเมื่อขอให้เป็นกนกเป็นฝ่ายเลือกระหว่างเธอกับสิ่งที่เขากำลังทุ่มเท คำตอบที่กานดาได้รับกลับมานั่นก็คือ...
เขาเลือกเส้นทางที่จะยังเป็นมาเฟียโดยยอมเสียลูกและเมียไปตลอดกาล...
แผ่นหลังตั้งตรงดูไร้เยื่อใยเหมือนเช่นทุกครั้งที่เคยเป็นมา วริญญาชิงชังในความไม่แยแสกับความรู้สึกของใครนั่น ไม่ว่าจะเป็นภรรยา หรือแม้แต่ลูกสาวของเขาอย่างเธอ
กนกไม่เคยต้องการให้ใครเข้ามาขวางทางในการทำธุรกิจสีเทาของเขา
“ถ้าแกไม่คิดจะกลับมาสืบทอดหน้าที่ ก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้ ฉันผิดเองที่ไม่สามารถมีลูกชายได้”
“ถึงหนูจะไม่สามารถเป็นได้อย่างที่คุณพ่อต้องการ แล้วทำไมคุณพ่อถึงไม่คิดจะมองหนูในแบบที่หนูเป็นบ้างล่ะคะ คุณแม่ก็หนีไปจากเราแล้วคนหนึ่ง ซึ่งคุณพ่อก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะเสียใจหรืออาลัยอาวรณ์ พอตอนที่หนูเลือกจะเรียนเป็นหมอ คุณพ่อก็ยังไม่เข้าใจถึงเจตนาที่หนูมีอีกหรือคะ”
“แกอย่ามาทำเป็นรู้ดี เพราะโลกใบนี้มันไม่ได้สวยหรูเหมือนอย่างที่แกคิดไว้ แม้กระทั่งไอ้ผู้ชายที่แกคิดว่า จะให้มันมาเป็นสามี แกก็น่าจะเห็นแล้วนี่ว่าธาตุแท้ของมันเป็นคนยังไง?”
“นั่นมันก็เป็นเพราะ คุณพ่อส่งคนไปก่อกวนเขา ทำไมคะ ชีวิตของหนูมันไม่สามารถจะเป็นของหนูได้จริงๆหรือยังไง ก็ในเมื่อคุณพ่อบอกแล้วว่าไม่ต้องการหนูกับแม่ แล้วเพราะอะไรถึงยังจะต้องส่งคนไปคอยตามดูหนูด้วย หนูอยากจะเป็นคนธรรมดาเหมือนคนอื่นทั่วๆไป แค่นี้คุณพ่อก็ให้พวกเราสองคนแม่ลูกไม่ได้หรือไงคะ?” วริญญาตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้น
ทั้งสองคนพ่อลูกสาดคำพูดใส่กัน ราวกับต้องการจะให้อีกฝ่ายยอมจำนนด้วยเหตุผลของตัวเอง
คนเป็นบิดาเลือกที่จะเป็นเงียบเสียงของตัวเองลงไป ด้วยสีหน้าเรียบเฉยความรู้สึกที่เย็นชา แต่ใช่ว่าเขาจะยอมแพ้พ่าย เพราะคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้คนเป็นลูกสาวฟัง
บางครั้งวริญญาก็อยากจะถามผู้ให้กำเนิดที่ยืนเชิดหน้านิ่งนั่นเหมือนกันว่า เขามีหัวใจให้ใครบ้างหรือเปล่า?
หรือเขามองเธอกับแม่เป็นแค่สัตว์สองเท้าที่เอาไว้ประดับบ้านก็เท่านั้น...
“ถ้าแกจะกลับมาที่นี่เพื่อจะมาสั่งสอนฉัน เหมือนที่แม่แกพล่ามอยู่ทุกวัน ก็ไม่ต้องเข้ามาเหยียบที่นี่ แกกลับไปได้แล้ว”
มันเหมือนกับทุกครั้งที่เธอพยายามพูดเรื่องนี้กับผู้เป็นพ่อ แต่มันไม่ต่างจากการขว้างลูกบอลไปโดนกำแพง มันมีเพียงแค่ลูกเบาที่จะกระเด็นกลับมาหาคนขว้าง ไม่มีสักครั้งที่ลูกบอลนั้นจะสามารถทลายกำแพงได้
หญิงสาวมองผู้เป็นบิดาซึ่งเดินจากไปด้วยความน้อยใจ เธอได้รับข้อความจากแม่นมว่าบิดากำลังอาการไม่ดี สายใยของคนเป็นพ่อลูกถึงยังไงก็ต้องกลับมาดูแล แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะกลับมาพบกับเรื่องเดิมๆซ้ำซาก มันตอกย้ำความอ่อนด้อยในจิตใจ ว่าที่แท้แล้วสุดท้ายเธอก็ไม่มีทางเอาชนะพ่อของเธอได้ มีเพียงแค่แม่นมเท่านั้นที่คอยรักและห่วงใยไม่เคยเปลี่ยนแปลง
“หนูจะกลับแล้วนะคะแม่นม”
“ทำไมถึงจะรีบกลับละคะ คุณหนูรู้หรือเปล่าคะว่าคุณพ่อป่วยหนักมาก แล้วยิ่งพักนี้มีคนขององค์กรที่มาจากฝั่งเมืองใหญ่ คนพวกนั้นกำลังใช้อำนาจบีบคั้นคุณพ่อของคุณอยู่ ทำไมคุณหนูถึงไม่กลับมาอยู่ช่วยคุณพ่อก่อนละคะ”
“หนูเป็นผู้หญิงนะคะ จะให้หนูไปช่วยอะไรได้ หนูก็เคยบอกแล้วว่าให้คุณพ่อวางมือจากองค์กรนี้ซะ หากมีใครคอยตามมาเพื่อคิดบัญชีกับท่าน มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก”
“แต่ที่คุณพ่อทำไปทั้งหมดก็เพื่อคุณริญญ่ากับคุณกานดานะคะ ทำไมถึงไม่มีใครเข้าใจท่านบ้างเลย ตอนนี้ถ้าหากไม่มีใครมาอยู่ใกล้ๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ อีกไม่นานท่านก็คงจะล้มป่วย”
มันช่วยไม่ได้หากทุกอย่างต้องเป็นไปตามนั้น ในเมื่อท่านเป็นคนทำให้คนในครอบครัวต้องแตกฉานซ่านเซ็น
กานดาไม่สามารถอยู่เมืองไทยได้ เธอพาตัวเองไปอยู่ไกลถึงประเทศฝรั่งเศส ส่วนคนเป็นบุตรีที่ยังพอจะมีสายใยหลงเหลือให้กันอยู่บ้าง เธอก็อยากจะขัดขวางทางสีเทาของท่านให้มันถึงที่สุด แต่ก็ไม่เคยหยุดท่านได้เลย
ในเมื่อผู้ให้ชีวิตไม่คิดจะหวนคืนสู่เส้นทางของคนทั่วไป เธอก็ควรปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามชะตา
“คราวหน้าคราวหลังนมอย่าได้ส่งข้อความไปหาหนูอีกนะคะ คุณพ่อเขามีเงินมากมาย แค่ใช้เงินจ่ายค่าจ้างนางพยาบาลมาสักคนสองคน หรือจะเหมาจ่ายหมอทั้งโรงพยาบาลก็ยังทำได้ สำหรับท่านหนูไม่มีความสำคัญอะไรเลย”
“คุณหนูจะรู้บ้างไหมคะ? ว่าคุณพ่อของคุณท่านรักและเป็นห่วงเป็นใยคุณมากขนาดไหน?”
เสียงเรียกร้องของแม่นมเอ่ยขึ้นในขณะที่เธอกำลังจะหมุนตัวเดินจากไป....แต่วริญญาก็ไม่สนใจที่จะฟัง
ยังรักแค่ไหน? รักจนถึงขั้นต้องการจะหย่าขาดจากภรรยา ที่เคยบอกว่ารักนักหนา
เป็นห่วงเป็นใยถึงขนาดไหนกัน? ถึงขั้นส่งคนให้ตามไปสอดส่องชีวิตของวริญญา จนทำให้งานวิวาห์ที่เธอวาดฝันไว้ ต้องล่มสลายลงไปกลางคัน
ความรักของท่าน…ที่แท้แล้วมันคืออะไร?