รถคันหรูสีขาวเปิดเพลงร็อกดนตรีเร้าใจภายในห้องโดยสาร เจนิสกำลังขับชะลอความเร็วเพื่อเลี้ยวเข้าซอยข้างหน้า เป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถเก๋งอีกคันเคลื่อนออกจากซอยด้วยความเร็ว ไม่มีการชะลอไม่คิดจะมองทางหลัก ทันใดนั้น! เกิดการชนเต็มแรงเสียงดังโครมใหญ่ ต่อท้ายด้วยเสียงเบรกดังเอี๊ยด ดึงความสนใจให้ผู้คนบริเวณต่างหันมามอง
แม้ไม่แรงถึงขนาดพลิกคว่ำแต่การกระแทกก็ทำเอาร่างบางตัวโยกหน้าคว่ำใส่พวงมาลัยได้เหมือนกัน
วันซวยอะไรวะเนี่ย!!
เจ้าของรถแบรนด์หรูเปิดประตูลงจากรถ สิ่งแรกที่เธอทำคือการสำรวจแผลบนรถสุดที่รัก
“ยาหยีของแม่ โธ่! กระโปรงบุบไม่สวยแล้วลูก” เจ้าของเสียงแสดงสีหน้าเศร้าสร้อย รักรถดุจดวงใจไม่เคยต้องเฉี่ยวต้องชนอะไรมาก่อน แต่ครั้งนี้กลับมีคนมาทำลายโฉมลูก เธอจะไม่มีวันปล่อยไปแน่
ยืนเท้าสะเอวหันขวับไปมองรถคู่กรณี ฝั่งนั้นไม่คิดลงจากรถจนเธอต้องใช้เท้าเตะกันชนหน้าไปที เจ้าของรถถึงจะยอมเปิดประตูลงมา
“ไม่คิดจะลงมาดูเลยหรือไง” เธอถามเสียงดังลั่นทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าคนขับ และเมื่อฝ่ายนั้นลงมายืนเต็มความสูง ร่างบางที่มีสีหน้าไม่พอใจก็แปรเปลี่ยนเบิกตาโพลง ยามเห็นเขา...ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง เรือนหน้าหล่อเหลา ดวงตากลมโตชัดแม้จะมีกรอบแว่นบังก็ตามที นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยว จมูกสันเป็นทรงราวกับแกะสลักด้วยหินอ่อน ริมฝีปากได้รูปสีซีดจางแต่ดูนุ่มนวล สันกรามคมชัดเฉียงจากใบหูลงมาถึงคางเป็นกรอบหน้าที่สะท้อนว่าผ่านโลกมาไม่น้อย แต่ทำไมมองโดยรวมแล้วถึงได้ดูอายุน้อย...เดาว่าน้อยกว่าตนด้วยซ้ำ
“น้องขับรถไม่ดูทางเลยหรือไง” ประโยคหลุดจากปากเจนิสหลังตั้งสติได้ว่าไม่ควรหลงเสน่ห์เพศตรงข้าม
“น้อง?” เขาทวนคำพร้อมกับถือวิสาสะมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนจะดึงสายตากลับมามองที่ใบหน้าสะสวย แล้วขมวดหัวคิ้วชนเข้าหากัน ใบหน้าฉายความหงุดหงิดทั้งที่คนถูกชนต่างหากที่ต้องทำหน้าเช่นนั้น
“เรียกประกันสิ” เขาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ ไม่มีความสุภาพกับคนอายุเยอะกว่าเลย พานให้คนฟังรู้สึกไม่พอใจเข้าไปใหญ่
“ทำไมฉันต้องเรียก น้องต่างหากที่ต้องเรียก”
“เรื่องมากจริง” เขาสบถพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือเรียกประกัน คุยกันสองสามประโยคตัวเองก็กลับเข้าไปนั่งรอในรถ ปล่อยให้หญิงสาวยืนก่นบ่นกับสภาพลูกรัก
ไม่ถึงห้านาทีตัวแทนประกันก็ขับมอเตอร์ไซค์มาเก็บหลักฐาน เจนิสเล่าเหตุการณ์อยู่คนเดียว ส่วนเขาก็เอาแต่คุยโทรศัพท์ทำตัวยุ่งอย่างกับเป็นนักธุรกิจทั้งที่โดยรวมน่าจะเป็นเพียงแค่เด็กมหาลัยมากกว่า จนถ่ายรูปเป็นหลักฐานเสร็จแล้ว เขาก็เป็นฝ่ายขับรถออกไป ปล่อยให้เจนิสคุยกับตัวแทนประกันต่อ
“ทางเราจะติดต่อไปนะครับ”
“รู้แล้วค่ะ ว่าแต่หมอนั่นไม่คิดจะขอโทษกันเลยหรือไง”
“คงจะรีบมั้งครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ ๆ ไว้ฉันให้คนเอารถไปซ่อมแล้วจะแจ้งไป”
“ได้ครับ”
เสร็จเรียบร้อยร่างบางก็ขับรถต่อเลี้ยวเข้ามาในซอย ระหว่างทางก็บ่นไม่หยุดถึงตานั่น เขาผิดแท้ ๆ แต่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย คอยดูเหอะจะเรียกค่าทำขวัญให้หมดตัว โทษฐานทำเจนิสคนสวยไม่พอใจ
คฤหาสน์หลังใหญ่
บนพื้นดินราคาแพงที่สุดในกรุงเทพฯ บ้านหลังใหญ่สีขาวนวลประดับด้วยเสาหินสูงตระหง่าน หน้าต่างกระจกโค้งสูงเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ หลังคาสูงลาดประดับด้วยกระเบื้องสีเทาเข้ม ด้านหน้ามีน้ำพุหินอ่อนตามฮวงจุ้ย ด้านข้างเป็นต้นไม้ใหญ่ตกแต่งริดกิ่งก้านใบเพื่อความร่มรื่นและสวยงาม ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูสบายตาเย็นใจ
เจนิสขับเข้ามาจอดในที่ประจำเดินกระแทกเข้าบ้านด้วยความอารมณ์ขุ่นมัว สาวใช้สองคนวิ่งมารับบอกเล่าเรื่องของคุณท่านในบ้าน แต่ไม่ได้เข้าหูเธอแม้แต่น้อย ในหัวยังคงเต็มไปด้วยเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาด ๆ