นิยาย y เรื่อง อู่ซ่อมรัก (ตอนที่ 3)

1854 Words
อู่ซ่อมรัก. 3 คุณทัศนัยเข้ามาคุยงานและจัดการธุระเรื่องอื่น ๆ ที่อู่อยู่บ่อย ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้จะส่งลูกน้องเข้ามาติดต่อธุระเป็นส่วนใหญ่ หลังจากสังเกตอยู่นาน ก็เริ่มแน่ใจได้ว่าน่าจะเป็นอย่างที่คิด คุณทัศนัยน่าจะสนใจช่างมิ่ง ช่างคนใหม่ประจำอู่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานได้ไม่นาน “เดี๋ยวนี้คุณทัศเขามารับรถที่อู่ด้วยตัวเองตลอดเลยนะ” “พัฒน์เห็นเมื่อก่อนให้ลูกน้องเข้ามา แต่เดี๋ยวนี้มาเองตลอด” มองหน้ากันแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าคิดและเห็นในแบบเดียวกัน “แล้วก็ไม่ใช่แค่รถด้วยนะ บิลหรือเอกสาร พัฒน์ก็เห็นเขามาเอาด้วยตัวเอง” บารมีกำลังพูดคุยกับพิพัฒน์ที่วางมือจากงานที่กำลังทำ และหลังจากที่พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วก็เข้าใจทุกอย่างได้ไม่ยาก “พัฒน์เห็นเขามอง ๆ ช่างมิ่งอยู่นะ” “อืม” “แล้วพี่ว่าช่างมิ่งคิดกับคุณทัศยังไง” “อันนี้ก็ไม่รู้ว่ะ ดูมันไม่ออก เดี๋ยวนี้เห็นมันหลบหน้าตลอดเวลาที่คุณทัศเข้ามาที่อู่ ถ้าคุณทัศเขาไม่ได้พูดอะไรก็คงแล้วแต่เขาแหละ” “อืม” พิพัฒน์พยักหน้ารับและหยิบบิลค่าซ่อมรถขึ้นมาตรวจ แต่เพียงไม่นานก็พูดบางอย่างขึ้นมา “แล้วแต่คุณทัศ แต่พี่บัสก็ส่งเต๋อไปปั่นหัวช่างมิ่งสินะ” ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่เคยรอดสายตาของพิพัฒน์ไปได้ ที่อยู่เงียบ ๆ ไม่ใช่ไม่สนใจสิ่งรอบตัวแต่มองอยู่ตลอดว่ามีอะไรเกิดขึ้นในอู่บ้าง และบารมีก็หัวเราะเสียงดังลั่นเพราะสิ่งที่พิพัฒน์พูด “เออ กูยอมมึงแล้วพัฒน์ ไม่เคยมีเรื่องไหนในอู่ที่รอดสายตามึงไปได้เลยจริง ๆ” +++ มีที่อยู่ที่กินโดยไม่ต้องไปเสียค่าเช่าก็ช่วยให้ประหยัดไปได้มาก เงินทองที่หาได้นอกจากเก็บไว้เองบางส่วนแล้ว ที่เหลือก็ส่งให้ลูกให้พ่อแม่ที่บ้าน ไม่เคยกลัวงานหนัก กลัวแค่ไม่มีงานให้ทำ มิ่งอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยและเดินออกมาจากหลังอู่ที่ต่อเป็นห้องพักเล็ก ๆ สำหรับแค่พออยู่อาศัยได้ อยู่ที่นี่ดีอย่าง มีที่ให้ซุกหัวนอน ไม่ต้องไปจ่ายค่าเช่า จ่ายแค่ค่าน้ำค่าไฟ ประหยัดกินประหยัดใช้หน่อยก็อยู่ได้ และวันนี้ก็โชคดีที่มีงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่คนในอู่ช่วยกันจัดขึ้น มีของประดับง่าย ๆ ที่ทำกันเอง ลูกโป่งและสายรุ้งหลากสีที่ติดเอาไว้ที่ข้างฝา และไฟประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้มีสีสันพอให้รู้ว่าเป็นงานเลี้ยงที่มีอาหารเพียงแค่หมูกระทะสำหรับให้คนในอู่กินด้วยกัน ...วันเกิดพี่พัฒน์... ตั้งแต่พี่พัฒน์มาอยู่ คุณภาพชีวิตคนในอู่ดีขึ้นมาก เฮียบัสดูใจเย็นขึ้น บางครั้งก็อารมณ์ดี ซื้อไอติมรถเข็นแจกอยู่บ่อย ๆ แม้กระทั่งวันนี้ ก็มีงานวันเกิดพี่พัฒน์ อู่ไม่เคยมีเรื่องดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว “เขากินกันจนจะหมดแล้ว มึงเพิ่งโผล่หัวมาเหรอ” ไอ้เต๋อเป็นหลานเฮียบัส หน้าตาดีมีการศึกษา แต่ไม่มีฐานะ บ้านมันอยู่ข้างอู่ และต้องมาช่วยงานที่อู่บ่อย ๆ เพื่อหาค่าเทอม หน้าที่หลักคือปากหมา หน้าที่รองตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้ช่วยช่างนัย ไม่รู้ช่วยกันยังไง วันก่อนมิ่งเพิ่งเห็นช่างนัยกอด ๆ ลูบ ๆ คลำ ๆ อยู่ จะยังไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะรู้เห็นเรื่องอะไรมาก็ไม่ใช่เรื่องที่จะพูด อย่าเสือกเรื่องของคนอื่น เพราะชีวิตของตัวเองก็ไม่ได้ดีมากไปกว่าใคร ปัญหาชีวิตของตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด การเสือกเรื่องชีวิตคนอื่นทั้งที่ชีวิตตัวเองก็ไม่ได้ดี มันไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำ “พอดีที่บ้านกูโทรมา” บอกคนที่ต่อว่าและมิ่งก็นั่งลงข้างเต๋อที่ส่งตะเกียบให้หนึ่งคู่เพื่อใช้สำหรับคีบหมูและเต๋อก็มองหน้ามิ่งแล้วถอนหายใจยาว “เรื่องเดิมอีกสิ บ้านมึงน่ะ” จะมีเรื่องอะไรได้อีกล่ะนอกจากเรื่องเดิม “รอบนี้จะเอาลูกกูไปให้ได้ กูเหนื่อยนะไม่ใช่ไม่เหนื่อย ที่มาทำงานหาเงินขนาดนี้ก็ทำเพื่อลูก ทำเพื่อที่บ้าน เอาไปก็ไม่ใช่จะเอาไปเลี้ยงให้ดี มาขู่เอาเงินเรื่อย” เรื่องเดิม ๆ เรื่องเมียเก่าจะมาเอาลูกไปแต่มิ่งไม่ยอมให้ “มึงก็ลองให้ไปดูสิ ลองให้เอาไปเลี้ยงเองซะบ้าง” “ถ้าให้ไปแล้ว กลัวว่าชาตินี้จะไม่ได้เห็นหน้าลูกอีก” เต๋อไม่เข้าใจเรื่องชีวิตครอบครัว แค่ฟังก็มึนงง รู้สึกว่าตัวเองยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ “ลูกมึงนี่ดีนะ พ่อแม่แย่งกัน น่าอิจฉาดี” ไม่รู้ว่าเต๋อพูดแบบนั้นด้วยความรู้สึกยังไง แต่มันมากพอให้ช่างวินัยเงยหน้าขึ้นมองและเรียกคนที่เริ่มจะพูดเรื่องเดิม ๆ อีกแล้ว “เต๋อ...” “เออ รู้แล้ว ไม่มีอะไรหรอก” เต๋อตอบกลับช่างวินัย ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร คีบหมูใส่ปากและเคี้ยวไปเรื่อย ๆ และช่างวินัยก็คีบหมูใส่จานให้เต๋อด้วย “เอามาให้ทำไม” ช่างวินัยไม่ได้ตอบแต่ยังคงปิ้งหมูและปลาหมึกใส่จานของเต๋อไปเรื่อย ๆ โดยมีส่วนเกินอย่างมิ่งที่ได้แต่มองตาม รู้สึกเหมือนอยู่ผิดที่ผิดทาง ถึงแม้เต๋อกับช่างวินัยจะไม่ได้แสดงออกให้ใคร ๆ เห็นว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม สิ่งที่มิ่งต้องทำคือพยายามทำตัวให้เป็นปกติเท่านั้น ไม่ว่าจะรู้อะไรมา ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องพูด ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำเหมือนรู้ไปทั้งหมด อยู่ไปเงียบ ๆ ไม่ทำให้คนรอบข้างอึดอัดใจก็พอ “เดี๋ยววันนี้ผมขออนุญาตเป็นเจ้ามือให้นะครับ นานทีปีหน” มิ่งหันไปมองตามเสียงและก็เห็นว่าคุณทัศนัยเดินออกจากออฟฟิศมาพร้อมกับเฮีย แค่หันไปมองและไม่นึกว่าจะเผลอสบตากับคุณทัศนัยเข้าจนได้ รีบก้มหน้าก้มตาหลบและทำเหมือนมองไม่เห็น แต่ความซวยก็มาเยือน หมูกระทะมีสองชุดก็จริง แยกกันคนละวงก็จริง แต่เฮียก็สั่งให้คนอื่น ๆ ช่วยกันลากโต๊ะมาติดกัน มันคงจะไม่มีอะไร ถ้าคนที่มานั่งข้าง ๆ มิ่งไม่ใช่คุณทัศนัย “ผมมาขอร่วมวงด้วย รังเกียจหรือเปล่าเนี่ย” คุณทัศนัยยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และคนอื่น ๆ ก็หัวเราะสนุกสนานเฮฮาและยินดีต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ของอู่ที่มากินหมูกระทะด้วยกัน อาหารง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยมิตรภาพและสร้างความสุขให้ทุกคนในอู่ “มิ่ง ตักน้ำแข็งให้คุณทัศหน่อย” เฮียบัสบอกมิ่งที่นั่งใกล้ถังน้ำแข็งที่สุด และมิ่งก็รู้หน้าที่ตัวเอง ลุกขึ้นไปจัดการเตรียมน้ำกับน้ำแข็งมาเสิร์ฟให้กับคุณทัศนัยทันที “ขอบคุณมากนะช่างมิ่ง” มันอาจจะไม่มีอะไรเลย ถ้ามิ่งไม่ระแวงและคิดไปเอง ...คุณทัศนัยเขามาชอบมึง... คำพูดที่เต๋อเคยพูดเอาไว้ ทำให้ยิ่งทำตัวไม่ถูก ปกติก็ไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่รู้สึกอึดอัดกดดันแบบนี้ยิ่งไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ฟังเต๋อคุยกับพี่พัฒน์และยิ้มตามแค่นั้น “พัฒน์” แค่เฮียเรียก พี่พัฒน์ก็รู้ว่าเฮียอยากได้อะไรแล้วก็คีบอาหารใส่จานให้เฮีย แม้จะเป็นวันเกิดพี่พัฒน์แต่พี่พัฒน์ก็ยังทำหน้าที่ดูแลเฮียและคนในอู่อยู่ตลอดเวลา พี่พัฒน์คีบหมูที่สุกแล้วให้เฮีย และมิ่งก็เห็นว่าหลาย ๆ ครั้งช่างวินัยก็คีบอาหารที่สุกแล้วใส่จานให้เต๋อบ้างเหมือนกัน และเมื่อมองที่จานของตัวเองถึงเพิ่งเห็นว่าคุณทัศนัยคีบหมูมาใส่จานให้ “สบาย ๆ นะ ผมเป็นคนง่าย ๆ ไม่เรื่องมากอะไร วันนี้ก็อยากมาสนุกสนานกับทุกคน” ทุกอย่างคงจะปกติดี ถ้าคุณทัศนัยไม่นั่งอยู่ติดกันและส่งยิ้มหวานให้จนมิ่งพูดอะไรไม่ออก ค่อย ๆ คีบหมูที่คุณทัศนัยย่างจนสุกเข้าปาก กินไปทั้งที่นั่งเกร็งและพยายามไม่ทำให้คนอื่น ๆ ต้องอึดอัดใจด้วยเพราะกลัวจะทำให้งานวันเกิดพี่พัฒน์ไม่สนุก “ผมไม่รู้ว่าทำอะไรไม่ดีกับช่างมิ่งไว้หรือเปล่า ถ้าผมทำอะไรไม่ดีไปก็อย่าถือโทษโกรธผมเลยนะ” แค่คำพูดเรียบง่ายและสายตาที่มองมาก็ทำให้มิ่งทำตัวไม่ถูกลูกค้าคนสำคัญของอู่ต้องกำลังพูดคำว่าขอโทษช่างซ่อมรถอย่างมิ่ง มันทำให้รู้สึกไม่สบายใจจนอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น “เปล่าครับ ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ” พยายามอธิบาย พยายามพูดให้ทุกอย่างดีขึ้นและคุณทัศนัยก็ส่งยิ้มให้และชวนเฮียและพี่พัฒน์คุย “นี่ตั้งแต่ผมส่งงานให้อู่มาหลายปี เขาเพิ่งพูดกับผมยาว ๆ แบบนี้เป็นครั้งแรกเลยนะ” เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้น ทุกคนในอู่ดูจะเห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทัศนัยพูด ยกเว้นแค่มิ่งคนเดียวที่ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงดี “มันไม่ค่อยพูด ทำแต่งานอย่างเดียวคุณทัศ” เฮียบัสช่วยพูดให้และคุณทัศนัยก็พยักหน้ารับและหันมามองมิ่งที่นั่งอยู่ข้างกัน ส่งยิ้มให้และพูดสิ่งที่ทำให้มิ่งยิ่งเกร็งจนทำตัวไม่ถูกมากขึ้น “ช่างมิ่งไม่ได้เกลียดผมใช่มั้ย” “เปล่าครับ” ตอบออกไปแบบนั้น เพราะไม่อยากทำให้เกิดปัญหาและคุณทัศนัยก็ถอนหายใจโล่งใจ “แค่ไม่เกลียดกัน ผมก็ดีใจแล้ว” ทำไมต้องดีใจ? มิ่งรีบคีบหมูเข้าปากและก้มหน้าก้มตากินไป ไม่อยากพูดอะไรอีก แต่ต้องรีบเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเพราะรู้สึกว่าขาโดนกระแทก คนที่ทำอย่างนั้นไม่ใช่ใคร มันคือไอ้เต๋อ เห็นมันยักคิ้วและส่งยิ้มแปลก ๆ มาให้แล้วมิ่งก็ยิ่งต้องก้มหน้าก้มตาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเต๋อก็ขยับเข้ามาใกล้เพื่อกระซิบกระซาบพูดบางอย่างที่ข้างหูและทำให้มิ่งต้องขบริมฝีปากแน่น “เห็นมั้ย เชื่อกูหรือยัง กูบอกแล้วว่าคุณทัศเขามาชอบมึง” TBC.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD