ภายในห้องส่วนตัว
ชายหนุ่มทิ้งสะโพกลงบนโซฟาตัวเดียวในห้องสูท เขาหลุบตามองฝ่ามือข้างเดียวกับที่จับของสงวนของเธอ นึกหัวเราะเยาะกับการกระทำของตัวเองปกติตนไม่เคยเสียมารยาทกับใคร แต่ไม่รู้ทำไมพอกับหล่อนนึกอยากแกล้งขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องจูบ...
มือหนาอีกข้างแตะแผ่วเบาที่ริมฝีปากตัวเอง แม้จะทิ้งระยะเวลาห่างมาหลายนาทีแล้ว แต่สัมผัสอุ่นร้อนยังคงทิ้งไว้บนกลีบปากหนาอยู่เลย รสหวานก็ด้วย
ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอก่อนจะเปิดเข้ามาให้คนบนโซฟาเห็นว่าเป็นใคร ซึ่งนั่นคือหนึ่งในลูกน้องคนสนิทของเขา
“มีอะไร” น้ำเสียงเรียบแฝงความไม่พอใจเล็กน้อย เพราะจู่ ๆ มีคนขัดความคิด
“คุณรพีภัทรกับคุณลลิตามาขอพบครับ”
“เจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่อยู่ในงาน มาหาฉันทำไม”
“บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับนายครับ”
“ให้เข้ามา อ๋อ...เอาแว่นนี่ไปล้างทำความสะอาดด้วย” เขาเอ่ยพร้อมกับถอดแว่นตาออก ซึ่งเลนส์ทั้งสองข้างเลอะคราบมันจากแก้มของเธอเป็นร่องรอยแห่งความใกล้ชิด จะให้ทนใช้แบบนั้นไม่ไหว ยื่นให้ลูกน้องคนสนิทเอาไปทำความสะอาด
“หยิบวิกผมกับท้องปลอมนั่นไปทิ้งด้วยเห็นแล้วรกตาชะมัด”
“ครับนาย” คนมาดเข้มรับคำสั่งปุ๊บก็ก้มลงหยิบของทั้งสองสิ่ง ก่อนจะเดินออกไป แล้วมีสองคนใหม่เดินเข้ามาในห้องแทน
“ลุงคทาต้องช่วยผมนะครับ” เจ้าบ่าวทำเสียงอ้อนเดินพุ่งมานั่งเคียงกับชายหนุ่มที่กำลังทำหน้านิ่งบนโซฟา เดาอารมณ์ของเขาไม่ออกจริง ๆ ว่าคิดอะไรอยู่
คทา คือชื่อของเขา ชายหนุ่มมาดสุขุมอายุสามสิบเก้า เจ้าของบริษัทยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย ใบหน้าละอ่อนเรียบเนียนคือเอกลักษณ์ของเขา ใครเห็นก็คิดไปในทางเดียวกันว่าอายุน่าจะยี่สิบต้น ๆ แต่ความเป็นจริงใกล้จะหลักสี่ร่อมร่อ
“มีปัญหาทำไมแกไม่จัดการเอง”
รพีภัทรเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของคทา เกิดจากน้องชายของเขา พวกนั้นเลี้ยงลูกตามใจ ไอ้หลานชั่วนี่จึงไม่ได้เรื่อง มักก่อปัญหาไม่หยุดหย่อน ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ที่มันแต่งงานวันนี้ทุกอย่างล้วนเป็นฝีมือของคทาทั้งนั้น
หนึ่งเพื่อดัดนิสัยหลานชายให้มีครอบครัวเผื่อจะมีความรับผิดชอบบ้าง
สองเจ้าสาวที่ยืนอยู่ต่อหน้าตน หล่อนมาบอกว่าท้องลูกรพีภัทรอย่างน้อยก้อนเนื้อนั่นก็เป็นสายเลือดครอบครัวเขาเช่นกัน
“ผมเคลียร์กับผู้หญิงคนอื่นหมดแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมยัยนั่นถึงโผล่มาได้”
“แกรู้จักหล่อน แสดงว่าเป็นเมีย”
“ใช่ซะที่ไหนล่ะลุง ผมก็แค่คบฆ่าเวลาตอนเรียนเมืองนอกโน่น ใครจะไปคิดว่าหล่อนกลับไทยมาแล้ว ยังจะมาก่อปัญหาอีก”
“ใช่ค่ะลุงคทา หล่อนเคยเป็นเพื่อนสนิทของฉัน” เจ้าสาวเอ่ยเสริม ดึงความสนใจให้เรือนหน้านิ่งขรึมเงยมอง แค่สบตากับดวงตาคมกริบแวบหนึ่งลลิตาก็ต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความกลัว
“ที่แท้เธอแย่งของเพื่อน” น้ำเสียงเย้ยเอ่ยกับเจ้าสาว
“ลุงอย่าไปว่าลลิตา ผมแค่คบยัยนั่นเล่น ๆ เบื่อก็เขี่ยทิ้ง ไม่คิดว่าหล่อนจะเจ็บใจตามมาวอแวไม่เลิก”
คทาหันไปมองเจ้าของเสียงมั่นใจ รู้สันดานหลานชายดีว่าเจ้าชู้คบผู้หญิงมากหน้าหลายตา สเปกของมันมีแต่คนเรียบร้อยหัวอ่อน แต่ไม่ยักรู้ว่าหล่อนที่ดูเจ้าเล่ห์มากแผนการจะไปเชื่อคำพูดของมันได้
“ลุงต้องจัดการให้ผมนะ เห็นไหมหล่อนทำงานแต่งเสียหน้า งานนี้ลุงเป็นตั้วโผใหญ่ ชื่อเสียงทั้งหมดถูกหล่อนทำลายหมดแล้ว” หลานชายเอ่ยซ้ำเมื่อเห็นลุงเงียบไป
“หน้าที่แกต้องมาสั่งสอนฉันเหรอ”
“ขอโทษครับลุง ผมแค่เจ็บใจแทนลุงก็เท่านั้น ถ้าลุงอยากได้ข้อมูลของหล่อน ผมบอกลุงได้”
“หล่อนชื่ออะไร เป็นลูกหลานใคร มาจากไหน”
รพีภัทรส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เจ้าสาวเมื่อได้ยินคำถามจากปากลุง แน่นอนว่าเขาเป็นคนมีอิทธิพลต้องไม่ปล่อยเรื่องนี้ให้เสียหน้าอยู่แล้ว อันที่จริงบ่าวสาวไม่พอใจเจนิสเป็นทุนเดิม ถือว่าคราวนี้ได้ยืมมือลุงสั่งสอนหล่อนให้รู้สำนึกก็แล้วกัน
“ไหนล่ะหล่อนชื่ออะไร” คทาถามซ้ำเพราะเห็นหลานชายไม่ตอบสักที
“อ๋อ ชื่อเจนิสครับ”
“ชื่อกับนามสกุลล่ะ”
“...เอ่อ...” ชายหนุ่มหันไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าสาว แม้จะคบกับเจนิสมาเป็นแรมปี แต่เขาไม่เคยถามไถ่เลยว่าชื่อจริงนามสกุลจริงของเธอคืออะไร ก็เพราะต้องการคบเล่น ๆ เจตนาฟันแล้วทิ้ง แต่ทว่าไม่เป็นดังใจก็มีแต่หล่อนนี่แหละที่ไม่ยอมให้เขามีอะไรด้วย ดังนั้นจึงไปคว้าเพื่อนสนิทของหล่อนแทน
“ชื่อนีรญา ส่วนนามสกุล...ฉันก็ไม่รู้ค่ะ” เจ้าสาวตอบ
“ไหนบอกเป็นเพื่อนสนิท เรื่องแค่นี้ไม่รู้เหรอ”
++++++++
ไม่ขอบสองคนนี้นะ😡 ไม่ต้องสงสัยทำเจนิสจึงตามราวีไม่เลิก
ไม่ได้หวังจะได้ความรักจากพวกมัน แต่ใครทำเธอ รับรองไม่ปล่อยไปง่ายๆ