สองชั่วโมงต่อมา
การให้เลือดเสร็จสิ้นลง เจนิสมีอาการหน้ามืดใจเต้นเร็ว กระนั้นก็ยังอดทนทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขอตัวกลับบ้านทันทีโดยไม่รู้เลยว่าข้อมูลส่วนตัวของเธอถูกใครบางคนดึงไปแล้ว
บ้านหลังใหญ่ ครอบครัวคชรางกุล
ร่างบางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ลงจากรถปุ๊บก็สืบเท้าไปยังยาหยีลูกรักที่จอดอยู่ติดกัน
“กลับมาแล้วเหรอลูก แม่คิดถึงลูกมาก” เธอพูดไปเอามือลูบไล้กระโปรงรถสุดที่รักไปพลาง หลังจากกระโปรงหน้าบุบไปวันนั้นก็เพิ่งจะเห็นรถก็วันนี้ ถ้ายกอุ้มได้เธอทำไปนานแล้ว
สาวใช้และคนสวนบริเวณนั้นเห็นกันชินตา เข้าใจอย่างถ่องแท้คนเราไม่ได้สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง แม้คุณหนูจะสวยเกิดมาในตระกูลผู้รากมากดีเพียบพร้อมทุกด้าน แต่ก็ต้องมีจุดด้อยบ้าง นั่นคือความติ๊งต๊องชอบคุยกับรถ แรก ๆ ทุกคนพากันละเหี่ยใจ แต่นาน ๆ ไปกลายเป็นปล่อยวางเสียแล้ว
เธอคุยกับลูกรักอยู่สามนาทีหลังจากนั้นป้าแม่บ้านก็มาตาม
“ป้ามาลัยมีอะไรกินบ้างคะ ตอนนี้ฉันหิวมาก”
“รับข้าวไหมคะ เดี๋ยวป้าอุ่นกับข้าวในครัวให้”
“ดีค่ะ”
บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวน่าทานวางเรียงราย เธอไม่รอช้าตักข้าวใส่ปากเคี้ยวตุ้ย ๆ เหมือนคนหิวจัด อาจเพราะเพิ่งเสียเลือดไปหมาด ๆ ร่างกายจึงเรียกร้องอาหารทดแทน
ระหว่างที่รอข้าวจานที่สองอยู่ ย่าของเธอก็เดินเข้ามาในห้องอาหารพอดี
“กลับมาแล้วเหรอเจนิส” เสียงเรียบถามพร้อมกับเดินมานั่งตำแหน่งหัวโต๊ะ จ้องมองหลานสาวที่กำลังตักกับข้าวกินเล่นด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย น่าแปลกที่วันนี้เธอทานเยอะกว่าปกติ
“กินเยอะระวังอ้วน”
“ไม่อ้วนหรอกคุณย่า เดี๋ยวหนูเบิร์นออกทีหลัง”
“ว่าแต่เมื่อคืนหลานไปงานแต่งพวกนั้นแล้วจริง ๆ ใช่ไหม”
คนถูกถามละจากอาหารตรงหน้าหันไปมองเจ้าของเสียง
“จริงสิคะ หนูลงทุนทำตัวเป็นคนท้องเชียวนะ คุณย่าไม่เห็นรูปหนูเหรอ”
“หือ? อย่าว่าแต่รูปเลย แม้แต่ข่าวย่าก็ไม่เห็นนะ”
“ไม่มีข่าวเหรอ!?” เธอไม่เชื่อคำพูดของย่า ล้วงสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋าสะพาย ทัชหน้าจอหาข่าวซุบซิบแต่กลับไม่พบอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนเลย นอกจากคำอวยงานแต่งสุดยิ่งใหญ่และภาพรอยยิ้มชื่นมื่นของคู่บ่าวสาว
นี่มันอะไรวะ!!
อีกด้านนึง
เจ้าของบริษัทยานยนต์กำลังนั่งทำงานในห้องประธานบริษัทเฉกเช่นทุกวัน แต่พิเศษหน่อยที่วันนี้จู่ ๆ ลูกน้องคนสนิทผลักประตูเข้ามาโดยลืมมารยาทว่าต้องเคาะก่อน
สายตาคนเจ้าระเบียบหันไปตำหนิทันที แต่คนมาใหม่กลับทำหน้าตื่นเต้น ซ้ำยังมาพร้อมกับซองสีน้ำตาล
“ได้มาแล้วครับนาย” คนมาใหม่เอ่ยด้วยเสียงกระตือรือร้น ถ้าไม่ติดว่ามันคือลูกน้องคนสนิททำงานมาเป็นสิบปี คทาไล่ออกไปนานแล้ว
“สำคัญไหม” เสียงข่มอารมณ์โกรธถามพร้อมกับช้อนตามอง สายตาอำมหิตทำให้ลูกน้องฉุกคิดได้ว่าเมื่อครู่ลืมเคาะประตู ใบหน้าตื่นเต้นก็แปรเปลี่ยนเป็นหงอยทันที
“ขอโทษครับนาย ผมรีบไปหน่อยเลยไม่ได้เคาะประตู”
“มีอะไรก็ว่ามา”
“นี่ครับ” ซองสีน้ำตาลถูกวางลงบนโต๊ะเลื่อนมาตรงหน้าเจ้านาย
“ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ฉันจะไล่ออก”
“สำคัญครับ สำคัญ”
ได้รับคำยืนยันจากปากลูกน้อง นายเหนือหัวจึงละจากแฟ้มเอกสารตรงหน้าหันมาเปิดซองสีน้ำตาลที่เพิ่งได้มา สิ่งแรกที่เห็นคือกระดาษเอสี่มีข้อความครึ่งหน้ากระดาษ ยังไม่ทันอ่านก็ช้อนตามองลูกน้องอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ
“คิดว่าฉันมีเวลาว่างต้องมาอ่านอะไรนี่เหรอ”
“เป็นประวัติผู้หญิงคนนั้นที่สายสั่งให้ผมไปสืบ”
“ใคร?”
“ผู้หญิงที่ทำทีเป็นท้อง” คนตอบพูดพร้อมกับทำมือลูบท้องกลางอากาศ ท่าทางของมันทำให้คทานึกออกว่าเป็นผู้หญิงคนในงานแต่ง หลุบตากลับมาอ่านเอกสารอย่างตั้งใจ
“ชื่อจริง...นีรญา...นามสกุลล่ะ” นัยน์ตาดุดันช้อนมองลูกน้อง
“...คือ...ไม่เจอครับนาย”
“แล้วที่มั่นใจนักหนาคืออะไร เรื่องง่าย ๆ ยังสืบไม่ได้เนี่ยนะ”
“แต่ผมสืบอย่างอื่นได้นะครับ ในนั้นมีเรื่องอายุ งานแล้วก็สถานะ” ตอบเจ้านายจบก็หลุบคอก้มมองพื้น ขืนสบตาต่อมีหวังอะไรสักอย่างใกล้มือคนเป็นนายต้องถูกปามาบนกบาลแน่
“ไม่ได้เรื่อง” เสียงบ่นเอ่ยจบหลุบอ่านเอกสารในมือต่อ นัยน์ตาสีนิลมาสะดุดตาไอ้ตรงที่บอกว่าทำงานในOFนี่แหละมันคืออะไร? บริษัทเหรอ? หรือหุ้นตัวไหนทำไมเขารู้สึกไม่คุ้นเลย
+++++
ไม่รู้จักเหรอคุณลุง😁😆 รู้แล้วมีอึ้งแน่555
ระวังติดใจนะ