“กราบเหรอ? ไม่เห็นป้าจะทำแบบนั้นสักที”
ดวงตาเหี่ยวย่นเบิกกว้าง เม้มปากสนิทเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น จำใจนั่งคุกเข่าลงกับพื้นต่อหน้าหลานสาวทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์
“แหม กล้าขนาดจะกราบ ฉันเป็นหลานจะให้ป้าทำอย่างนั้นได้ไงกัน”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหญิงอายุเยอะ กำลังใช้ฝ่ามือยันพื้นเป็นตัวช่วยลุกขึ้น แต่แค่เข่าลอยนิดเดียวเท่านั้น เจนิสก็เอ่ยต่อ
“หว้า...รองเท้าฉันเลอะด้วยสิ” คิ้วบางเลิกสูงหลุบตามองรองเท้าส้นสูง ส่งเป็นนัยให้คนเป็นป้ารู้ หล่อนจึงรีบกล่าวต่อ
“ได้ ๆ เดี๋ยวป้าเช็ดให้”
ได้ยินคำตอบแล้วร่างบางทำลอยหน้าลอยตาอย่างพอใจ ระหว่างนั้นโอบจันทร์ก็หยิบทิชชูที่พกติดตัวมา ก้มลงไปเช็ดรองเท้าส้นเข็มให้ อันที่จริงไม่ได้เลอะอะไรหรอก เจนิสแค่อยากสั่งสอนให้ป้าสำเหนียกไว้ว่าคนอย่างเจนิสไม่เคยยอมอะไร แม้เรื่องนี้จะปล่อยผ่านแต่ครั้งหน้าจะไม่มีโอกาสเช่นนี้อีกแล้ว
พฤติกรรมหยาบคายที่ทำกับคนอายุเยอะกว่าอยู่ในสายตาของคทาทั้งหมด เขาออกมาเพราะเห็นว่าทั้งคู่หายมาสักพักและดันมาเห็นเหตุการณ์นี้เข้า รู้สึกรังเกียจเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมาเห็นเช่นนี้ก็ยิ่งเกลียดกว่าเดิมอีก ทนดูนิสัยไร้มารยาทไม่ไหวเป็นฝ่ายเดินกลับเข้าไปในงานต่อ
“เสร็จแล้ว ป้าเช็ดให้สะอาดเรียบร้อย”
ได้ยินคำบอกกล่าว เจนิสไม่พูดอะไรแต่กลับหมุนตัวเดินหนีเข้างาน บังเอิญได้ยินเสียงผู้หญิงแนะนำตัวเองพร้อมกับทิ้งท้ายว่าเป็นหลานสาวคุณย่า หันขวับไปมองทันทีซึ่งเจ้าของเสียงก็คือลูกพี่ลูกน้องของตน หล่อนยิ้มร่าไม่สะทกสะท้านกับคำโกหกให้พวกผู้ชายที่ยืนรายล้อมอยู่
เจนิสทนไม่ไหวกำลังจะสาวเท้าพุ่งไปหา ทว่า! มีคนคว้าข้อมือบางห้ามไว้ เจ้าตัวหันขวับกลับไปมองเจ้าของมือที่แท้เป็นหนุ่มแว่น จึงไม่โวยวายใด ๆ ปล่อยให้เขาลากตัวเองออกจากงาน
หน้าบริษัทบริเวณมืดสลัว ๆ คือจุดที่เขาพามา มือหนาปล่อยข้อมือเล็กเป็นอิสระก่อนจะหันกลับมาทำตาดุใส่
“หลานชายฉันไม่ได้มางานนี้หรอก อยากจะเจอมากถึงขนาดตามมานี้เลยเหรอ”
กลีบปากอวบอิ่มระบายยิ้มออกมาเมื่อได้ยินน้ำเสียงแกมโมโห “ใครว่าฉันมาหาเขา ที่จริงฉันมาหาคุณต่างหาก” เสียงเย้าแหย่เอ่ยจบก็ก้าวเข้าไปใกล้ ยื่นมือบางลูบไล้ไปบนแผงอกแกร่งถือวิสาสะอ่อยและลวนลาม กะจะแค่แกล้งเฉย ๆ แต่ไม่ยักรู้ว่าใต้เสื้อสูทกล้ามจะแน่นแข็งปั๊กขนาดนี้ทำเอาเธอถึงกับเพลิน
“เกลียดฉันยิ่งกว่าหนอน แมลงสาบอีกเหรอคะ” เสียงอ่อยถามพร้อมกับเงยมองเจ้าของเรือนหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมกริบหลุบมองสบกับเธอเช่นกัน ก่อนจะตอบด้วยเสียงหนักแน่น “ใช่”
แค่คำเดียวเหมือนสายฟ้าฟาดใส่กลางศีรษะของเธอ จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา กระนั้นก็ยังข่มอาการทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอามือออกจากอกกำยำ ก้าวถอยหลังกลับมายืนที่เดิม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงแข็งเช่นกัน
“ดีเลย ต่อไปก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก” ร่างบางสะบัดหน้าพรืด เดินกระแทกเท้ากลับเข้ามาในงาน เธอกวาดสายตาหาคนที่มาด้วย ซึ่งตอนนี้เลขาฯ กำลังทำหน้าที่ตัวเองโดยการคุยกับบริษัทลูกค้าอยู่ เจนิสไม่สนใจว่านั่นเป็นใคร เดินพุ่งไปหมายจะลากกลับบ้าน
แต่ทว่า..
ตุบ!!
เธอชนกับใครสักคนโดยไม่ทันมอง แต่ที่แน่ ๆ ชุดราตรีสีแดงราคาแพงนั้นเลอะไปด้วยไวน์ตั้งแต่หน้าอกลากลงมาถึงท้อง มีบางส่วนกระเด็นไปโดนชายกระโปรงด้วย ปริมาณเยอะราวกับเจตนาจะมาราด
“อุ้ย!! ขอโทษค่ะฉันไม่ได้ตั้งใจ” เสียงดังเป็นของคนที่มาชน ดึงความสนใจให้แขกเหรื่อบริเวณนั้นหันมามอง
“นี่!! ไม่แหกตามองคนหรือไง”
+++++++
น้ำหวานคนเรียบร้อยวางแผนอะไรไว้อีกล่ะ น่าตบจริง