คาสิโนใต้ดิน

1862 Words
บรรยากาศคาสิโนใต้ดิน เสียงเพลงสับสนระหว่างแจ๊สกับเสียงกระทบของลูกเต๋าและเหรียญดังคลออยู่ตลอดเวลา กลิ่นบุหรี่และเหล้าผสมควันเทียนฟุ้งไปทั่วอากาศ ฝุ่นลอยวนตามแสงไฟสลัว ๆ ทำให้บรรยากาศทั้งมืด ทั้งตึงเครียด คาสิโนใต้ดินแห่งนี้ตั้งอยู่ในตึกเก่าร้างชั้นล่างสุด ไม่มีใครกล้าเข้ามาโดยไม่ถูกสังเกต เสือดำก้าวเข้ามาในห้องใหญ่ สายตาคมดุราวกับเสือในรัง เขามองไปรอบ ๆ โต๊ะพนันแต่ละโต๊ะ เหล่านักพนันต่างหัวร้อนหรือยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาพวกเขาบอกชัดว่ากำลังวัดดวงกับชีวิต “คืนนี้… ใครจะรอด ใครจะพัง… กูกำหนดเอง” เสือดำคิดในใจ เสียงหัวเราะหยาบคายของชายหนุ่มบางคนดังก้องในห้อง แต่ไม่ทำให้เขาแสดงอารมณ์ใด ๆ เขาเดินไปที่โต๊ะไพ่ ไฮโล และเกมเสี่ยงโชคอื่น ๆ มือใหญ่แตะขอบโต๊ะเบา ๆ เพื่อประเมินความผิดพลาดหรือการโกงของนักพนัน เสือดำเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้านหลังคาสิโนใต้ดิน ห้องทำงานมืดมีแสงเพียงจากจอวงจรปิดที่แสดงภาพโต๊ะพนันทั้งหลาย เสียงแผ่ว ๆ ของลูกเต๋าและเหรียญกระทบโต๊ะดังลอดมาแต่ไกล ฝุ่นและควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งตามแสงไฟจากจอ เขานั่งลงบนเก้าอี้หนังหนาข้างหลัง มือใหญ่แตะขอบโต๊ะไม้ เสือดำค่อย ๆ จับจ้องไปยัง ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มองผ่านจอวงจรปิด หนุ่มคนนั้นกำลังแทงไพ่หนัก ๆ ดูไม่หวาดกลัวใครเลย “หมอนี่… มันไอ้เดชนี่มันกล้าเกินไปแล้วว่ะ” เสือดำกระซิบกับผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เดชยังไม่รู้ตัวว่ามีสายตาคมกริบกำลังจับเขาอยู่ เขาโยนไพ่แทงเดิมพันเพิ่มอย่างไม่หยุด มือไวเหมือนนักมายากล ฝีมือการเล่นชัดเจนว่าไม่ธรรมดา นักพนันรอบโต๊ะเริ่มหันมามองบ้าง บางคนส่งสายตาไม่พอใจ “ไอ้นี่… เล่นแบบนี้มันไม่กลัวเจ๊งเหรอวะ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งเบา ๆ แต่ก็พอให้เดชได้ยิน เดชหัวเราะเจ้าเล่ห์ พลิกไพ่บนมืออย่างมั่นใจ “ถ้าไม่กล้า… ก็ถอยไปสิครับ” เขาพูดเหมือนล้อเลียน ทั้งกล้าทั้งร่าเริง เสือดำมองเขาผ่านจอ สายตาคมเต็มไปด้วยความประเมิน “มันกล้า เสี่ยง และ… น่าสนใจดีว่ะ” เสียงเหรียญกระทบโต๊ะดัง กึก ๆ ก้อง ๆ ผสมกับเสียงไพ่ถูกสับและโยนอย่างรวดเร็ว เสียงลูกเต๋ากระทบพื้นไม้ตุบ ๆ เสียงคุยเสียงหัวเราะและสบถหยาบดังปะปนกันเต็มห้อง กลิ่นบุหรี่ เหล้า และน้ำมันเครื่องจากประตูหลังลอยปนกันจนทำให้ห้องทั้งอับและหอมแบบประหลาด ที่โต๊ะไพ่หลักเจ้ามือหนุ่มสูงใหญ่พูดจาราบเรียบแต่สายตาคมกริบจ้องนักพนันทุกคน “เดิมพันรอบสุดท้าย ใครยังไม่จ่ายเพิ่ม รีบลงมา” เจ้ามือเรียกร้องเสียงเข้ม “กูไม่พอใจว่ะ ไพ่กูโดนโกงแน่ ๆ ” นักพนันสูงวัยคนหนึ่งสบถเสียงดัง มือสั่นด้วยความโกรธ “อย่ามาพูดมากไพ่ทุกใบเปิดตรงนี้ ถ้าไม่ชนะก็อย่ามาโวยวาย” เจ้ามือตอบเสียงเย็น เดชยังคงนั่งนิ่งมือไวพลิกไพ่อย่างมั่นใจ “เฮ้… เจ้ามือ… ไพ่กูชนะจริง ๆ นะ มึงจะให้ชนะหรือจะบอกว่าโกง” เดชยิ้มเจ้าเล่ห์ “เด็กน้อย… อย่ามาท้ากู กูเห็นทุกอย่างชัดเจน” เจ้ามือสบถแล้วชี้ไพ่บนโต๊ะ นักพนันรอบโต๊ะเริ่มโวยวายกันไปมา บางคนสบถ หัวเราะ บางคนขมวดคิ้ว “ไอ้เด็กนี่… เล่นแบบนี้ไม่กลัวเจ๊งเหรอวะ” “ไอ้เจ้ามือเลวกว่าที่คิด” เดชยิ้มราวกับโลกทั้งโลกเป็นของเขา พลิกไพ่แทงเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่กลัวใคร “ไม่ลองไม่รู้ไงครับ… ใครกลัวก็ถอยไป” เจ้ามือสบตาเขาอย่างดุ “มึง… แทงอีกแล้วเหรอ รอบนี้วางสูงเกินไป” “ถ้าไม่กล้า… ก็อย่ามายุ่งกับกูครับ” เดชตอบเสียงร่าเริง เสือดำมองผ่านจอวงจรปิดมือแตะขอบโต๊ะเบา ๆ สายตาคมจับทุกจังหวะ “เด็กนี่… มันไม่เหมือนใครจริง ๆ ทั้งกล้า ทั้งโลภ… ชอบว่ะ” เจ้ามือพยายามโต้กลับ เดชหัวเราะเจ้าเล่ห์ “ไอ้เจ้ามือ… ใจเย็นหน่อย ใคร ๆ ก็แทงแบบกูไม่ได้หรอก” “เด็กบ้า! มึงอย่ามาแหย่กู!” นักพนันคนอื่นหัวเราะคิกคัก เดชยิ้มร่าเริง และแทงเพิ่มอีกครั้ง เสียงเหรียญตกบนโต๊ะดังสนั่น “ไอ้เด็กนี่… มันบ้าเกินไปแล้ววะ” นักพนันรอบโต๊ะกระซิบกัน “แต่สนุกดีว่ะ… ดูมันกล้าเหลือเกิน” เสือดำมองเดชผ่านจอ สายตาคมเต็มไปด้วยความประเมิน ทั้งชอบและระวัง “โตขึ้น มันอาจสร้างปัญหาให้กู… หรือสร้างสีสันให้ชีวิตกูก็ได้” เดชยังคงเล่นต่อ ไม่สนใจคำสบถหรือสายตาของทุกคน มือไวแทงเพิ่มสูงขึ้น ราวกับไม่รู้จักกลัว เสียงเหรียญกระทบไพ่ เสียงลูกเต๋าและเสียงสบถของนักพนันกลายเป็นซาวด์แทร็กตึงเครียด ของค่ำคืนนี้ เสือดำยกแก้วเหล้าขึ้นแตะริมฝีปากมองเดชด้วยสายตาคม เสียงไพ่กระทบโต๊ะดัง แปะ! ตามด้วยเสียงสูดลมหายใจของเจ้ามือและนักพนันรอบข้าง เดชยกคิ้วขึ้นนิด ๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ มุมปากยกขึ้นราวกับท้าทายโลกทั้งใบ แต่ในระหว่างที่เขากำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม กลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งไม่ปกติ สายตาที่เหมือนถูกใครมองอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่พวกนักพนันรอบโต๊ะ ไม่ใช่ลูกค้าเมา ๆ ที่ชอบยืนดูคนอื่นเล่น แต่เป็นสายตาที่เยือกเย็น หนักแน่น และกดดันจนขนหลังลุก เขาเอียงหัวนิดหนึ่ง สบตากับความว่างเปล่าทางด้านบนของบ่อนบนชั้นลอยที่ติดกระจกสีชา ในความมืดนั้นเหมือนมีเงาร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ แสงไฟสะท้อนเพียงนิดให้เห็นโครงหน้าและแววตาแหลมคมเพียงวูบเดียว “ใครวะ… ทำไมมันจ้องกูแบบนี้” เดชบ่นพึมพำกับตัวเอง เบือนสายตากลับมาอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นแบบไม่มีเหตุผล เขายกแก้วขึ้นอีกครั้ง รินเหล้าเพิ่ม กลืนรวดเดียวก่อนวางแก้วเสียงดัง กึก! แล้วหันไปพูดกับเจ้ามือที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ตรงข้าม “เฮ้ พี่… คนบนชั้นนั่นใครวะมันมองผมนานแล้ว” เจ้ามือเงยหน้ามองขึ้น แล้วรีบหันกลับมาทันทีดวงตาหลุกหลิก เสือดำยืนอยู่ตรงนั้นพอดี “ไม่มีใครหรอกคุณ แสงสะท้อนกระจกมั้ง” “แสงสะท้อนเหรอ” เดชหัวเราะเบา ๆ แล้วส่ายหน้า “งั้นกูคงเมาเองสินะ” เสียงหัวเราะนั้นเบาแต่แฝงความท้าทาย แววตาเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นมากกว่ากลัวเสียอีก “แต่ถ้าไม่มีจริง… แล้วทำไมกูถึงรู้สึกเหมือนมันยังมองอยู่แบบนี้วะ” เจ้ามือกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ไม่กล้าตอบ เพราะรู้ดีว่า “คนข้างบน” คือใคร เดชกลับมาที่เกม มือว่องไวจับลูกเต๋า พลิกไพ่ แทงเดิมพันสูงขึ้นโดยไม่ลังเล เขาหยุดพูดอยู่ชั่วครู่ แล้วพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “คืนนี้… กูจะรวยหรือจนก็ช่าง แต่กูสนุกโคตร ๆ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มุมปากขยับเหมือนกำลังยั่วใครบางคน สายตาเขายังเหลือบมองขึ้นไปเป็นระยะ เหมือนตั้งใจยั่วให้ “คนที่มองอยู่” โผล่มา “มึงอยากดูนักใช่ไหมดูให้ตาแฉะเลยไอ้เหี้ย…” เขาพูดในลำคอ เสียงแผ่วจนคนข้าง ๆ ได้ยินแค่บางคำ “อะไรนะ” นักพนันข้าง ๆ ถาม “เปล่า… กูคุยกับโชคชะตา กำลังจะดูว่ามันจะอยู่ข้างใคร” เดชยิ้มบาง ๆ ก่อนเจ้ามือจะโยนลูกเต๋าอีกครั้ง เสียงลูกเต๋ากระแทกพื้นไม้ ตึง! แล้วกลิ้งช้า ๆ ก่อนจะหยุดที่แต้มสูงสุดอีกครั้ง รอบโต๊ะเงียบกริบไปชั่ววินาที ก่อนจะตามด้วยเสียงอุทานลั่น “แม่งอีกแล้ว” “มันเล่นยังไงวะ” เดชหัวเราะ รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ เขายกมือขึ้นลูบจมูกเบา ๆ “เห็นมั้ยล่ะ กูบอกแล้ว คืนนี้กูไม่พลาด!” แล้วเขาก็หันหน้าไปทางชั้นลอยอีกครั้ง มองจุดเดิมที่เงานั้นเคยยืนอยู่ คราวนี้เงานั้นขยับเล็กน้อย เหมือนกำลังขยับแขนหรือเดินไปมา แสงไฟสะท้อนให้เห็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของใบหน้า คมเข้ม ดุดัน แต่แววตาสงบนิ่ง เดชยิ้มกว้างกว่าเดิม หัวเราะในลำคอ “โห… ถ้ามีคนอย่างมึงดูอยู่จริง ๆ ก็ถือว่ากูโชคดีนะ ได้คนดูระดับนี้” คนรอบข้างมองเขาแปลก ๆ “มึงคุยกับใครวะ” “ผีในบ่อนมั้ง ฮ่า ๆ ๆ” เดชตอบพลางหัวเราะเสียงดัง แต่ในใจกลับเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เดชไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกได้ว่าคนที่มองเขาอยู่นั้นไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่นักพนันทั่วไป หรือบอดี้การ์ดของบ่อน สายตาแบบนั้นมันเหมือนสายตาของ “เจ้าของเหยื่อ” มากกว่า เยือกเย็นรอจังหวะและพร้อมขย้ำทุกเมื่อ แต่แทนที่เขาจะกลัว เดชกลับรู้สึก “อยากลอง” อยากรู้ว่าคนแบบนั้น… จะเป็นใคร จะออกมาท้าทายเขายังไง “ถ้ามึงอยากดูนัก ก็เตรียมลุ้นตาต่อไปเลยไอ้สัด” เขาพึมพำอีกครั้งพร้อมกับโยนชิปลงโต๊ะเสียงดัง แกร๊ง! เจ้ามือหน้าซีด แต่จำใจเปิดเกมต่อ เสียงดนตรีแจ๊สเริ่มเร่งจังหวะขึ้นจากลำโพงเก่า กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นควันบุหรี่หนาแน่นกว่าเดิม ทุกอย่างดูร้อนแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เดชโน้มตัวไปข้างหน้า พูดกับเจ้ามือเบา ๆ แต่เสียงนั้นชัดเจน “พี่รู้มั้ย เวลาใครมองกูแบบนั้น กูยิ่งอยากชนะ ยิ่งอยากเล่นต่อไม่หยุด” “มองแบบไหนวะ” “แบบเสือจ้องเหยื่อ… แต่ดันลืมไปว่าเหยื่ออย่างกูกัดกลับได้” พูดจบเขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบาย แต่ดวงตายังจับจ้องไปบนชั้นลอยไม่วาง แม้จะไม่เห็นหน้าใครชัด ๆ แต่เขารู้… ว่าคนคนนั้นยังอยู่ ขณะเดียวกัน เสือดำยืนพิงราวบันได ดวงตาคมจ้องลงมาที่โต๊ะเดชอย่างนิ่งสงบ ริมฝีปากยกขึ้นน้อย ๆ “ปากมันกวนดีนี่หว่า…” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ “แต่กูก็ชอบคนแบบนี้แหละ” แล้วเขาก็หันหลังเดินออกจากบ่อนอย่างเงียบเชียบ มือแตะขอบประตูไว้แน่น “ตามดูมันให้ดี… มันอาจเป็นภัย… หรือคนที่จะสร้างสีสันให้ชีวิตกูก็ได้” เสียงหัวเราะ เสียงเดิมพัน และเสียงลูกเต๋ายังดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ขณะที่ในเงามืด เสือดำได้เริ่มวางหมากบางอย่างในใจแล้ว หมากที่มีชื่อว่าเดชล่อให้มันอิ่ม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD