2 TOP - SECRET

1458 Words
“ขอบใจแกมากที่เป็นธุระให้” ฉันเอ่ยบอกมิลินเมื่อถึงคอนโด ฉันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่นี่ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “เรื่องรถเอาไง” “ไม่เป็นไร เดี๋ยวจัดการเอง แกกลับไปทำงานเถอะไว้จะโทรหานะ” “บาย” ว่าแล้วฉันก็เดินตรงเข้าคอนโด ไม่คิดว่าวันนี้ ฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง ความรู้สึกเมื่อสิบปีก่อนไม่เคยหายไปไหนเลย มันยังอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดมา แกร๊ก! ฉันยืนมองดูห้อง ที่ไม่เคยมีใครได้เข้ามานานถึงสิบกว่าปี ทุกอย่างถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าสีขาว ฉันคงต้องทำความสะอาดมันทั้งหมดเองสินะ จากนั้นฉันก็ลงมือทำความสะอาดห้อง ถึงข้าวของพวกนี้จะไม่มีใครใช้ แต่มันก็มีฝุ่นเยอะพอสมควร คอนโดนี้ฉันใช้เงินทั้งหมดที่มีในตอนนั้นซื้อมา ตอนที่ฉันออกมาจากบ้านหลังนั้น ฉันทำงานอย่างหนักและเรียนไปด้วย โดยให้เพื่อนรักของฉันเป็นคนซื้อและตอนนี้มันก็ยังเป็นชื่อของมิลิน ในชีวิตนี้ของฉัน มีเรื่องโชคดีไม่กี่อย่าง และหนึ่งในนั้นคือฉันมีเพื่อนที่ดีมากอย่างมิลิน ต้องแนะนำตัวก่อนสินะ ฉันน่ะชื่อ นาเดีย อภิรักษ์ธาดา ลูกสาวของนักการเมืองคนหนึ่ง ต้องบอกว่าพื้นเพครอบครัวเป็นคนมีฐานะพอสมควร พ่อฉันก็ถือว่า เป็นบุคคลที่มีคนนับหน้าถือตาอยู่ไม่น้อย แต่พ่อของฉันเขาเป็นคนเจ้าชู้ แม่ของฉันเป็นเมียคนแรกที่ถูกจับแต่งงานด้วย เพราะเหตุผลใดฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ที่ฉันเห็นได้ชัด คือพ่อกับแม่ไม่เคยที่จะรักกันเลยสักครั้ง จนบางครั้งมันก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าคนที่ไม่รักกัน มันสามารถอยู่ด้วยกันจนมีลูกได้ด้วยงั้นเหรอ พ่อมีเมียเยอะพอสมควร แล้วก็มีลูกหลายคนเช่นกัน แต่ถ้าเทียบแล้วฉันก็น่าจะเป็นพี่คนโตที่สุด แต่ไหนแต่ไรมาฉันกับพ่อ ไม่เคยที่จะพูดดีกันเลยสัก จนครั้งสุดท้ายในงานไว้อาลัยให้คุณปู่ เป็นวันสุดท้ายที่ฉันอยู่บ้านหลังนั้น ซึ่งมันเป็นวันที่เปิดพินัยกรรมของปู่ ปู่ยกทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของปู่ให้ฉัน ซึ่งมันมีมูลค่าพอสมควร แต่ตอนนั้นฉันยังคงไม่บรรลุนิติภาวะจึงต้องมีผู้จัดการมรดก นั้นก็คือ…พ่อ แต่พ่อกับลุงป้า น้าอา คนอื่น กลับดันมาโกรธฉัน ที่ปู่ยกมรดกให้ฉันคนเดียวตั้งมากมาย ฉันไม่รู้เลยว่าความผิดของฉันคืออะไร นึกถึงตอนนั้นฉันอายุแค่ 14 ยังคงใช้คำนำหน้าว่าเด็กหญิง แต่ทุกคนภายในบ้านกลับจงเกลียดจงชังฉัน รวมไปถึงคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแท้ ๆ ของฉันด้วย เอาตรง ๆ ตอนนี้ ฉันก็แทบไม่อยากเชื่อ ว่าแท้จริงแล้วเขาคือพ่อฉัน เขาไม่เคยรักฉันเหมือนลูกคนอื่น ๆ เรื่องนี้เคยถามแม่แต่แม่ก็ไม่ยอมบอกอะไรกับฉัน มันจะมีจริงเหรอพ่อที่ไม่รักลูกของตัวเองเลย ที่ฉันตัดสินใจกลับมาวันนี้ เพราะเรื่องของครอบครัวด้วย ฉันไม่สามารถติดต่อกับแม่ได้เลย นานเกือบเดือนที่ทั้งน้องและแม่ไม่มีใครโทรหาฉันเลยสักคน ฉันนั่งครุ่นคิดอยู่นาน สงสัยวันนี้ฉันคงต้องกลับเข้าบ้านสักที บ้านที่เป็นสมบัติที่ปู่มอบให้ แต่มีใครมากมายอยู่แทนเจ้าของ ยิ่งคิดก็อดขำไม่ได้ ที่พ่อพาเมียกี่คนต่อกี่คนเข้ามาอยู่ในบ้าน แต่แม่ก็ยังที่จะยอมทนอยู่กับพ่อได้ เป็นฉันนะพ่อตายตั้งแต่มีเมียน้อยคนแรกแล้ว แต่อย่าถามฉันว่าเคยมีแฟนหรือเปล่า ชีวิตนี้ทั้งชีวิตฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้ชายแน่ เพราะว่าฉันไม่ชอบความเจ้าชู้ของผู้ชายเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเช่นพ่อ และอีกอย่างจิตใจฉันคงเอ็นเอียงไปทางชอบผู้หญิงมากกว่า ไม่รู้สิเวลาอยู่กับผู้หญิง ในใจฉันมันรู้สึกดีกว่าอยู่กับผู้ชาย แต่ต้องบอกก่อนว่าฉันไม่ได้รู้สึกว่าอยากเป็นผู้ชายนะ แค่รู้สึกชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชายแค่นั้น และด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของฉัน ที่เป็นแบบนี้ออกจะดูแข็ง ๆ ไม่อ่อนโยนเหมือนผู้หญิงสักเท่าไหร่ ก็ฉันมันนักสู้นี่น่า วัน ๆ ก็เอาแต่ถือปืน ไม่ก็วิ่งไล่ล่าคนร้ายอะไรประมาณนี้ ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปลี่ยนซิมการ์ดเบอร์ใหม่ที่ยัยลินเพิ่งซื้อให้ ต้องบอกเลยการเดินทางมาไทยครั้งนี้ของฉันเป็นความลับสุดยอดทอปซีเคลท ฉันได้รับภารกิจมอบหมายให้มาทำงานลับสุดยอด ทุกคนคงแปลกใจว่าฉันทำงานอะไร ต้องแอบบอกก่อนว่า ฉันทำงานในหน่วยสืบราชการลับ ‘MIS’ เป็นองค์กรลับ ที่มีหน้าที่หาข่าวให้กับองค์กรความมั่นคงของอังกฤษ ซึ่งที่จริงหน้าที่นี้ไม่ค่อยเหมาะกับสายงานฉันหรอก ฉันมันพวกสายลุย ไอ้นิ่ง ๆ เงียบ ๆ ใช้ความสงบเข้าสู้ ฉันไม่ค่อยอยากจะทำ เพราะฉันเป็นคนมีความอดทนต่ำ แต่เหมือนกับช่วงหลัง ๆ มานี้ คนขององค์กรที่ส่งเข้ามา ไม่เคยรอดกลับไปเลยสักคน พวกเขาจึงหันมาสนใจสายงานฉันมากขึ้น เพราะถูกฝึกมาไม่ใช่แค่ความอดทน แต่ฝึกการต่อสู้มาอย่างหนัก เพื่อการเอาตัวรอด ซึ่งพวกเขาก็ถามความสมัครใจของฉันก่อนจะมาที่นี่ ในตอนแรกที่คิดไว้ว่าคงไม่กลับมาที่นี่อีก เพราะฉันมีชีวิตที่มีความสุขอยู่ที่นั่น ฉันได้ใช้ชีวิตไปอย่างสนุกสุดขีด ฉันชอบการทำงานที่มันท้าทายตลอดเวลา แต่ก็นั่นแหละเพราะฉันมีเหตุผลหลายอย่าง จึงได้ตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง ฉันกดโทรศัพท์สายตรงไปยังเบอร์ของแม่และน้องสาว เวลานานนับเดือนที่พวกเขาขาดการติดต่อกับฉัน ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่สายแล้วสายเล่าที่กดโทรออก ก็ไม่สามารถติดต่อใครได้เลยสักคน “ไปไหนของเขานะ” ทุกครั้งหากว่าไม่สามารถโทรหาใครได้ ฉันก็จะโทรไปหาลุงทนาย แต่นี่ก็หายไปทั้งสามคน ตอนนี้บอกเลยว่ารู้สึกห่วงทั้งสามมาก ไม่รู้ว่าพวกเขามีอันตรายอะไรกันหรือเปล่า ฉันนั่งใช่ความคิดอยู่นาน ก่อนจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันมั่นใจแน่นอนว่าเบอร์นี้ฉันพึ่งเปิดใช้ แต่ทำไมกลับมีคนโทรเข้า ฉันจ้องมองดูเบอร์แปลกที่โชว์หราอยู่หน้าจอ ก่อนจะตัดสินใจกดรับ “ฮัลโหล” (ไฮเคท ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย) ฉันยกโทรศัพท์ที่แนบหูขึ้นมามองดูด้วยความแปลกใจ มีไม่กี่คนที่รู้ชื่อนามแฝงของฉัน “...” ฉันเงียบรอฟังปลายสายพูด หากเป็นคนหน่วยเดียวกัน เขาต้องบอกรหัสของตัวเองกับฉันก่อน แต่จะว่าไปเสียงคุ้นมาก (0021) ศูนย์ศูนย์สองหนึ่งงั้นเหรอ ใครวะ เฮ้ย! นี่อย่าบอกว่าเขาก็มาทำภารกิจนี้ด้วย “แล้วไหนบอกไม่รับ” ฉันเอ่ยสวนกลับไปทันที เพราะตอนแรกหน้าที่นี้ไม่ใช่ของฉัน แต่เจ้าของภารกิจนี้กลับบ่ายเบี่ยง แล้วมันก็เป็นฉันเองที่ต้องรับหน้าที่ต่อจากเขา (ตอนแรกก็คิดว่าไม่ แต่คิด ๆ แล้วยูจะขาดไอได้เหรอ) “เหอะ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แค่นี้สบายอยู่แล้ว” (ยูคิดผิดที่รัก งานนี้ช้างกว่าที่คิด) ช้างงั้นเหรอ มันจะสักแค่ไหนกันเชียว “เดี๋ยวมดจะกัดช้างให้ร้องคอยดู” ฉันเอ่ยบอกคนปลายสายเหมือนอย่างเคย คนอย่างฉันเคยกลัวอะไรที่ไหนกัน เขาก็น่าจะรู้ดี (ปากหวานเหมือนเดิม) “เคยชิมตั้งแต่เมื่อไหร่” (ก็ยูไม่ใจอ่อนสักที ไอรอจนเหี่ยวแห้งแล้ว) เหอะรอจนเหี่ยวแห้งบ้าอะไร เที่ยวผู้หญิงทุกวัน “เพ้อเจ้อ” (พรุ่งนี้เจอกัน บายที่รัก) แล้วโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไป เฮ้อ อุตส่าห์หนีมาไกลถึงที่นี่ แต่หมอนั่นก็ยังจะตามมาหาจนได้นะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD