คนเจ้าแผนการลอบยิ้มร้ายก่อนเดินประคองท้องไปหน้าเวทีตรงที่ไฟสปอตไลต์ส่องให้เห็นชัดเจน แล้วเอ่ยต่อ
“ทำฉันท้องโตขนาดนี้ยังมีหน้าแต่งงานใหม่อีกเหรอ”
เสียงฮือฮาดังอีกรอบ ฝ่ายชายยืนอึ้งเบิกตาโพลงในขณะที่เจ้าสาวเม้มริมฝีปากแน่น สองมือบางกำกระโปรงสีขาวในใจคิดอยากเดินไปหยุมหัวอดีตเพื่อนสนิท แต่ถ้าทำแบบนั้นเกรงว่าแขกในงานจะมองไม่ดี ได้แต่ยืนอดทนไว้
เห็นสีหน้าของหล่อน เจนิสก็แอบสะใจ แต่แค่นี้มันยังไม่พอหรอก คนท้องลอบเบะปากส่งให้เพื่อนรักไปทีเพื่อยั่วโมโห และได้ผล!
“แกมาหาเรื่องใช่ไหม” ความอดทนของเจ้าสาวขาดสะบั้น ครานี้ทุกสายตาหันขวับกลับมามองหญิงท้องแก่แทน เจ้าตัวรู้ว่าถูกมองอยู่เลยร้องไห้ฟูมฟายเสียงดัง
“ฮือ ๆ ทุกคนดู ดูสิ่งที่สองคนนี้ทำกับลูกของฉันที่ยังไม่ลืมตาดูโลก ฮือ ๆ ทำไมโหดร้ายกันขนาดนี้” เธอยกมือทำเป็นร้องไห้แต่ความจริงยาหม่องที่พกมาป้ายตรงใต้ตา เกิดอาการแสบปุ๊บหยาดน้ำตาก็ไหลปั๊บประกอบให้ทุกคนเกิดความสงสารเข้าไปอีก หันไปมองบ่าวสาวด้วยสายตาตำหนิ เจนิสก็ยิ่งใส่ไฟเข้าไปอีก
“นี่ลูกของคุณนะ คุณบอกให้ฉันเอาเด็กออกไม่พอ ยังหนีมาแต่งงานใหม่อีก ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้ ฮือ ๆ เวรกรรมอะไรของฉัน”
เสียงด่าทอจากแขกเหรื่อตอนแรกแค่พึมพำก็กลายเป็นลุกลามเสียงดัง หลายคนกำลังต่อว่าเจ้าบ่าวเสียหาย ในขณะที่ตากล้องกดชัตเตอร์รัว ๆ บันทึกภาพหน้าถอดสีของทั้งคู่ รพีภัทรตะโกนพลางยกมือห้ามถ่ายกับพวกตากล้องระหว่างที่เจ้าสาวเขย่าแขนเขาเพื่อให้ทำอะไรสักอย่าง
แรงกดดันจากหลายทางทำให้รพีภัทรทนไม่ไหว ปัดมือเจ้าสาวออกก่อนจะลงมาจากเวทีเดินพุ่งตรงมาหาคนท้องด้วยใบหน้าแดงก่ำ กัดฟันกรอด ๆ ยืนประจันหน้าปุ๊บก็ง้างมือจะตบ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คนท้องยื่นแก้มให้ รู้อยู่แล้วว่านิสัยของมันเป็นยังไง แน่นอนถ้าใช้ความรุนแรงเรื่องนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม
ทว่า!
สิ่งที่เธอคิดไว้ไม่เป็นดังใจ จู่ ๆ มีคนมาจับมือที่กำลังง้างห้ามไว้ซะก่อน หญิงสาวหันขวับไปมอง ดวงตาคู่สวยถึงกับเบิกโพลงเพราะคน ๆ นั้นคือตาแว่น คนเดียวกับที่ชนยาหยี
มันอยู่นี่ได้ไง...
“ลุงปล่อยผม ผมจะสั่งสอน...”
ร่างบางหันไปมองเจ้าของเสียงอีกรอบ ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ลุงเหรอ? ตานี่เนี่ยนะ! ไม่ใช่หรอกมั้ง ก็เขาหน้าเด็กจะตาย...
ระหว่างที่เถียงกับตัวเอง สองคนเบื้องหน้ากลับไม่ได้สนใจเธอเลย ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าลุงทำตาดุภายใต้กรอบแว่น เจ้าบ่าวที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะก็เป็นอันสงบลงทันที ไม่ใช่หงอยแต่กลับมีสีหน้าหวาดกลัวยังไงไม่รู้
“ฉันจัดการเอง แกกับเจ้าสาวเข้าไปด้านในก่อน”
“แต่ว่า...”
“อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำสอง”
“ครับลุง”
รพีภัทรหมุนตัวเดินกลับ เจนิสก็ตะโกนตามหลังใส่ไฟเข้าไปอีก
“ทุกคนดูสิ เมื่อกี้เขาจะใช้ความรุนแรงใช่ไหม จะตบผู้หญิงจิตใจต้องทำด้วยอะไร ฮือ ๆ หมดรักกันแล้วก็น่าจะบอกตรง ๆ ไม่ใช่ทิ้งกันแบบนี้คุณรพีภัทร”
เสียงอืออึ้งยังคงคล้อยตามอย่างที่เจนิสอยากให้เป็น ผิดแผนอยู่อย่างคือมันไม่ใช้กำลังนี่แหละ ไม่งั้นคงสะใจมากกว่านี้
เจ้าบ่าวไม่คิดจะหันกลับมาสนใจคนตะโกนอีก รีบขึ้นไปบนเวทีคว้าแขนเจ้าสาวพากลับไปหลังเวที ระหว่างนั้นหนุ่มแว่นก็เปลี่ยนเป้าหมายมาจ้องหญิงท้องแก่แทน เธอสบตากับเขาปุ๊บรีบยกมือบังหน้าตาตัวเองอัตโนมัติ รู้สึกแปลก ๆ จู่ ๆ บรรยากาศรอบ ๆ ก็หนาวเย็นยะเยือก
“เธอเป็นใคร กล้ามาก่อกวนในงานแต่งเพื่ออะไร” เสียงกดต่ำถาม
“ฉัน...เป็นเมียรพีภัทรแล้วนี่ลูกของเรา” เสียงสั่นเอ่ยพร้อมกับเอามือลูบท้องแสดงต่อ
“ลูกเหรอ? น่าขำชะมัด”
“เชิญคุณขำไปเหอะ ฉันขอตัวก่อน” เอ่ยจบก็หมุนตัวจะเดินกลับ แต่ทว่ากลับมีชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำมาดักหน้าเธอไว้
“คงต้องเชิญเมียหลานชายฉันไปคุยด้วยหน่อยแล้ว” สุ้มเสียงต่ำของคนด้านหลังเอ่ยจบปุ๊บ ร่างบอบบางก็ถูกหิ้วปีกโดยชายชุดดำคนละข้าง
“เดี๋ยวสิ!! จะพาฉันไปไหน”
+++++++++
เอาแล้ว เขาจะทำอะไรเนี่ย หวังว่าเขาจะจำเธอไม่ได้นะ