ตอนที่6 l จำไม่ลืม(2/2)

856 Words
สองชั่วโมงต่อมา การให้เลือดเสร็จสิ้นลง เจนิสมีอาการหน้ามืดใจเต้นเร็ว กระนั้นก็ยังอดทนทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขอตัวกลับบ้านทันทีโดยไม่รู้เลยว่าข้อมูลส่วนตัวของเธอถูกใครบางคนดึงไปแล้ว บ้านหลังใหญ่ ครอบครัวคชรางกุล ร่างบางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ลงจากรถปุ๊บก็สืบเท้าไปยังยาหยีลูกรักที่จอดอยู่ติดกัน “กลับมาแล้วเหรอลูก แม่คิดถึงลูกมาก” เธอพูดไปเอามือลูบไล้กระโปรงรถสุดที่รักไปพลาง หลังจากกระโปรงหน้าบุบไปวันนั้นก็เพิ่งจะเห็นรถก็วันนี้ ถ้ายกอุ้มได้เธอทำไปนานแล้ว สาวใช้และคนสวนบริเวณนั้นเห็นกันชินตา เข้าใจอย่างถ่องแท้คนเราไม่ได้สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง แม้คุณหนูจะสวยเกิดมาในตระกูลผู้รากมากดีเพียบพร้อมทุกด้าน แต่ก็ต้องมีจุดด้อยบ้าง นั่นคือความติ๊งต๊องชอบคุยกับรถ แรก ๆ ทุกคนพากันละเหี่ยใจ แต่นาน ๆ ไปกลายเป็นปล่อยวางเสียแล้ว เธอคุยกับลูกรักอยู่สามนาทีหลังจากนั้นป้าแม่บ้านก็มาตาม “ป้ามาลัยมีอะไรกินบ้างคะ ตอนนี้ฉันหิวมาก” “รับข้าวไหมคะ เดี๋ยวป้าอุ่นกับข้าวในครัวให้” “ดีค่ะ” บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวน่าทานวางเรียงราย เธอไม่รอช้าตักข้าวใส่ปากเคี้ยวตุ้ย ๆ เหมือนคนหิวจัด อาจเพราะเพิ่งเสียเลือดไปหมาด ๆ ร่างกายจึงเรียกร้องอาหารทดแทน ระหว่างที่รอข้าวจานที่สองอยู่ ย่าของเธอก็เดินเข้ามาในห้องอาหารพอดี “กลับมาแล้วเหรอเจนิส” เสียงเรียบถามพร้อมกับเดินมานั่งตำแหน่งหัวโต๊ะ จ้องมองหลานสาวที่กำลังตักกับข้าวกินเล่นด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย น่าแปลกที่วันนี้เธอทานเยอะกว่าปกติ “กินเยอะระวังอ้วน” “ไม่อ้วนหรอกคุณย่า เดี๋ยวหนูเบิร์นออกทีหลัง” “ว่าแต่เมื่อคืนหลานไปงานแต่งพวกนั้นแล้วจริง ๆ ใช่ไหม” คนถูกถามละจากอาหารตรงหน้าหันไปมองเจ้าของเสียง “จริงสิคะ หนูลงทุนทำตัวเป็นคนท้องเชียวนะ คุณย่าไม่เห็นรูปหนูเหรอ” “หือ? อย่าว่าแต่รูปเลย แม้แต่ข่าวย่าก็ไม่เห็นนะ” “ไม่มีข่าวเหรอ!?” เธอไม่เชื่อคำพูดของย่า ล้วงสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋าสะพาย ทัชหน้าจอหาข่าวซุบซิบแต่กลับไม่พบอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนเลย นอกจากคำอวยงานแต่งสุดยิ่งใหญ่และภาพรอยยิ้มชื่นมื่นของคู่บ่าวสาว นี่มันอะไรวะ!! อีกด้านนึง เจ้าของบริษัทยานยนต์กำลังนั่งทำงานในห้องประธานบริษัทเฉกเช่นทุกวัน แต่พิเศษหน่อยที่วันนี้จู่ ๆ ลูกน้องคนสนิทผลักประตูเข้ามาโดยลืมมารยาทว่าต้องเคาะก่อน สายตาคนเจ้าระเบียบหันไปตำหนิทันที แต่คนมาใหม่กลับทำหน้าตื่นเต้น ซ้ำยังมาพร้อมกับซองสีน้ำตาล “ได้มาแล้วครับนาย” คนมาใหม่เอ่ยด้วยเสียงกระตือรือร้น ถ้าไม่ติดว่ามันคือลูกน้องคนสนิททำงานมาเป็นสิบปี คทาไล่ออกไปนานแล้ว “สำคัญไหม” เสียงข่มอารมณ์โกรธถามพร้อมกับช้อนตามอง สายตาอำมหิตทำให้ลูกน้องฉุกคิดได้ว่าเมื่อครู่ลืมเคาะประตู ใบหน้าตื่นเต้นก็แปรเปลี่ยนเป็นหงอยทันที “ขอโทษครับนาย ผมรีบไปหน่อยเลยไม่ได้เคาะประตู” “มีอะไรก็ว่ามา” “นี่ครับ” ซองสีน้ำตาลถูกวางลงบนโต๊ะเลื่อนมาตรงหน้าเจ้านาย “ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ฉันจะไล่ออก” “สำคัญครับ สำคัญ” ได้รับคำยืนยันจากปากลูกน้อง นายเหนือหัวจึงละจากแฟ้มเอกสารตรงหน้าหันมาเปิดซองสีน้ำตาลที่เพิ่งได้มา สิ่งแรกที่เห็นคือกระดาษเอสี่มีข้อความครึ่งหน้ากระดาษ ยังไม่ทันอ่านก็ช้อนตามองลูกน้องอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ “คิดว่าฉันมีเวลาว่างต้องมาอ่านอะไรนี่เหรอ” “เป็นประวัติผู้หญิงคนนั้นที่สายสั่งให้ผมไปสืบ” “ใคร?” “ผู้หญิงที่ทำทีเป็นท้อง” คนตอบพูดพร้อมกับทำมือลูบท้องกลางอากาศ ท่าทางของมันทำให้คทานึกออกว่าเป็นผู้หญิงคนในงานแต่ง หลุบตากลับมาอ่านเอกสารอย่างตั้งใจ “ชื่อจริง...นีรญา...นามสกุลล่ะ” นัยน์ตาดุดันช้อนมองลูกน้อง “...คือ...ไม่เจอครับนาย” “แล้วที่มั่นใจนักหนาคืออะไร เรื่องง่าย ๆ ยังสืบไม่ได้เนี่ยนะ” “แต่ผมสืบอย่างอื่นได้นะครับ ในนั้นมีเรื่องอายุ งานแล้วก็สถานะ” ตอบเจ้านายจบก็หลุบคอก้มมองพื้น ขืนสบตาต่อมีหวังอะไรสักอย่างใกล้มือคนเป็นนายต้องถูกปามาบนกบาลแน่ “ไม่ได้เรื่อง” เสียงบ่นเอ่ยจบหลุบอ่านเอกสารในมือต่อ นัยน์ตาสีนิลมาสะดุดตาไอ้ตรงที่บอกว่าทำงานในOFนี่แหละมันคืออะไร? บริษัทเหรอ? หรือหุ้นตัวไหนทำไมเขารู้สึกไม่คุ้นเลย +++++ ไม่รู้จักเหรอคุณลุง😁😆 รู้แล้วมีอึ้งแน่555 ระวังติดใจนะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD