เฮ้อ ชีวิต

1902 Words
“เฮ้อ ชีวิต” หลังจากเหตุการณ์ผิดหวังเสียใจเมื่อสองวันก่อน พราวมุกก็กลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมของเธอ อันที่จริงที่เริ่มใช้ชีวิตปกติมาตั้งแต่วันแรกแล้ว เธอตื่นแต่เช้าเข้าทำงานในฟาร์มโคนมของตัวเองโดยมีลูกจ้างช่วยเหลืออีกสองคน แต่สองคนนั้นก็มักจะลางานบ่อยๆ เพราะเมามาทำงานไม่ไหว แล้วพอตกเย็นงานในฟาร์มจบหมดทุกอย่าง เธอก็หันหน้าหาพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อจะได้หลับสบาย แล้ววันนี้ก็เหมือนกับทุกวัน เธอเดินไปซื้อเครื่องดื่มที่ร้านค้าไม่ไกลจากบ้านของตัวเองมากนัก เป็นเบียร์เย็นๆ สองขวด ถือมาในมือหนึ่งขวดและยกดื่มมาตลอดทางอีกหนึ่งขวด พร้อมรำพึงรำพันถึงชีวิตที่ไร้คู่ของตัวเองออกมาเป็นเพลงไปด้วยตลอดทาง หวังว่าจะคลายความเหงาภายในใจของตัวเองที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวออกไปได้บ้าง “ตกเย็นก็กินแต่เหล้ากินแต่เบียร์ นิสัยแบบนี้ไง พ่อแม่ของแกถึงได้หนีตายไปหมด” เสียงแหลมตะโกนด่ามาแต่ไกลเมื่อสายตานั้นกวาดมองไปเห็นว่าพราวมุกที่กำลังเดินผ่านบ้านของเธอนั้นกำลังถือขวดเบียร์อยู่ในมือ พร้อมกันนั้นก็มุดตัวออกมาจากใต้เพิงของต้นมะระขี้นกที่มุดตัวเข้าไปเพื่อไปเก็บหาลูกเล็กๆ ของมันมาต้มจิ้มน้ำพริกกิน แต่แค่นั้นยังไม่สาแก่ใจคนแก่อย่างเธอที่มีศักดิ์เป็นถึงป้าของหญิงสาวที่ทำตัวขี้เหล้าเมายาแบบนั้น เธอไปยืนเท้าเอวด่าหญิงสาวต่อถึงข้างถนน “ไม่อยากแก่ตายก็ช่วยหุบปากซะด้วย” พราวมุกที่เริ่มจะกรึ่มๆ ได้ที่จากการซดเบียร์ไปเกือบจะหมดขวดหันไปตอกกลับอีกฝ่ายอย่างไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงป้าพี่สาวของแม่เธอที่ตายจากไปแล้ว ด้วยเพราะเธอไม่เคยนับถือผู้หญิงคนนี้แม้แต่นิดเดียวเลย ก็เพราะปากของอีกฝ่ายเป็นแบบนี้ไง แถมยังไม่เคยช่วยเหลืออะไรเธอในฐานะป้าอีกด้วย มีแต่จะคอยซ้ำเติมให้ต้องเจ็บช้ำหนักหนาไปอีกเมื่อต้องเจอปัญหา “ฉันจะด่าแกอีก มีอะไรไหม” สองมือเท้าสะเอวให้มั่น ยื่นปากร้ายๆ ไปข้างหน้า ด่าอีกฝ่ายออกไปอีกอย่างไม่มียอมด้วยความปากจัดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และด้วยอีกฝ่ายเป็นหลานที่เธอแสนเกลียดยังไงก็ต้องด่าให้สาแก่ใจประเดี๋ยวคืนนี้มันจะนอนไม่หลับ นี่แหละตัวต้นเหตุที่ทำให้น้องสาวสุดที่รักของเธอต้องลาจากโลกใบนี้ไปเพราะตรอมใจอับอายในสิ่งที่พราวมุกทำเอาไว้ “มีซิ โดนตบปากสักทีสองทีดีไหม” ขวดเบียร์ในมือถูกจับเอาไว้ให้มั่นฟาดไปอย่างแรงกับเสาคอนกรีตสีขาวดำที่ตั้งอยู่ตรงข้างทางอย่างแรงจนแตกออกจากกัน ชูขวดเบียร์ที่มีแต่ปลายแหลมคมไปข้างหน้า หมายจะเอาไปงัดปากของอีกฝ่ายให้เงียบเสียงด่าทอลง อันที่จริงเธอก็ไม่ใช่คนก้าวร้าวรุนแรงอะไรหรอก เพียงแต่ในตอนนี้สถานการณ์มันบังคับให้เธอต้องทำแบบนี้บวกกับมีฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ในเลือดด้วยทำให้ความยับยั้งชั่งใจมันมีน้อย และถ้าเธอไม่ทำแบบนี้อนงค์ที่มีศักดิ์เป็นป้าของเธอก็คงไม่ยอมเงียบ และจะด่าทอเธอต่อไปจนกระทั่งเธอเดินไปถึงยังขอบรั่วบ้านของตัวเองนู้น ให้เธอต้องอับอายชาวบ้านชาวเมืองอย่างไม่มีวันจบสิ้น “อีพราว อีก้าวร้าว อีหลานเนรคุณ” อนงค์ก้าวถอยหลังด้วยความว่องไวและคล่องตัวเกินอายุเข้าไปยังเขตชายคาบ้านของตัวเอง หวาดกลัวสิ่งที่หญิงสาวนั้นชูเข้ามาหาเป็นที่สุดเพราะปลายแหลมคมของมันอาจทำให้เลือดตกยางออกได้ ถึงปากเธอจะกล้าแกร่งเกินตัว แต่ทว่าก็ไม่กล้ากับของแหลมคมพวกนั้น “มึงไม่เคยมีบุญคุณกับกูหรอก อีแก่” พราวมุกวิ่งอย่างบ้าคลั่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างขาดสติเมื่ออีกฝ่ายกล้ามาด่าทอเธอถึงหนี้บุญคุณอะไรนั้น ก็เรื่องนั้นมันไม่มีความจริงอยู่เลย คนอย่างเธอก็ยอมไม่ได้ที่จะถูกด่าแบบนั้น อนงค์ไม่เคยแม้แต่จะเลี้ยงดูเธอมาแม้แต่วินาทีเดียว มีแต่จงเกลียดจงชังเธอมาตั้งแต่เล็กน้อย ด่าทอเธอเสียๆ หายๆ มาตั้งแต่จำความได้ “อีบ้าแพรว” อนงค์วิ่งหนีตายเข้าไปภายในบ้านของตัวเอง พร้อมกับปิดล็อกประตูในทันที เข้าไปด่าทออีกฝ่ายต่อภายในนั้นแต่ไม่กล้าที่จะโผล่หน้าออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็น “เพล้ง” ขวดเบียร์แตกๆ ภายในมือของหญิงสาวถูกขวางออกไปเต็มแรงที่เธอนั้นมีอยู่ในตอนนี้เข้าไปหาตัวบ้านของอนงค์เพื่อจบคำด่าทุกอย่างในวันนี้ และมันก็ได้ผลจริงๆ อนงค์นั้นเงียบเสียงลงในทันทีที่ขวดนั้นไปโดนกระจกของหน้าต่างบ้านแตกกระจาย แล้วพราวมุกก็เดินจากไปเพราะไม่อาจบุกเข้าไปภายในบ้านของอนงค์ได้ ด้วยไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้ “เสียอารมณ์ชะมัด วันหลังถ้าเห็นอีแก่นั้นเดินผ่านมา ไล่กระทืบไปเลยนะลูก” ก่อนจะกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนหลังจากต้องเผชิญเรื่องบ้าบอมา พราวมุกก็แวะไปดูแม่วัวของเธออีกนิดหน่อยเพราะตรวจดูความเรียบร้อยด้วยกลัวว่าคนงานนั้นจะทำงานทิ้งเอาไว้ไม่เรียบร้อย และก็แวะไประบายอารมณ์กับพวกวัวนั้นด้วยเพราะ ณ ตอนนี้เพื่อนที่ดีที่สุดของเธอก็เห็นจะมีแต่พวกวัวพวกนี้ที่รับฟังเธอได้ทุกอย่าง “ม๊อออออออ” พวกแม่วัวที่ถูกพราวมุกดูแลอย่างดีนั้นตอบรับเป็นเสียงเดียวกันลั่นฟาร์มราวกับรู้ในสิ่งที่พราวมุกนั้นพูดออกมา “ดีมากลูกแม่” ทำเอาเธอนั้นพออกพอใจกระดกเบียร์ที่เหลืออีกขวดไปรวดเดียวเกือบหมดขวด แล้วถึงได้เดินกลับเข้าบ้านไป “พ่อกับแม่คอยดูความสำเร็จของพราวให้ดีนะ พราวจะมีสามีที่ดีมีลูกมาวิ่งเล่นในฟาร์มนั้นให้ได้สักครึ่งโหล อย่าอิจฉาจนลุกขึ้นมาจากหลุมล่ะ” เธอเปิดประตูเดินเข้าบ้านพักหลังเล็กที่มีพื้นที่ใช้สอยแค่พอขยับตัวไปมาได้เท่านั้นไปก็เจอเข้ากับอดีตเจ้าของบ้านสองคนยืนเบียดเสียดกันอยู่ในรูปติดฝาผนังบ้าน พราวมุกที่เริ่มเมาได้ที่เดินเข้าไปทักทายคนทั้งสองที่ทอดทิ้งเธอไปก่อนเวลาอันควร ด้วยข้ออ้างที่ว่าอับอายสุดจะทนเพราะลูกสาวอย่างเธอโดนหลอกให้แต่งงานแล้วไอ้เจ้าบ่าวป้ายแดงนั้นก็เชิดเงินสินสอดรวบถึงของมีค่าในบ้านหนีไปตั้งแต่เข้าหอคืนแรก พร่ำพูดกับคนที่ไม่อยู่บนโลกใบนี้ไปหลายต่อหลายคำเพราะต้องการระบายความอัดอั้นที่มันสุมอยู่ภายในใจ “ขอโทษ” แต่พอรู้ตัวว่าพูดมากไปก็ยกมือขอโทษคนทั้งสองที่เป็นถึงพ่อและแม่ของเธอ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไปเพื่อไปพัก หมดสิ้นวันที่แสนน่าเบื่อและโดดเดี่ยวไปอีกวัน “มาทำอะไรกันแต่หัววัน” พราวมุกที่กำลังทำความสะอาดฟาร์มของเธออยู่หันไปทักทายเพื่อนสนิทสองคนที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอ อันที่จริงเธอจะทักตั้งแต่ทั้งสองจอดรถกันตรงนู้นแล้ว แต่ทว่าไม่มีแรงพอจะตะโกนดังไปถึงตรงนู้น ด้วยเมื่อคืนเมามากไปหน่อยวันนี้เลยแฮงค์มากไปหน่อย “นี่มันบ่ายแล้วไหม ไม่ใช่เช้า” กชมนตอบกลับเพื่อนด้วยรอยยิ้มแห้งๆ อย่างรู้ทันว่าพราวมุกนั้นคงเพิ่งจะฟื้นจากฤทธิ์เบียร์ที่กินไปเมื่อเย็นวาน คงจะหนักหนาสาหัสและเกินหนึ่งขวดแน่นอนถึงได้กับหลงว่าเวลานี้มันเวลาไหน “ก็นั่นแหละ มาทำอะไรกัน” พราวมุกที่ยังมึนๆ งงๆ อยู่ออกอาการแถถามออกไปเพื่อจะเอาคำตอบให้ได้ “วันนี้วันเกิดฉันไง จำไม่ได้หรือไงว่าเรามีนัดกันน่ะ” ญาณีหรือจูนเพื่อนสนิทอีกคนของพราวมุกเป็นคนเอ่ยออกมา ด้วยวันนี้เธอเป็นคนนัดเพื่อนทั้งสองคนด้วยตัวเองเพื่อนจะไปฉลองวันเกิดกันที่ในเมืองแบบลืมแกและลืมลูกลืมผัวไปชั่วขณะ “วันนี้เหรอ” พราวมุกถึงกับคิ้วขมวดด้วยความปวดหัวเมื่อเธอนั้นจำไม่ได้ว่าวันนี้มีนัดสำคัญ “นี่นอกจากมดลูกแกจะกำลังเสื่อมสภาพแล้ว แล้วยังกินแต่เบียร์จนสมองเสื่อมอีกด้วยหรือไง” กชมนอดไม่ได้ที่จะต่อว่าเพื่อนออกไป ด้วยบางทีก็เหลืออดกับพฤติกรรมติดลบของเพื่อนคนนี้ เธอเตือนพราวมุกหลายครั้งแล้วให้เลือกกินของมึนเมาแบบนั้นในแทบจะทุกวันเพราะมันทำลายสุขภาพ แล้วนี่เป็นไง สมองเริ่มเสื่อมตามมดลูกไปแล้ว จำแม้แต่นัดของเพื่อนยังไม่ได้เลย “เออ จำได้หรอกน่ะ” พราวมุกรีบตอบแบบขอไปทีเพื่อไม่ให้กชมนและญาณีรุมต่อว่าเธอที่เป็นฝ่ายผิด “จำได้กับผีสิ ป่านนี้แล้วแกยังทำงานในฟาร์มไม่เสร็จ แล้วจะได้ไปฉลองวันเกิดฉันป่านไหนกันจ๊ะ” แต่พราวมุกก็หนีไม่รอด ญาณีเป็นฝ่ายต่อว่าเธอต่ออีกด้วยความโมโหเล็กๆ เพราะจนป่านนี้บ่ายกว่าแล้ว พราวมุกยังทำงานในฟาร์มไม่เรียบร้อยเลย และถ้างานในฟาร์มไม่เสร็จพราวมุกก็แทบจะไปไหนไม่ได้เพราะแม่วัวพวกนั้นต้องการการดูแลอย่างดีเพื่อน้ำนมในวันพรุ่งนี้ เพื่อรายได้เพียงอย่างเดียวของพราวมุก “ก็มาช่วยๆ กันหน่อยสิ ยืนพูดอยู่ได้” พราวมุกหันซ้ายหันขวามองงานที่ยังกองอยู่เต็มไปหมดแล้วก็หันไปหาเพื่อนของเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ อันที่จริงงานพวกนี้ควรจะเสร็จนานแล้วแต่ทว่าวันนี้คนงานเมาเลยไม่ได้ทำงาน เธอก็เลยทำอยู่คนเดียวแถมตื่นสายอีกงานมันก็เลยช้าเข้าไปใหญ่ โชคดีเลยมีเพื่อนมาช่วย งานในฟาร์มเล็กๆ ของเธอในวันนี้ต้องเสร็จเร็วกว่าที่ควรจะเป็นอย่างแน่นอน “เฮ้อ” ญาณีและกชมนถอนหายใจออกมาพร้อมกับอย่างนึกเอือมระอาในตัวของพราวมุก แต่ทว่าก็กลับเดินไปหยิบเครื่องไม้เครื่องมือมาช่วยพราวมุกทำงานอย่างแข็งขัน เพราะความรักเพื่อน ต่อให้เอือมระอาขนาดไหนก็ทอดทิ้งกันไปไม่ได้อยู่ดี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD