ก๊อกๆๆๆ
เสียงเคาะประตูห้องน้ำทำให้สาวน้อยที่อยู่ใต้ฝักบัวถึงกับหันขวับไปมองต้นเสียง
“ยิปโซ ผ้าขนหนู”
“อะ เอาวางไว้หน้าประตูแหล่ะ เดี๋ยวฉันออกไปหยิบเอา”
ใครจะเปิดประตูให้เขากัน
“พื้นมันสกปรก เปิดประตูมาเอาดีๆ”
“โอ้ยยย อะไรนักหนาเนี่ยลุง”
ยิปโซไม่รู้จะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ เรื่องเมื่อคืนมันทำให้เธอไม่อยากมองหน้าของเขาด้วยซ้ำ
พอคิดถึงเรื่องนี้หัวใจดวงน้อยๆก็เต้นรัว ไม่ได้เขินหรอกนะ มันเป็นเรื่องหน้าอายต่างหาก
แกร็ก~!
มือเล็กแง้มประตูห้องน้ำออก แล้วเอื้อมมือออกไปข้างนอก เพื่อให้เขาวางผ้าขนหนูที่มือ คอปเปอร์มองมือเล็กที่แกว่งไปมาแล้วยกยิ้ม อยากแกล้งเด็กแสบขึ้นมาอีกแล้ว
“ เอามาสิ่”
“เฮ้ย!! ลุง เข้ามาทำไมเนี่ย”
คอปเปอร์มองดูร่างเปลือยเปล่าที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ทั่วร่างยิ่งขลับให้ผิวขาวเนียนดูหวานฉ่ำ ผมยาวดำขลับถูกมัดเกล้าขึ้นลวกๆเพื่อไม่ให้เปียกน้ำ มือเล็กพยายามปิดป้องหน้าอกที่เกินตัวและคว้าผ้าขนหนูในมือของคอปเปอร์ไปพันรอบกายอย่างรีบร้อน
“มาช่วยถูหลัง”
“ไม่ต้องอาบเสร็จแล้ว จะกลับบ้านแล้วด้วย”
ยิปโซรีบเดินออกมาจากห้องน้ำ โดยมีคนตัวสูงเดินตามมาติดๆ ความคิดด้านมืดของคอปเปอร์ผุดขึ้นในหัว
‘ทำไมยัยเด็กคนนี้น่ากินจังเลยวะ’
“จะกลับทั้งผ้าขนหนูเนี่ยหรอ?”
“เอ่อ..”
“ใส่เสื้อผ้าฉันก่อนก็ได้ เสื้อเชิ้ตมันน่าจะยาวปิดของเธอได้”
“นี่!!”
คอปเปอร์พูดพร้อมกับล้วงมือหนาเข้าไปใต้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่แทบจะปิดช่วงล่างเธอไม่ได้เลย
“ฮ่าๆๆ เอานี่ ใส่ซะ ก่อนที่จะไม่ได้กลับ เพราะฉันจะจับเธอทำเมีย”
“รีบเลยยิปโซเอ้ย~”
เธอรีบบอกตัวเองแล้วคว้าเสื้อเชิ้ตสีครีมของคอปเปอร์มาสวมทันที และติดกระดุมอย่างรวดเร็ว
“ฮ่าๆๆ เธอนี่ตลกดีนะ”
“ว่าแต่ ข้างล่างมีคนไหมอ่ะ”
“ไม่มีหรอก ยังเช้าอยู่เลย เด็กๆน่าจะเข้ามาเช็คของกันตอนบ่ายๆน่ะ”
“โอเค งั้นฉันกลับละ”
“ดะ เดี๋ยว!”
ยิปโซไม่ฟังคำเรียกของคอปเปอร์รีบวิ่งสี่คูณร้อยออกจากห้องอันตรายนี้ทันที เธอสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่เข้ามาในห้องนี้อีก
@ X PUB
19.42 น.
สายตาคมของคอปเปอร์มองไปที่ร่างบางที่กำลังเดินบริการลูกค้าภายในร้าน บนชั้น 2 มุมนี้สามารถเห็นทุกการกระทำของคนตัวเล็กได้ ที่สำคัญ มุมสูงแบบนี้เห็นสัดส่วนตรงนั้นชัดจัง แต่มันก็น่าหงุดหงิด เมื่อมีบางสายตามองไปที่เธอเช่นกัน สงสัยเขาต้องเปลี่ยนชุดทำงานของเด็กเสิร์ฟซะแล้ว
“เป็นไรไปวะไอ้วิน”
ธีระถามเพื่อนรัก ทำให้คอปเปอร์ละสายตาจากร่างบางที่กำลังเดินเสิร์ฟเครื่องดื่ม และบริการลูกค้าที่โต๊ะนู้นทีโต๊ะนี้ที
คาวินไม่ได้ตอบ แต่กลับทำหน้าเซ็งๆ คิ้วหนาขมวดมุ่น แผ่นหลังกว้างเอนพิงกับพนักโซฟาอย่างเมื่อยล้า
“หน้าแบบนี้ เรื่องผู้หญิงชัวร์”
คอปเปอร์เดาออกอย่างคนมีประสบการณ์
“รษาหรอ?” ธีระถามขึ้นพรางยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ
“อืม” คาวินตอบเหนื่อยๆ
“ไหนเล่าให้เฮียฟังสิ” คอปเปอร์ถามอย่างกระตือรือล้น
“เสือกจัง !เรื่องของคนอื่นเนี่ยเฮีย เรื่องตัวเองยังเอาไม่รอดเลย” ธีระพูดขำๆ
คาวินเล่าความในใจทุกอย่างให้สองหนุ่มฟัง “...กูไม่รู้กูจะทำยังไงแล้วว่ะ กูพยายามทุกวิถีทางแล้วเว้ย”
“มึงคิดมากเดินไปรึเปล่า ผู้หญิงน่ะ ถ้าเขาไม่โอเคเขาจะให้มึงเข้าใกล้ขนาดนั้นมั้ย?” ธีระเอ่ยให้กำลังใจเพื่อน
“เหมือนคุณครูสุดสวยของมึงใช่มั้ยวะ ไอ้ธี ฮ่าๆๆๆ” คอปเปอร์หัวเราะรวน
“เออ แล้วเป็นไง ง้อสำเร็จยัง” คาวินถาม
“ไหงเปลี่ยนเป็นเรื่องของกูได้วะ ..ยังว่ะ ใจแข็งชิบ” ธีระบอกเมื่อนึกถึงหน้าหวานๆของคนรัก
“แล้วมึงจะเอายังไงต่อ” คอปเปอร์ถาม
“ไม่รู้ว่ะ” ตอนนี้เขามืดแปดด้านไปหมด ไม่กล้าไปเจอหน้าเธอด้วยซ้ำ
“..ถอยสักก้าวไหม มันอาจจะดีขึ้น” คอปปอร์ให้คำแนะนำ
“กูว่า รษาเธอไม่ได้รักกูเหมือนที่กูรักเธอ ...กูไม่มีทางที่จะเข้าไปในใจเธอได้เลยเว้ย”
“เชี่ย ริจะเริ่มรัก ก็อกหักซะแล้วน้องกู ฮ่าๆๆๆ” คอปเปอร์ขำในท่าทางของคาวิน
“ไอ้สัสเปอร์” ไม่พูดเปล่า บาทาของคาวินลอยไปหาคอปเปอร์ แต่เขากลบได้อย่างหวุดหวิด
“เฮ้ย ! กูล้อเล่นๆๆ” คอปเปอร์ที่เห็นคาวินไม่ตลกด้วยก็รีบแก้ตัวเป็นพัลวัน
“ไม่ใช่กูไม่อยากช่วยนะเว้ย แต่ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงคนนี้ กูไม่อยากยุ่งว่ะ” ธีระพูดอย่างหัวเสีย
เสียงเอะอะโว้ยวายของลูกค้าชั้นล่างดึงความสนใจจากเจ้าของกิจการ
เมื่อมองไปยังชั้นล่างก็พบร่างบางที่คิดว่า ‘เป็นตัวต้นเหตุ’ ของเสียงเมื่อครู่