วันต่อมา
เช้าอันสดใสบรรยากาศเหมาะแก่การนอนทั้งวันเป็นอันต้องหายไปด้วยเสียงเรียกเข้าสมาร์ตโฟนของเธอเอง ร่างบางสะลืมสะลือควานหาต้นเหตุของเสียงบนเตียง กดรับสายยกแนบหูโดยที่ยังไม่เห็นหน้าจอว่าใครโทรมา
“ใคร” เสียงยานครางเปล่งถาม
[ป้าเอง]
ได้ยินแค่สองคำ เปลือกตาหนักอึ้งถึงกับผึ่งกว้าง ดีดตัวนั่งราวกับฟูกเป็นเหล็กร้อน
“มีธุระอะไร” น้ำเสียงแกมไม่พอใจถามต่อ ร้อยวันพันปีป้าโทรมาหาซะที่ไหนกัน
[ฮือ ๆ น้ำหวานต้องการเลือดด่วนนะ ถ้าไม่อับจนหนทางจริง ๆ ป้าคงไม่โทรหาหลาน ฮือ ๆ เจนิสช่วยพี่เขาหน่อยนะลูก] ปลายสายร้องไห้น่าเวทนา ถ้าคนอื่นได้ยินคงนึกสงสารแต่ไม่ใช่กับเจนิส
“ไม่ว่างค่ะ” เธอตัดสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย
[ตอนนี้หาเลือดไม่ได้จริง ๆ มีแต่เจนิสคนเดียวที่ช่วยพี่เขาได้นะลูก ให้ป้าทำยังไงหลานถึงจะยอมมา ให้กราบให้ไหว้ก็ได้ ป้าไม่อยากเสียลูกสาวไป ขอร้องนะ] ยิ่งพูดหล่อนก็ยิ่งร้องไห้ฟูมฟาย เจนิสนึกรำคาญจึงตัดสายทิ้ง
ไม่ใช่ไม่แยแส เพียงแต่...เธอให้ครอบครัวนั้นมามากพอแล้ว
โอบจันทร์ ป้าแท้ ๆ ของเจนิสเป็นพี่สาวของมารดา หล่อนมีบุตรสาวคนเดียวชื่อ น้ำหวาน อายุมากกว่าสองปี มีสุขภาพไม่ดีเป็นโรคธัลลัสซีเมียตั้งแต่เกิด จะรอดชีวิตได้ก็ต้องอาศัยการถ่ายเลือดจากคนอื่น ซึ่งไม่พ้นเป็นเจนิสที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกันเข้ากันได้
เหตุการณ์ตอนเด็ก...เจนิสไม่มีวันลืมเป็นอันขาด ในวัยห้าขวบก่อนจะถูกย่ารับเลี้ยง วันนั้นเป็นวันเดียวกับที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ของบิดามารดา เธอถูกป้าแท้ ๆ ลักพาตัวไปโรงพยาบาลเพื่อให้เลือดแก่บุตรสาวของหล่อน พ่อแม่ตามมาช่วยเหลือแต่ระหว่างทางกลับโชคร้ายต้องประสบอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝัน
เจนิสฟื้นหลังจากให้เลือดเสร็จแล้วตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นย่า และได้รับรู้ความจริงว่าบิดามารดาจากโลกนี้ไปตลอดกาล หัวใจดวงน้อยราวกับแตกเป็นเสี่ยง ๆ ความสุขทั้งชีวิตพังทลายลงในชั่วข้ามคืน ความอบอุ่นจากบุพการีไม่มีอีกแล้วเหลือไว้เพียงความทรงจำฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งหัวใจ เธอร้องไห้ไม่หยุดตามประสาเด็กถูกทอดทิ้ง
แต่เพราะมีย่าช่วยเติมเต็มทุกอย่าง เจนิสได้รับความรักความเอาใจใส่จึงทำให้เด็กน้อยในวันนั้นผ่านเรื่องเลวร้ายและกลายเป็นคนเข้มแข็งเหมือนวันนี้ได้
หลังจากนั้นได้ข่าวว่าพี่น้ำหวานหายเป็นปกติดี ทั้งสองฝ่ายจึงไม่ข้องแวะกันอีก คุยกันบ้างเวลาเห็นหน้ากัน แต่จะให้ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจนิสทำไม่ได้หรอก...
ร่างบางลองโทรเซ็กกับสภากาชาด ถามไถ่เรื่องขาดกรุ๊ปเลือดนี้ ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือเรื่องจริง เจนิสจึงลังเลกับคำขอร้อง
@โรงพยาบาล
จะบอกว่าเธอโง่ก็ได้ที่ขับรถมาหาป้าแท้ ๆ ถึงที่เพราะคำขอร้องเพียงไม่กี่ประโยค หลายปีแล้วที่ไม่ได้เห็นหน้าหล่อน พอมาเจออีกครั้งหน้ามารดาก็ซ้อนทับขึ้นมา ถ้าแม่ยังอยู่...ใบหน้าก็คงคล้ายป้าตอนนี้
“ขอบคุณที่มานะเจนิส” เจ้าของใบหน้าเจือน้ำตาเอื้อมมากุมมือบาง แต่เธอดึงมือกลับ หันไปมองพี่สาวบนเตียงที่กำลังหลับสนิท ใบหน้าหล่อนขาวซีดอย่างเห็นได้ชัด มีสายน้ำเกลือและออกซิเจน สภาพเหมือนคนใกล้ตายจริง ๆ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ฉันมาเพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายและอยากให้ป้ารับปากจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกคุณย่า รู้ใช่ไหมถ้าคุณย่ารู้เข้าป้ากับพี่น้ำหวานจะเป็นยังไง”
“แน่นอน เรื่องนี้ป้าจะไม่บอกใครเด็ดขาด ป้าสาบาน”
“ดี จะให้ฉันไปไหนต่อ”
“เจนิสเอาบัตรประชาชนมาด้วยใช่ไหม”
“ค่ะ”
“งั้นก็ทางนี้ ๆ”
++++++
ป้านิสัยไม่ดี สาเหตุทำให้พ่อแม่น้องตุยเลยนะ😡