“คุณรู้อะไรไหม? ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ถูกผู้ร้ายจับตัวมา ถ้าไม่ถูกฆ่าก็จะถูกทำเรื่องอย่างว่าจนสาแก่ใจ แล้วถึงค่อยปล่อยตัวไป”
คนตัวเล็กกว่าน้ำตารื้นขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้ฟัง ทั้งที่เธอตั้งใจว่าจะช่วยคนตรงหน้าด้วยสามัญสำนึกของคนเป็นแพทย์ แต่ก็ยังไม่วายที่จะถูกงูเห่าอย่างเขาแว้งเข้ามากัด แล้วเธอก็คือชาวนาคนนั้นชัดๆ เลย
“ฉันเป็นคนที่เคยช่วยชีวิตคุณเอาไว้แท้ๆ แต่กลับตอบแทนกันแบบนี้เองเหรอ อันที่จริงฉันน่าจะเรียกตำรวจมาจับคุณตอนนี้เลยเสียด้วยซ้ำ”
“คุณคิดจะทวงบุญคุณกับคนอย่างผมงั้นเหรอ? เกิดมาผมก็เพิ่งเคยเจอผู้หญิงหน้าโง่ ที่บอกว่าถูกผู้ชายหักอกมา แต่ก็ยังกล้ารับผู้ร้ายขึ้นรถ แถมยังช่วยรักษาให้อีกต่างหาก ผู้หญิงอย่างเธอหากไม่โดนผัวสวมเขา ก็คงจะถูกมันหลอกเอาไปขายเข้าสักวัน”
เธอทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ถูกอีกฝ่ายฉวยโอกาสขโมยหอมแก้มใส นั่นทำให้เจ้าของร่างบางถึงกับสะดุ้งเกร็งตัวด้วยความตกใจ ก่อนจะตวาดแว้ดออกไปว่า
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ฉันเป็นคนช่วยชีวิตคุณ ทำไมคุณถึงได้ทำเรื่องที่มันเลวร้ายและไม่เหมาะสมกับฉันแบบนี้ คุณยังมีความเป็นลูกผู้ชายหลงเหลืออยู่ไหม?”
“ผมก็กำลังตอบแทนผู้มีพระคุณของผมยังไงล่ะ”
“นี่เขาเรียกว่าตอบแทนพระคุณหรือยังไงกัน มันใช่ที่ไหนใครเขาสั่งสอนมาฮะ!”
“ก็แบบฉบับของโจรไง มันก็ต้องแบบนี้ไหม? ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าโจรได้ยังไงกัน?”
ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่กลับแฝงบางสิ่งอยู่ในดวงตา แล้วมันก็ทำให้วริญญารู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาได้ หรืออาจเป็นเพราะเธอรู้สึกเหงา เปล่าเปลี่ยวและเดียวดาย เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกผู้ชายทิ้งขว้าง แล้วมันจะใช่ความรู้สึกอย่างเดียวกัน กับที่ริมฝีปากหนาค่อยๆ แนบลงมาบดจูบกับริมฝีปากของวริญญานั่นหรือเปล่า?
คำถามมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในสมองของร่างบาง แต่ท้ายที่สุดมันกลับค่อยๆ จางหาย หลงเหลือไว้เพียงสัมผัสอบอุ่นเนิบช้าจากริมฝีปากหยักได้รูป ที่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมให้เขาเอาแต่ใจ จากจูบที่แค่แตะสัมผัสเนิบช้า กลับกลายเป็นว่าจูบนั้นเปลี่ยนเป็นรุกเร้ารุนแรงหน่วงหนักมากขึ้นไป เจ้าของร่างใหญ่ไล้จูบเธอไปทั่วทั้งร่างกาย โดยไม่มีจุดไหนที่เขาไม่ได้สัมผัสมัน เมื่อเขาทำอย่างนั้นมันชวนให้สมองของหญิงสาวว่างเปล่าขาวโพลน และยอมให้เขาเป็นคนพาเธอโจนทะยานขึ้นสู่ที่สูงครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักอิ่มพอ
หากจะมีใครหลายคนพูดว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่าย ยอมปล่อยตัวปล่อยใจให้กับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ตอนนั้นมันก็คงพูดไม่ผิดเท่าไหร่นัก
ฝ่ามือกว้างลูบไล้อยู่บนเรือนร่างที่ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกกระดากอายหรือรังเกียจอะไร แต่ตรงข้ามกันมันกลับเป็นความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกทุกครั้ง
ไม่ใช่เพียงเพราะวริญญาถูกทอดทิ้งจนรู้สึกโหยหาอ้อมกอดของใครก็ได้ แต่ทว่าภายในอ้อมกอดของร่างใหญ่ มันกลับมีพื้นที่เตรียมเอาไว้ให้สำหรับเธอ
อาจจะเป็นเพราะโชคชะตา…หรือฟ้ากำหนดมาให้เขาและเธอได้มาเจอกัน
สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ความฝัน หรืออาจจะถูกสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อเริ่มมองเห็นเค้าลางแห่งความเลวร้าย โดยมีพรหม คอยลิขิตให้ชีวิตเธอได้เดินไปตามทางที่ถูกกำหนดไว้ อย่างที่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้หญิงสาวได้สมหวังกับใครสักคน...
วริญญาเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอ เมื่อได้รับข้อความมากมาย ในขณะที่เธอกำลังงัวเงียตื่นจากการนอนหลับ เพราะหลังกลับมาจากที่ทำงาน เธอก็ยังต้องมาคอยพยาบาลคนที่ชอบเอาแต่ใจ ที่อาศัยอยู่ในห้องของตัวเอง
ในขณะที่เธอกำลังมีความสุขกับชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนจะมีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่กับใครสักคน แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ได้วนกลับมาหาวริญญาอีกครั้ง
“ริญจะต้องกลับไปที่บ้านหลายวัน คุณจะอยู่ที่นี่คนเดียวได้หรือเปล่าคะชาง?”
ชาง คือชื่อของผู้ชายที่เธอเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ตอนนั้น
ร่างหนาพลิกตัวขึ้นมามองหน้าเจ้าของเสียง แล้วใช้เพียงท่อนแขนข้างเดียวหนุนศีรษะไว้ในขณะที่ร่างกายเปลือยเปล่า ดีหน่อยตรงที่เขายังเอาผ้าห่มผืนบางปิดบังช่วงล่างเอาไว้
“ทำไมคุณถึงต้องกลับบ้านด้วยละ? ในเมื่อเราสองคนอยู่ด้วยกันที่นี่มาเป็นเดือน แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่คุณบอกกับผมว่าจะกลับบ้าน”
วริญญาทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก และไม่สามารถบอกความจริงทุกอย่างกับเขาได้
จากการที่คบหากันมาสักระยะ วริญญาสามารถเรียนรู้นิสัยใจคอของชางได้อยู่อย่างหนึ่ง
ชางเป็นคนช่างสังเกตุเก่ง ชายหนุ่มรู้ว่าเธอเองก็ไม่ต้องการให้เขาได้รู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเธอเท่าไหร่? แต่ชางก็ไม่เคยถามหาเหตุผลจากเธอว่าทำไม?
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่ริญไม่มีเวลากลับไปหาท่านทั้งสองคนเท่านั้นเอง แล้วเมื่อกี้นี้ก็มีข้อความของคุณแม่ส่งมาบอกริญว่าคุณพ่อกำลังไม่สบาย ริญก็เลยคิดว่าน่าจะต้องไปเยี่ยมหาท่านบ้างน่ะค่ะ แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะถึงจะกลับมาหาคุณที่นี่ได้”
เขาไม่ตอบเธอกลับไปทันที เพียงแต่หรี่ตามองร่างบางราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่าง
“คุณคิดจะให้ตำรวจเข้ามาจับผมตอนที่คุณไม่อยู่ที่นี่หรือเปล่า?” คำพูดของเขาติดตลกเชิงต้องการจะลองใจ
“ ริญไม่เคยคิดแบบนั้นกับคุณเลยนะคะชาง...” เจ้าของร่างบางรีบตอบกลับไป เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเข้าใจเธอไปอย่างนั้น
เธอได้ยินเสียงเขากลั้นขำเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ยกฝ่ามือใหญ่ เข้าไปลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของหญิงสาวราวกับกำลังเอาใจ
“ไปเถอะ แล้วก็รีบกลับมานะ คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบรออะไรนานๆ”
เจ้าของร่างใหญ่มองเธอด้วยสายตาที่มองเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง แต่มันเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นมาในหัวใจ
แต่หญิงสาวยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไป เมื่อร่างของเธอถูกอีกฝ่ายรั้งเข้าไปแนบกับอกกว้าง ก่อนจะจูบริมฝีปากบางอย่างรุกเร้าเอาแค่ใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งเนิ่นนานอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะผละออกมาพูดกับเธอว่า
“ขอแค่อย่าให้ผมจับได้ ว่าคุณแอบไปมีผู้ชายคนอื่นก็แล้วกัน”
น้ำเสียงทุ้มบอกแกมหยอกเย้า แต่ทว่านัยน์ตาคมของเขาที่ฉายแววออกมาเหมือนกับสัตว์ร้าย แววตาของคนที่ไม่เคยคิดจะไว้ใจใครเลยจริงๆ
ถึงแม้หญิงสาวจะอยู่กับเขามาเป็นเวลานับเดือน แต่ก็ยังไม่เคยได้เห็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสถานะทางความคิดของคนตัวใหญ่กว่า เจ้าของแววตาที่ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ข้างในอย่างหาที่สุดไม่ได้...
วริญญาไม่เคยรู้ หรือเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่เคยแสดงมันออกมาให้เธอได้เห็นเอง