กำหนดการฮันนีมูนของคู่นั้นยังไม่จบ แต่เจนิสเลือกที่จะกลับกรุงเทพฯ ก่อน ถึงอยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะมีตาลุงนั่นอะสิ แน่นอนว่าเขาต้องขัดขวางแผนของเธอทุกอย่าง สู้กลับมาตั้งหลักก่อนดีกว่า คราวหน้าจะได้เตรียมแผนสำรองไปด้วย
“คุณย่าขา” เสียงแจ้วดังมาแต่ไกล หลังจากเท้าเหยียบพื้นบ้าน รู้ว่าเวลาเช้าเช่นนี้ผู้เป็นย่าต้องอยู่ในห้องอาหาร และก็จริง...ร่างบางปรี่เข้าไปสวมกอดคนนั่งหัวโต๊ะจากทางด้านหลัง
“ร่าเริงมาแบบนี้มีอะไรจะเล่าไหม”
“ต้องมีสิคะ”
เจนิสเล่าวีรกรรมเมื่อคืนโดยไม่ปิดบัง รวมไปถึงเรื่องลุงของไอ้ทรพีนั่นด้วย
“หือ! ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไรนะ” คนเป็นย่าถามขณะที่หลานสาวกำลังกินโจ๊กเป็นมื้อเช้า
“อือ...ชื่อคทามั้งคะ ถ้าหนูจำไม่ผิด”
“คทา...ไม่ใช่นักธุรกิจที่กำลังโด่งดังตอนนี้เหรอ”
“ไม่รู้สิคะ หนูไม่ได้สนใจเขา”
“ย่ายังไม่ได้ถามสักหน่อยว่าสนใจหรือเปล่า”
หญิงสาวเงยหน้ามองคนพูด ทำตาเลิ่กลั่กก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนให้ “หนูก็แค่บอกย่าไว้ก่อน”
“เหรอ ๆ” ใบหน้าเหี่ยวย่นพยักหน้ารับทำเป็นเข้าอกเข้าใจหลาน เธอจึงหันกลับมากินโจ๊กเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องเมื่อครู่แทน ความจริงพอนึกถึงเขาเจ้าหัวใจดวงน้อยกลับเต้นเร็วแปลก ๆ โดยเฉพาะกับภาพจูบในหัว...ยังตราตรึงอยู่เลย
“แล้วเรื่องที่ให้ย่าปิดบังฐานะหลานเกี่ยวกับเขาไหม”
“คงเป็นเขาที่สืบเรื่องหนู ไม่งั้นคงไม่รู้หรอกว่าทำงานอะไร”
“แค่ก ๆ” จู่ ๆ คนนั่งหัวโต๊ะก็ไอออกมา หลานสาวรีบลุกไปลูบหลังให้เพราะคิดว่าสำลัก “เป็นอะไรคะคุณย่า”
“ย่าไม่ค่อยสบาย แค่ก ๆ”
“ไปหาหมอไหมคะ เดี๋ยวหนูพาไป”
“ไม่เป็นไร คงเพราะช่วงนี้อากาศหนาว กินยาแล้วนอนพักก็คงดีขึ้น”
“ทำไมจู่ ๆ เป็นคะเมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่เลย”
“แค่ก ๆ คนแก่ก็งี้แหละ จริงสิคืนนี้ย่าต้องไปงานเลี้ยง...” ยังเอ่ยไม่จบ เจนิสก็แทรกทันควัน
“ไม่ต้องไปค่ะ”
“หา”
“คุณย่าไม่สบายแบบนี้ หนูไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น”
“แต่งานนี้ย่ารับปากไปแล้ว ย่าต้องไปนะเจนิส”
“ไม่ได้ค่ะ ถ้ากลับมาไม่สบายหนักกว่าเดิมใครจะรับผิดชอบคะ”
“งั้นหลานไปแทนย่า”
“ได้ ฮะ!!” เธอรับปากไปโดยไม่ทันคิด นึกขึ้นได้ก็รีบเปลี่ยนใจ “ไม่เอาค่ะ คุณย่าก็รู้ว่าหนูไม่ชอบงานแบบนี้”
“หลานไม่ไป งั้นย่าก็ต้องไป”
“คุณย่า...”
“ตกลงหลานไปแทนไหม”
“ก็ได้ค่ะ แค่งานนี้งานเดียวนะคะ”
“ดีมาก”
“ทำไมเหมือนหนูหลงกลคุณย่าเลยคะเนี่ย”
“หลงกลอะไรกัน ย่าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” แต่ริมฝีปากเหี่ยวย่นกลับลอบยิ้มยามที่เจนิสหันไปมองทางอื่น
หญิงวัยกลางคนในชุดทำงานถูกเรียกมาจากบริษัท นั่นคือเลขาฯ ของคุณนายอรุณี นามว่า ปราถ เป็นคนทำงานดีและเป็นที่ไว้วางใจ ถูกเรียกว่าก็เพื่อให้พาเจนิสไปซื้อชุดราตรีสำหรับค่ำคืนนี้ รวมไปถึงพาไปแต่งหน้าทำผม อันที่จริงเพื่อให้จับตาดูหลานสาวหัวดื้อไว้ เพราะกลัวจะเปลี่ยนใจกลางทาง
งานเลี้ยงเปิดตัวโครงการหมู่บ้านในบริษัทแห่งหนึ่ง
ร่างบางบนรองเท้าส้นเข็มอยู่ในชุดสีแดงกระโปรงยาวเปิดไหล่ข้างหนึ่งเดินอย่างสง่าเข้าไปในงาน เจนิสเป็นคนสวยทุนเดิมอยู่แล้วแต่ค่ำคืนนี้ทุกอย่างบนตัวเธอขับให้เพิ่มเสน่ห์เข้าไปอีกราวกับเป็นนางพญาก็ไม่ปาน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเป็นเป้าสายตาโดยเฉพาะกับเพศตรงข้าม
บริเวณจัดเลี้ยงเป็นโถงกว้าง แชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดใหญ่แขวนอยู่ตรงกลางบนเพดานสูงโปร่งที่ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นอย่างวิจิตร แสงไฟสีอำพันจากโคมระย้าส่องกระทบผิวแก้วไวน์จนประกายระยิบระยับ ราวกับอัญมณีกำลังเต้นระบำกลางอากาศ
ทั่วทั้งห้องอบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไวน์ชั้นดีที่เพิ่งรินลงแก้ว บวกกับดนตรีคลาสสิกจากวงออร์เคสตราดังแว่วมาจากมุมห้อง เสียงเชลโล่ ไวโอลิน และเปียโนประสานกันอย่างลงตัว ทำให้บรรยากาศหรูหราเต็มไปด้วยความละเมียดละไมและสง่างาม
ไม่ยักรู้ว่าจะมีพื้นที่กว้างขนาดนี้ในบริษัท จัดงานได้ลงตัวอย่างกับว่าจัดเลี้ยงบ่อย ๆ
+++++
งานนี้จะเจอใครล่ะ?
ฝากนักอ่านกดใจ+คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ